หากถือบรรทัดฐานวงการพระเครื่อง จากภาพพระในหนังสือที่เซียนใหญ่คัดสรรตีพิมพ์ในหนังสือพระสมเด็จวัดระฆัง เริ่มตั้งแต่พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ฐานแซม พิมพ์เกศบัวตูม พิมพ์ปรกโพธิ์ กระทั่งพิมพ์เศียรบาตรอกครุฑ (ไกเซอร์) องค์ที่ติดตาจมูกปาก เริ่มมีให้เห็นบ้าง แต่ก็น้อยเต็มทีพิมพ์ที่แทบจะไม่มีหน้าตาปรากฏเลย น่าจะเป็นทรงเจดีย์กับฐานแซมดูภาพสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ องค์ในคอลัมน์วันนี้ ด้านหน้า เส้นสายลายพิมพ์ที่นูนสูง ทั้งองค์พระและเส้นซุ้ม สึกช้ำ เปิดให้ผิวเนื้อเกสรดอกไม้ขาวขุ่น รักทองยังเหลือให้เห็น ในหลุมร่อง มีส่วนช่วยขับเน้นให้เห็นตา จมูก ปาก ไปถึงเส้นสังฆาฏิ เส้นแบ่งพระเพลา รวมไปถึงเส้นกรอบกระจกสี่ด้านเห็นคมชัดขึ้นหากไม่มีหลุมร่องรักทอง เหลือแต่เนื้อพระเกลี้ยงเกลา...โอกาสจะเห็นตาจมูกปากชัดอย่างนี้ก็น้อยลงพระสมเด็จวัดระฆังสภาพนี้ ถือว่ามีจุดเด่นสองเด้ง เด้งแรก คือสีขาวขุ่นเนื้อพระ ตัดกับผิวพระที่ยังมีฝ้ารักสีคล้ำ ช่วยให้เห็นองค์พระเด่นสง่า เป็นเสน่ห์หนึ่งเฉพาะสมเด็จวัดระฆังที่เจอน้อยองค์ยิ่งพลิกด้านหลัง รอยยุบรอยแยกหลุมร่องที่มองเหมือน “สังขยา” รวมคะแนนด้านหน้า ก็ต้องให้กันเต็มร้อยว่ากันด้วยทฤษฎีพิมพ์ทรง...ไม่ถึงกับลงตัว หนึ่งในห้าแม่พิมพ์ของ “นิรนาม” สำนักท่าพระจันทร์ หรือสี่พิมพ์ เขื่อง ชะลูด สันทัด ย่อม ของครูตรียัมปวาย...ในทัศนะส่วนตัวผม ทรงเจดีย์มีมากกว่าห้าพิมพ์องค์นี้ เค้าโครงรูปพระพักตร์ หักมุมเป็นหกมุม แปลกกว่าพระพักตร์พิมพ์ทรงเจดีย์อื่นที่คุ้นตา...แต่ทรวดทรงองค์เอวส่วนอื่น...ค่อนไปทางพิมพ์อกกระบอก ทรงเจดีย์พิมพ์ที่ 1 ทฤษฎีนิรนาม...หรือถ้าไม่ใช่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ทุกเส้นสายสมส่วนทรงเจดีย์ทุกประการองค์นี้นอกจากมีความแปลกแตกต่าง ยังมีเครดิตแถมจากเรื่องเล่าหลายเดือนเต็มที มีคลิปในยูทูบ ใต้ภาพพระมีคำบรรยาย อาจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ท่านสนใจ...ผมเคยเห็น และพอจำได้ “พระใคร” บอกเจ้าของไป คำตอบเก็บไว้ลึกเกินไป หรือเจ้าของมีพระมากเกินไป หากันมาสี่ห้าเดือนแล้ว จนวันนี้ก็ยังหาไม่เจอฟังแล้ว ผมไม่แน่ใจ หรือเจ้าของเขาหวงเกินไป ถึงขั้นไม่อยากคุยกับใครเลยกราบเรียนด้วยความเคารพ ถึงอาจารย์ ถ้าค้นเจอเมื่อไหร่ จะฝาก ดร.คมสัน สนองพงษ์ ศิษย์คนหนึ่งของอาจารย์ ไปให้ท่านช่วยพิจารณา อย่างน้อยก็เผยแพร่ความรู้เรื่องแม่พิมพ์ทรงเจดีย์ให้กว้างขวางออกไปกระบวนการเรียนรู้เรื่องพระสมเด็จวัดระฆัง ในมุมมองของเด็กวัดเก่ารุ่นผม...ทั้งแม่พิมพ์ ก็ยังจบไม่ลง...กี่พิมพ์ เรื่องเนื้อบวกสภาพแวดล้อมขององค์พระ ที่ผ่านการใช้ผ่านกาลเวลายาวนานกว่า 150 ปี...ผมไม่เชื่อว่า จะถ่ายเทให้เอไอ...สรุปแล้วเอาไปใช้ตัดสินแทน “ตาคน”เรื่องดูพระ ผมยังไม่เชื่อเอไอ ไม่ว่าในวันสองวันนี้ หรืออีกสิบยี่สิบปีข้างหน้าส่วนปัญหาเรื่อง “ตาเซียน” นั้น ที่จริงพวกเราก็รู้ชัดกันมานาน...พระแท้ในมือเซียนกับพระไม่แท้ในมือคนนอกวงการ ต่างกันดำกับขาวแค่ไหน...และเรื่องสุดท้าย...ราคา...ไม่เหยียบย่ำซ้ำเติมกันนะครับ...ที่ขัดแข้งขัดขา เป็นคดีความโกงห้าพันล้านกันในวันนี้ ต้นเหตุก็มาจากสมเด็จองค์ราคาร้อยล้านล่อให้เซียนน้อยหลงลม ติดลมบน จนสายป่านขาด ฟังตามข่าว ตำรวจใหญ่เขาว่า งาน ล้างบางครั้งนี้ จะมีคิวรอเข้าคุกถึงเก้าคน.พลายชุมพลคลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม