สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ต้อนรับอบอุ่น โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เยือนจีนครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี ย้ำความสัมพันธ์สองชาติมหาอำนาจ ท่ามกลางการจับตามองจากนานาชาติถึงสถานการณ์สงครามอิหร่าน ทำเนียบขาวแจงสองชาติเห็นตรงกัน “อิหร่าน” ไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครอง ช่องแคบ “ฮอร์มุซ” ที่ถูกปิดล้อมต้องเปิดกว้างอย่างเสรี จีนสนใจเพิ่มสั่งซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ ลดพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสื่อต่างชาติเผย “ทรัมป์” ปฏิเสธแนวคิดให้จีนมีบทบาทช่วยยุติสงคราม ยืนยันสหรัฐฯจะเป็นฝ่ายชนะการพบกันครั้งประวัติศาสตร์ในรอบเกือบ 10 ปี ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในการประชุมทวิภาคี ที่กรุงปักกิ่ง ส่งสัญญาณเชิงบวกในการปฏิรูปความสัมพันธ์สองชาติมหาอำนาจ และเสถียรภาพความมั่นคงโลก โดยเฉพาะการหารือเพื่อหาทางออกในวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานา ธิบดีสหรัฐฯ พร้อมคณะรัฐมนตรี เข้าหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2560 ที่ผู้นำสหรัฐฯเดินทางเยือนแผ่นดินจีน อย่างเป็นทางการ การประชุมครั้งนี้มีกำหนดจัดต่อเนื่องถึงวันที่ 15 พ.ค.และถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ เนื่องจากหัวข้อการหารือครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ และผลลัพธ์ของการเจรจาอาจส่งผลกระทบต่อหลายภูมิภาคทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามองคือสถานการณ์สงครามอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคตะวันออก กลาง รวมถึงห่วงโซ่อุปทานพลังงานของโลกสำหรับการหารือในประเด็นอิหร่านระหว่าง 2 ผู้นำสหรัฐฯ-จีน ทางทำเนียบขาวสหรัฐฯชี้แจงว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ต่างเห็นพ้องที่จะไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง พร้อมตกลงกันว่าช่องแคบฮอร์มุซควรเปิดกว้างอย่างเสรี เพื่อให้อุปทานพลังงานหมุนเวียนอย่างไม่มีสะดุด นอกจากนี้ทางทำเนียบขาวยังรายงานว่า ระหว่างการหารือ นายสี จิ้นผิงยังแสดงความสนใจใน การเพิ่มการสั่งซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเป็นเรื่องยากหรืออาจไม่เกิดขึ้นในทันที เนื่องจากจีนนั้นเป็นลูกค้ารายสำคัญของอิหร่าน โดยในปี 2568 จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 80ด้านสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สงครามอิหร่านซึ่งสร้างวิกฤติพลังงานระดับโลก จะกลายเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือระหว่างนายทรัมป์และนายสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง ขณะที่นายมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ยังให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์นิวส์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันระหว่างการเดินทางไปจีนว่า รัฐบาลสหรัฐฯอยากให้รัฐบาลจีนทำงานเชิงรุกในเรื่องการคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้ง แต่ปรากฏว่าแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศจีนระหว่างการหารือของสองผู้นำแทบไม่ได้พูดถึงประเด็นอิหร่านเลยแต่อย่างใด ระบุเพียงว่านายสี จิ้นผิง และนายทรัมป์ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองในเรื่องสถานการณ์ภูมิภาคตะวันออกกลางเช่นเดียวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศอื่นๆส่วนสำนักข่าวอัลจาซีราระบุว่า ก่อนการเดินทางเจ้าหน้าที่สหรัฐฯเสนอให้จีนมีบทบาทมากขึ้นในการผลักดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม เหล่านักวิเคราะห์มองว่าจีนอาจเรียกร้องเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อนจะดำเนินการในประเด็นนี้ เช่น เรื่องไต้หวัน ขณะเดียวกันยังมีการคาดการณ์ว่าประเด็นอิหร่านอาจไม่เป็นหัวข้อหลักในการพบกันระหว่าง 2 ผู้นำประเทศในการพบกันครั้งนี้ นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังได้ปฏิเสธแนวคิดที่ให้จีนเข้ามามีบทบาทช่วยยุติสงครามอิหร่าน โดยย้ำก่อนเดินทางไปจีนว่าสหรัฐฯไม่ต้องการความช่วยเหลือจากฝ่ายใดในเรื่องดังกล่าว และยืนยันว่าสหรัฐฯจะเป็นฝ่ายชนะสงครามด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นหนทางที่สันติหรือไม่ก็ตามอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่