คนกรุงแตกตื่น หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.3 ในเมียนมา สะเทือนตึกสูงหลายพื้นที่ใน กทม. และหลายจังหวัดกรมทรัพยากรธรณีชี้เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกายในทะเลอันดามัน ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร ขณะที่นายกสมาคมวิศวกร โครงสร้างแห่งประเทศไทยชี้แม้ไทยยังไร้ผลกระทบ แต่ประมาทไม่ได้ แนะหน่วยงานเกี่ยวข้องและประชาชน ควรเตรียมพร้อมรับมือคนไทยกลับมาตื่นตัวเหตุแผ่นดินไหวอีกครั้ง หลังเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ที่ประเทศเมียนมาเมื่อ มี.ค.ปี 2568 โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ค. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี รายงานว่า เวลา 09.05 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหวใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.แม่สอด จ.ตาก ห่างจากไทยประมาณ 247 กม. ขนาด 5.3 ความลึก 10 กม.สาเหตุเกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกายในทะเลอันดามัน และ 13 นาทีต่อมา เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.แม่สอด จ.ตาก ประมาณ 252 กม.ขนาด 3.2ต่อมามีรายงานว่า ในหลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ ลำปาง กำแพงเพชร ฯลฯ รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน รวมถึง กทม.ที่ตึกสูงหลายแห่งทั่วกรุง มีการสั่นไหว ทำให้คนที่ทำงานบนตึกสูงต่างวิ่งลงมาอยู่ด้านล่างด้วยความตื่นตระหนก แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย ขณะที่ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่าเมื่อตรวจสอบแรงสั่นสะเทือนจากตัวเซ็นเซอร์ที่ กทม.ติดตั้งไว้ในอาคารสูงของ กทม. จำนวน 9 อาคาร ประกอบด้วย อาคารธานีนพรัตน์/อาคารอนุสรณ์ 100 ปี รพ.กลาง/รพ.วชิระ (4 อาคาร)/อาคารสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รพ.ตากสิน/ร.ร.พระราม 9 และ ร.ร.วัดสุทธาราม วัดความสั่นไหวได้ 24 มิลลิจี ซึ่งไม่ส่งผลกระทบและไม่เป็นอันตราย เพราะหากจะมีผลกระทบต้องมีแรงสั่นตั้งแต่ 25 มิลลิจีขึ้นไป ส่วนแผ่นดินไหวเมื่อปีที่ผ่านมา มีแรงสั่นตัวเซ็นเซอร์วัดค่าได้ 123 มิลลิจีด้านนายอมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์คณะวิศวกรรม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงแผ่นดินไหวครั้งนี้ว่า สาเหตุมาจากรอยเลื่อนสะกายที่เป็นรอยเลื่อนที่มีศักยภาพและพลังมากที่สุดแห่งหนึ่ง ดังนั้นแม้จะเป็นแผ่นดินไหวขนาดกลางและอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ถึง 530 กิโลเมตร แต่ประชาชนที่อยู่บนอาคารสูงในพื้นที่กรุงเทพฯ รู้สึกถึงการสั่นไหวได้เป็นเพราะสภาพทางธรณีวิทยาของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน แต่ความรุนแรงของการเกิดแผ่นดินไหว ครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร เป็นเพียงการสั่นไหวตามธรรมชาติของตึกสูงเท่านั้น แต่รอยเลื่อนสะกายเป็นรอยเลื่อนสำคัญที่ประมาทไม่ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนควรเตรียม พร้อมรับมือ เนื่องจากแผ่นดินไหวเป็นภัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ส่วนกรณีที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหวในครั้งนี้ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ชี้แจงว่า ปภ.ได้รับรายงานจากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยาแล้วและเบื้องต้นมีประชาชนสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ใน 4 จังหวัด ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ อ.เมืองลำปาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี กทม.เขตบางรัก บางพลัด ดอนเมือง ปทุมวัน สาทร คลองเตย จตุจักร ทุ่งครุ บางซื่อ ห้วยขวาง สีลม บางกอกน้อย ธนบุรี พระโขนง พญาไท หลักสี่ และภาษีเจริญ ซึ่งยังไม่มีรายงานความเสียหายขณะที่ตามเกณฑ์การแจ้งเตือนเหตุแผ่นดินไหว ผ่านระบบ Cell Broadcast กรมอุตุนิยมวิทยาจะเป็นหน่วยงานแรกที่แจ้งประชาชนและ ปภ.จะแจ้งข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยให้ประชาชนทราบ โดยมีเกณฑ์ที่จะแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast คือ 1.กรณีเกิดแผ่นดินไหวบนบกในประเทศ ขนาดตั้งแต่ 4.0 ขึ้นไป 2.เกิดแผ่นดินไหวบนบกในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขนาดตั้งแต่ 6.0 ขึ้นไป 3.เกิดแผ่นดินไหวในทะเลอันดามัน ขนาดตั้งแต่ 7.0 ขึ้นไปนอกจากนี้ วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศและสื่อในจีนรายงานเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.2 เมื่อเวลา 00.21 น. ของวันที่ 18 พ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น มีจุดศูนย์กลางลึกลงไปใต้ดินประมาณ 8 กม.ในเขตหลิวนาน เมืองหลิวโจว เขตปกครองตนเองกวางซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนพังถล่มลงมา 13 หลัง ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนกว่า 7,000 คน ไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้เป็นวงกว้างในหลายเมือง เช่น กุ้ยกัง อู๋โจว เหอฉือ และหนานหนิง ต่อมาทางการจีนยืนยันมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เจ้าหน้าที่สามารถนำร่างออกมาจากใต้ซากอาคารเมื่อเวลา 08.14 น. เป็นชาย อายุ 63 ปี และภรรยาของเขา อายุ 53 ปี มีผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 4 ราย ขณะที่มีการส่งรถดับเพลิง 51 คัน พร้อมกำลังพล 315 นาย สุนัขกู้ภัย โดรน และเครื่องจักรกลหนักในการค้นหาผู้รอดชีวิต โดยสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารในเขตหลิวหนานรายสุดท้าย ออกมาได้สำเร็จเมื่อเวลา 11.10 น. เป็นหญิง อายุ 91 ปี ที่อาการล่าสุดปลอดภัยแล้ว ทำให้ภารกิจค้นหาและกู้ภัยสิ้นสุดลงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่