เริ่มเห็นแววสันติภาพ “สหรัฐฯ-อิหร่าน” หลัง“ทรัมป์” เริ่มเปลี่ยนท่าทีโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน จากยุติถาวรมาเป็นแค่ 20 ปี พร้อมเล็งยกเลิกการคว่ำบาตรบริษัทกลั่นน้ำมันของจีนที่ซื้อจากอิหร่าน แต่ยังย้ำอิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การสู้รบในเลบานอน-ฉนวนกาซายังฝุ่นตลบ หลังกองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างหนัก ปลิดชีพ “อิซ อัล-ดิน อัล-ฮัดดัด” ผู้นำกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ส่วนการเจรจาสงบศึกกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์อีกยาวไกล เหตุยังถล่มกันไม่หยุดสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออก กลางยังคงตึงเครียดอย่างหนัก ทั้งในฉนวนกาซาและเลบานอน โดยเมื่อวันที่ 16 พ.ค.หนังสือพิมพ์ไทมส์ ออฟ อิสราเอล รายงานอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอิสราเอลว่า มีสิ่งบ่งชี้ในเบื้องต้นว่ากองทัพอิสราเอลอาจประสบความสำเร็จในการสังหารนายอิซ อัล-ดิน อัล-ฮัดดัดผู้นำสูงสุดทั้งฝ่ายการเมืองและทหารของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา หลังเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มอาคารที่พักอาศัยในย่านริมาลของเมืองกาซาซิตี้ โดยใช้เครื่องบินรบ 3 ลำ ทิ้งระเบิดใส่ถึง 13 ลูก รวมถึงโจมตีรถยนต์ที่พยายามขับหนีออกจากพื้นที่ แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย แต่ทีมแพทย์ในพื้นที่ระบุว่าเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บ 20 คนปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับอนุมัติร่วมกันจากนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และนายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหม โดยระบุว่า อัล-ฮัดดัด เป็นหนึ่งในแกนนำผู้วางแผนเหตุวินาศกรรมวันที่ 7 ต.ค.2566 และยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจาสันติภาพ เนื่องจากปฏิเสธข้อเสนอของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ต้องการให้กลุ่มฮามาสปลดอาวุธและเปลี่ยนฉนวนกาซาเป็นเขตปลอดทหาร ขณะที่ทางการกาซาตอบโต้ว่า อิสราเอลเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงไปแล้วกว่า 2,400 ครั้ง ทั้งการเดินหน้าโจมตีทางอากาศและรื้อถอนอาคาร แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงจะเข้าสู่เดือนที่ 6 แล้วก็ตาม พร้อมชี้ว่าวิกฤติมนุษยธรรมในพื้นที่อยู่ในสภาวะวิกฤติอย่างหนักข่าวการโจมตีครั้งนี้สร้างความยินดีให้กับกลุ่ม อดีตตัวประกัน โดยเฉพาะทหารหญิงที่เคยถูกอัล-ฮัดดัด ควบคุมตัวไว้ในอุโมงค์เมืองกาซาซิตี้ เนื่องจากอัล-ฮัดดัด เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่พูดภาษาฮิบรูได้และดูแลพื้นที่คุมขังทั้งหมด ที่ผ่านมาได้ใช้ตัวประกันเป็นโล่มนุษย์และย้ายที่ซ่อนตัวตลอดเวลาเพื่อหลบหนีการลอบสังหาร ทำให้มีฉายาในกลุ่มว่า ผีแห่งกองพลอัล-กัสซาม เนื่องจากเก็บตัวเงียบมาก รอดชีวิตจากการพยายามลอบสังหารของอิสราเอลมาแล้วหลายครั้ง และถูกตั้งค่าหัวไว้สูงถึง 750,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 24.48 ล้านบาท)สำหรับแนวรบทางเหนือระหว่างอิสราเอลกับ กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในฐานะตัวกลาง เปิดเผยว่า การเจรจาสงบศึกที่กรุงวอชิงตัน ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นไปด้วยดี โดยข้อตกลงหยุดยิง (เมื่อวันที่ 16 เม.ย.) จะถูกขยายเวลาออกไปอีก 45 วัน และมีกำหนดหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 2-3 มิ.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติยังคงมีการสู้รบอย่างต่อเนื่อง โดยกองทัพอิสราเอลได้โจมตีศูนย์รถพยาบาลในเมืองฮารูฟ ทาง ตอนใต้ของเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย บาดเจ็บ 22 คน ขณะที่กลุ่มเฮซบอลเลาะห์แถลงตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทหารอิสราเอลถึง 33 ครั้งภายในวันเดียว สะท้อนว่าความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ยังห่างไกลจากความสงบส่วนความคืบหน้าการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยภายหลังเสร็จสิ้นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการว่า ยินดีที่จะยอมรับข้อเสนอระงับโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านเป็นเวลา 20 ปี หากได้รับการรับประกันที่น่าเชื่อถือและเกิดขึ้นจริง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เคยยืนกรานว่าอิหร่านต้องยุติโครงการนิวเคลียร์อย่างถาวร ทั้งนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุ เพิ่มเติมว่า อิหร่านได้กลับคำในข้อเสนอที่จะขนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงจำนวน 440 กิโลกรัมออกจากพื้นที่ โดยอ้างว่าไม่มีเทคโนโลยี เครื่องจักร หรือยานพาหนะที่จะขนย้ายออกจากโรงงานนิวเคลียร์ที่ถูกทำลายได้ และมีเพียงสหรัฐฯกับจีนเท่านั้นที่มีเทคโนโลยีนี้ นอกจากนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังย้ำว่าอิหร่านต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาดและต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะยกเลิกการคว่ำบาตรบริษัทกลั่นน้ำมันของจีนที่ซื้อน้ำมันจากอิหร่านหรือไม่ด้านนายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน กล่าวในการประชุมกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย ว่า อิหร่านได้รับการติดต่อจากรัฐบาลทรัมป์ บ่งชี้ถึงความพร้อมที่จะเดินหน้าเจรจาเพื่อหาทางยุติสงคราม แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยังคงมีความเห็นไม่ลงรอยกันอย่างรุนแรงในประเด็นการจัดการยูเรเนียมเสริมสมรรถนะก็ตาม