เหตุโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ เด็กนักเรียนชาย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อายุ 14 ปี ใช้อาวุธปืนก่อเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ส่งผลให้ครูเสีย ชีวิต 5 ราย โดยมีนักเรียนและครูได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 20 คน ซึ่งหลังจากก่อเหตุนักเรียนคนดังกล่าว ใช้อาวุธปืนยิงปลิดชีพตัวเองเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ ที่บ้านของเด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในซอยวัดลาดปลาดุก อ.บางบัวทอง ยังได้พบร่างปู่ และย่าของเด็กนักเรียนคนดังกล่าว ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน ซึ่ง คาดว่าถูกเด็กนักเรียนคนนี้ยิงเสียชีวิตในช่วงเช้าก่อนไปก่อเหตุกราดยิงที่โรงเรียน ยิ่งเพิ่มความสะเทือนใจช็อกความรู้สึกของสังคมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้แก่ญาติผู้สูญเสีย และบาดเจ็บ สร้างความสะเทือนใจให้แก่สังคม โดยมีการตั้งคำถามถึงแรงจูงใจที่ทำให้เด็กลงมือก่อเหตุ ซึ่งต้องรอให้ตำรวจสอบสวนหาสาเหตุจูงใจที่แท้จริง ยังไม่ควรปักใจเชื่อกระแสในโลกโซเชียลฯที่ชี้เป้าคนนั้น คนนี้ เป็นต้นเหตุ ทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในส่วนรัฐบาลนอกจากต้องเร่ง ช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บแล้ว ต้องเน้นดูแลด้านสุขภาพจิตของเด็กนักเรียนและครู ที่อยู่ในภาวะเสียขวัญ ที่สำคัญต้องเร่งถอดบทเรียน วางมาตรการป้องกันที่เข้มงวดรัดกุม เพื่อทำให้โรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศเป็นพื้นที่ปลอดภัย อย่างแท้จริง ไม่เกิดเหตุร้ายซ้ำรอยขึ้นมาอีกและจากเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาชี้ว่า การก่อเหตุรุนแรงในโรงเรียน จากสถิติและงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ สาเหตุอาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ทั้งสภาวะทางอารมณ์ ของเด็กที่ถูกกดทับ การถูกบูลลี่จากคนรอบข้าง และบริบทรอบตัวของเด็ก ทั้งครอบครัว โรงเรียน เพื่อน สังคม และพฤติกรรมส่วนตัวขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก และวัยรุ่นระบุว่า เด็กที่เจอภาวะกดดันจากคนรอบข้างจะกลายเป็นความวิตกกังวล ซึมเศร้าจนอาจทำร้ายตัวเอง อีกปัจจัยที่สำคัญ คือ ความสัมพันธ์ที่ไม่อบอุ่นในครอบครัว การหย่าร้าง การใช้ความรุนแรง ทำให้เด็กซึมซับ และเก็บกด หาทางออกไม่ได้ ไม่มีที่ระบายจนระเบิดอารมณ์ออกมาในทางที่ผิดจากที่ผู้เชี่ยวชาญสะท้อนปัจจัยเหตุต่างๆ ที่อาจส่งผลให้เด็กก่อเหตุใช้ความรุนแรง จึงไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลฝ่ายเดียวที่จะแก้ปัญหาป้องกันเหตุร้ายในโรงเรียน แต่เป็นเรื่องที่สังคมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะครอบครัว พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ผู้บริหารโรงเรียน ครู และเพื่อนนักเรียน ก็ต้องร่วมถอดบทเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดใจขึ้นมาอีก. คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม