นายกฯ “อนุทิน” ยกคณะลุยล้างต่างชาติยึดเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นำทีมตรวจพูลวิลล่าของชาวอิสราเอล หลังพบก่อสร้างผิดกฎหมายนำนอมินีมาซื้อใช้เป็นที่ตั้งบริษัทหลอกเป็นของคนไทย ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เอาฝรั่งใส่วิกดำนั่งบริหารเต็ม 100 ผิดเจตนารมณ์กฎหมายไทย สั่งสอบเส้นทางการเงิน ขณะที่ตำรวจรับลูกเปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน” บุกค้น 243 บริษัท ยึดโฉนด 37 แปลง กว่า51ไร่นายกฯลงพื้นที่แก้ชาวต่างชาติทำธุรกิจเกาะพะงัน-ภูเก็ต เมื่อเวลา 11.10 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นำคณะเดินทางไป จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามการแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และตรวจติดตามการจับกุมการบุกรุกหาดฟรีด้อม อ.เมืองภูเก็ต เมื่อไปถึงนายกฯและคณะลงเรือที่ท่าเรือบางรักษ์ อ.เกาะสมุย ข้ามไปยังเกาะพะงัน นายอนุทินนั่งหัวเรือสปีดโบ๊ตและเรียกนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม มาพูดปรับปรุงสะพานท่าเทียบเรือที่ค่อนข้างเก่า สั่งให้ไปปรับปรุงระเบียบ เพื่อให้เอกชนและประชาชนได้ใช้ให้ดีขึ้นจากนั้นนายอนุทินเดินทางไปบ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 7 บ้านโฉลกหลำ ต.เกาะพะงัน ลักษณะเป็นพูลวิลล่าและเป็นที่ตั้งบริษัทเทเลอร์ วิลล่า จำกัด การก่อตั้งพูลวิลล่าดังกล่าวก่อสร้างผิดกฎหมาย มีชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ นายกฯกล่าวว่า ขอให้พิสูจน์ผู้ถือหุ้นว่าเป็นชาวต่างชาติหรือไม่ เพราะถ้าถือหุ้นถือว่าผิดหลักต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย แต่พฤติกรรมที่กระทำผิดตัวเองทราบดีว่าไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน แต่ใช้ลักษณะนอมินีมาอ้างมาซื้อที่ดิน หลอกลวงคนทั่วไปเข้าใจว่านี่คือบริษัทไทย และขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินด้วยด้านนายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณี ครม.อนุมัติหลักการปลดล็อกให้ชาวต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจว่า มติดังกล่าวเป็นการลดขั้นตอนตามนโยบายลดความซ้ำซ้อนเช่น หากเป็นคนต่างชาติจะขอประกอบธุรกิจในไทยจะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่จดทะเบียนการค้าให้ ส่วนใบอนุญาตจะไปทำธุรกิจต่างๆหน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาตก็ไปดำเนินการได้เลย แต่วันที่ 12 พ.ค. รองโฆษกประจำสำนักนายกฯคงแถลงสั้นและสรุปข่าวว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่เมืองไทยโดยไม่ต้องขอใบอนุญาต อันนี้ไม่ใช่ ต้องขออนุญาต ยืนยันว่าไม่ใช่เลย เพราะต้องไปขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่อนุญาตให้อนุญาต ไม่ต้องไปขอใบอนุญาตที่กระทรวงพาณิชย์ เราพยายามลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน พยายามให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิสให้ได้มากที่สุดเมื่อถามว่าเรื่องนอมินีเกาะพะงันได้กำชับอย่างไร นายกฯกล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี อย่าเพิ่งไปพูดเรื่องที่ดินว่ารุกล้ำหรือไม่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดินจะไปจัดการตรงนั้นเอง วันนี้เรามาดูเรื่องของการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% แต่ตอนนี้มีการเปิดหลายบริษัท ไขว้กันไปไขว้กันมา ทำให้บริษัทนั้นดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย แต่ความจริงการครอบครองกำหนดทิศทางเป็นของต่างชาติ 100% อย่างนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดินบริษัทคนไทยยังต้องมี 51% แต่นี่เป็นต่างชาติ 100% เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทยค่อยๆละลายไป“พูดง่ายๆเอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายยังไงฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนด คนต่างชาติเป็นคนกำหนด เราต้องแก้ไขตรงนี้ และบริษัทมีที่ปรึกษา บริษัทกฎหมาย บริษัททำบัญชีในการทำงานต่างๆ มีผู้ก่อตั้ง 7 คนต้องเป็นคนไทย ต้องใช้ทุนเกิน 50% ถ้าทำแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ก็เปิดให้หมด แต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์แบบนี้ ตรงนี้มันปรับบริษัทมาหลายอย่าง คนคนหนึ่งถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า 200 กว่าบริษัท คือเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจ มันผิดเจตนารมณ์กฎหมายใหญ่ ฉะนั้นเชื่อว่าจะดำเนินคดีได้” นายอนุทินกล่าวและว่า เพิ่งมาดูประเด็นหนึ่งในสายงานตำรวจคือต้องไปดูที่มาของเงินว่าเอาเงินเข้ามาให้ฟอกกลายเป็นที่ดินที่เขาสามารถถือครองและมีสิทธิ์จ้างไปทำอะไรก็ได้ทำตามใจต่างชาติแบบนี้ เราก็ต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายกฯลงพื้นที่มีประชาชนมายืนรอพร้อมกับมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ ก่อนที่นายอนุทินจะเดินไปดูบริเวณชายหาด และกล่าวว่าขอให้ช่วยกันรักษาชายหาดให้สะอาดและน้ำให้ใสสะอาด อย่าทำน้ำขุ่น ต้องช่วยกันรักษา ก่อนจะพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน ทั้งนี้ชาวบ้านได้ชวนนายกฯมาตกหมึก นายกฯตอบว่าวันนี้ไปไม่ได้เดี๋ยวต้องเดินทางไป จ.ภูเก็ต ต่อ ชาวบ้านบอกอีกว่าปลาหมึกที่นี่อร่อยไม่เค็ม นายกฯตอบกลับเป็นภาษาใต้ว่า “หรอยแรงๆ”สายวันเดียวกัน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศปชก.ตร.และ หน.ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน” นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริษัทเป้าหมาย 243 บริษัท พบบริษัทเข้าข่ายต้องสงสัยเป็นนอมินี และพบพิรุธเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน 27 แห่ง ตรวจยึดโฉนด 37 แปลง จำนวน 51 ไร่ 2 งาน มูลค่ารวม 150 ล้านบาท ออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย จับกุมได้ 2 ราย เป็นชาวไทยกระทำความผิดในข้อหาช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวอีกรายเป็นบุคคลต่างด้าวยังหลบหนีชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ตรวจพบการดำเนินการนิติบุคคลบนเกาะพะงัน ทั้งสิ้น 3,754 ราย ต่างชาติถือหุ้น 2,381 ราย เน้นตรวจสอบเชิงลึกในกลุ่มที่ต้องสงสัยเป็นธุรกิจนอมินี มีต่างชาติลงทุนในอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนดคือร้อยละ 49, การให้สิทธิคนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน, กรณีตรวจพบคนไทยมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการในหลายบริษัท ลักษณะถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และกลุ่มคนไทยที่มีการแจ้งเข้า-ออก ระบบประกันสังคมหลายครั้ง หลายบริษัทซึ่งไม่น่ามีการทำงานจริงต่อมาเวลา 17.20 น.วันเดียวกัน นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจหาดฟรีด้อม ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เขตเชื่อมต่อกับพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการจับกุมและปราบปรามขบวนการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติใกล้หาดฟรีด้อม ต.กะรน นายกฯพบปะพี่น้องประชาชนที่มารอและแจ้งเรื่องราวปัญหาต่างๆที่ถูกกลุ่มบุคคลใช้อิทธิพลข่มขู่ ขับไล่ ทำร้ายร่างกายให้ออกจากพื้นที่ ก่อนหน้านี้จังหวัดภูเก็ตตรวจสอบพื้นที่ตามข้อร้องเรียน พบการบุกรุกพื้นที่ป่าใกล้หาดฟรีด้อมและพื้นที่คาบเกี่ยว ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ตรวจยึดจับกุมไปแล้ว 23 คดี มีผู้ต้องหา 17 คน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 58 ไร่ ล่าสุดวันที่ 12 พ.ค.ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวอีก 1 รายนายอนุทินกล่าวว่า คดีบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณหาดฟรีด้อมได้สืบสวนสอบสวนแล้วเสร็จและจับกุมผู้ต้องหาได้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ประชาชนไม่จำเป็นต้องมาขอความเมตตาจากตน ขอแสดงความเสียใจและขออภัยที่ลงพื้นที่ล่าช้า ทำให้ได้รับผลกระทบจากการถูกผู้มีอิทธิพลรังแก ยืนยันว่าได้กำชับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดผลกระทบในอนาคตควบคู่กับการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนบริหารจัดการและกำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่หาดฟรีด้อมในระยะต่อไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่