เผยความสามารถครั้งใหม่กับการได้พิสูจน์ฝีมือครั้งสำคัญของสาว "โมบาย-พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค” ศิลปินภายใต้สังกัด LOVEiS ที่ได้เผยความสามารถทางการแสดงมาสวมบทบาทนางเอกลิเกครั้งแรก!! ในซีรีส์ “เพชรประกาย BLING BLING THE SERIES” ทุกวันศุกร์ เวลา 19.00 น. ทาง TrueVisions NOW ผสมผสานศิลปะไทยดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัย เข้มข้นชวนติดตามขึ้นเรื่อยๆถือเป็นการก้าวข้ามกำแพงของตัวเอง กับครั้งแรก!ของ “นางเอกลิเก” เรื่องนี้ “โมบาย” รับบทเป็น “พลอยหญิง” นางเอกลิเกประจำคณะ ผู้เป็นทั้งกำลังใจและแรงผลักดันสำคัญให้กับ เพชรแท้ รับบทโดย “แบงค์ ศรราม เอนกลาภ” พระเอกลิเกเงินล้านในชีวิตจริง ที่มารับบทพระเอกลิเกผู้ต้องแบกรับภาระในการประคองคณะลิเกของครอบครัวให้เดินต่อไปได้ อะไรทำให้โมบายตัดสินใจรับบทนี้? “โมบาย” เผยว่า “เคยเล่นซีรีส์เมื่อนานมากแล้ว จนกระทั่งมีเรื่องนี้ติดต่อเข้ามาและเรารู้สึกสนใจ เมื่อก่อนปฏิเสธไปเยอะ เพราะอยากทุ่มเทให้กับเส้นทางเพลงให้เต็มที่ แต่พอเห็นโอกาสนี้ ได้เล่นกับพี่แบงค์ ศรราม และได้เป็นนางเอกลิเกด้วย ตอนนั้นอยากเล่นแต่ก็กลัว ก็รู้สึกว่าเป็นโอกาสใหม่ๆที่ว้าวมากสำหรับเราค่ะ พอต้องเล่นจริงๆคือต้องรำเอง แสดงเอง ยากเหมือนกันค่ะ แม้โมบายจะมีพื้นฐานการเต้นมาบ้าง แต่การรำมันต่างกันมาก ทั้งจังหวะและการวางท่าทาง สำหรับโมบายมองว่าศาสตร์ของลิเกคือที่สุดเลยค่ะ ยิ่งเรื่องการร้อง มีความผสมผสาน มีกลิ่นอาย R&B และมีความเป็นไทยสูงมาก ที่สำคัญคือต้องใช้เสียงสูงมาก โดยเฉพาะผู้หญิงต้องร้องคีย์สูงมาก เป็นการร้องที่ยากที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลยค่ะ” อีกหนึ่งความยาก คือ “จริตนางเอกลิเกตัวจริง” ที่ต้องมีการเกี้ยวพาราสีกับพระเอก “โมบาย” เผยว่า “ถือว่ายากค่ะ เพราะปกติโมบายเป็นคนขี้เขิน แต่ในบทต้องมีการส่งสายตากับพระเอกตลอด ต้องทำเป็นเขินแต่ก็ต้องสู้ตาเขาด้วย ตอนเวิร์กช็อปครูก็เน้นว่าต้องสบตากันเยอะๆ ในเรื่องชุดลิเกและการแต่งหน้า เรียกว่าชุดจัดเต็มทุกรอบ หนักและแน่นมากค่ะ หัวต้องตั้งตรงตลอดและต้องระวังเพชรพลอยบนชุดด้วย ส่วนเรื่องแต่งหน้าลิเกจริงๆ พี่ๆเขาแต่งหน้ากันไวมากจนโมบายตกใจ ต่างจากที่เราคิดไว้เลยค่ะ” การทำงานร่วมกับพระเอกลิเกคิวทองอย่าง “แบงค์ ศรราม” เป็นอย่างไรบ้าง? “เราไม่เคยเจอกันมาก่อนแต่รู้ว่าเขาดังมาก คุณแม่โมบายชอบมากค่ะ บอกว่า “เล่นเลยลูก แม่ชอบ!” (หัวเราะ) พอมาเจอตัวจริง พี่เขาอายุน้อยมาก เพิ่งจะ 30 เอง แต่เขาเก่งมากและทำงานหนักมาก พี่เขาน่ารักมาก เรื่องลิเกพี่แบงค์ก็เข้ามาช่วย เรามีต้องรับท่าลิเกหน้างาน พี่แบงค์ก็จะช่วยคิดท่าการแสดง และช่วยพี่ๆนักแสดงท่านอื่นด้วย”“โมบาย” เล่าต่อด้วยความภูมิใจ “ซีรีส์เรื่องนี้เปิดโลกหนูมาก จากที่เคยคิดว่าลิเกต้องรำแบบไทยจ๋า เรียบร้อยๆ แต่จริงๆลิเกมีความตลก มีความคอมเมดี้ มีการเล่นมุกสดๆมีดราม่า มีความครบรสเหมือนเป็นภาพยนตร์ หรือละครเรื่องหนึ่ง แฟนคลับลิเกก็น่ารักมาก ติดตามกันเหนียวแน่นเห็นการเติบโตกันมาตั้งแต่เด็กๆ หนูเลยเข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงรักลิเกขนาดนี้ค่ะ ดีใจที่ได้เป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้อยู่ในศิลปะวัฒนธรรมไทยค่ะ การเล่นซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เรารักอาชีพนักแสดงมากขึ้นด้วยค่ะ” ตัวละคร “พลอยหญิง” มีความเหมือนหรือต่างจากตัวจริงอย่างไร “โมบาย” เล่าว่า “โมบายชอบความมองโลกในแง่ดีของเขาค่ะ เขาเป็น Supporter ที่ดีมาก มีความเป็นผู้นำ แต่ก็ไม่ดุจนเกินไป เขารู้ว่าตัวเองต้องการอะไรและตั้งใจทำมันจริงๆ ซึ่งมีส่วนที่คล้ายโมบายตรงความมองโลกในแง่ดีและการเป็น Supporter แต่พลอยหญิงเขาจะลุยกว่า กล้าชนกว่า” ในเรื่อง “พลอยหญิง” เป็นนักซัพพอร์ตตัวจริง ถ้าชีวิตจริง ถ้าเจอคนแบบนี้ล่ะดีมั้ย? “ดีนะคะ หนูรู้สึกว่าการจะมีใครสักคนมันต้องดีได้มากกว่าการที่เราจะอยู่คนเดียว ซึ่งถ้าเรามีคนเข้ามาอยู่ข้างกายที่เข้าใจเราและคอยซัพพอร์ตเรา เป็นคู่ช่วยคิด เป็นกระจกสะท้อน ซัพพอร์ตกันในวันที่เรามองไม่เห็นจุดบกพร่องของตัวเอง และอยากเห็นคนที่เรารักมีความสุขในสิ่งที่เขาเลือกทำด้วยค่ะ” แล้ว “โมบาย” จะเป็นนักซัพพอร์ต ตัวแม่อย่าง “พลอยหญิง” มั้ย? “คงต้องช่วยกันซัพพอร์ต หนูอาจจะชอบเห็นอกเห็นใจคนอื่น เป็นคนเซนซิทีฟ เลยถนัดเรื่องฮีลใจให้กำลังใจคนอื่นค่ะ”จากไอดอลสาวสู่การเติบโตในวงการบันเทิงวันนี้ มองตัวเองเปลี่ยนไปอย่างไร“โมบายรู้สึกว่าตัวเองเติบโตมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นค่ะ อาจจะด้วยวัยที่โตขึ้นด้วย เราได้มีตัวตนมากขึ้น ได้ลองเปลี่ยนสไตล์ หนูยังเรียนรู้ทุกวันอยู่เลย หนูอยู่ในช่วงอายุ 24 ปีหน้าก็อายุ 25 มันก็ต้องเปลี่ยนแปลงและเติบโตไปเรื่อยๆ แต่พยายามเลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบมากที่สุด” เป้าหมายต่อไปในเส้นทางศิลปินของโมบาย? “ปีนี้อยากโฟกัสเรื่องเพลงและตัวตนที่อยากจะเป็น อยากหาลายเส้นของตัวเองให้ชัดเจนขึ้นค่ะ ตอนนี้ก็กำลังเรียนรู้และลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ” ช่วงหลังโมบายดูเติบโตขึ้นเป็นสาวสวยเก๋ขึ้น? “ปีนี้เป็นปีที่เปลี่ยนแปลงตัวเองมาก เรามีสิ่งที่ชอบแต่เราไม่เคยเผยตัวตนออกไป พอช่วงมีเวลาว่างก็ได้ไปเที่ยว ได้ไปเจอสิ่งรอบตัว เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หนูชอบงานภาพ งานอาร์ต ก็อยากทำสิ่งที่ชอบลงในแพลตฟอร์มของเรามากขึ้น ทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ แม้ในใจจะยังมีความกลัวอยู่บ้าง ชอบอยู่ในคอมฟอร์ตโซน แต่หนูคิดว่าถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้ในวัยเท่านี้ เราอาจจะเสียใจภายหลังค่ะ หนูเชื่อว่าถ้าเราได้ทำในสิ่งที่รักจริงๆ เราจะทำมันได้นานและมีความสุขที่สุดค่ะ”.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม