กรมราชทัณฑ์เผยอาการล่าสุด “หมิงเฉิน ซัน” รู้สึกตัวดี ปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์ได้ แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจยังถอดออกไม่ได้ ต้องให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูก ผลตรวจห้องแล็บ ตรวจสารเสพติด ตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดทุกประเภท ด้านโฆษก ตร.ยันยังไม่พบประเด็นเชื่อมโยงนักการเมืองไทย ชี้ภายใน 3 เดือนจัดตั้งกองกำลังร่วม Joint Task Force ตรวจสอบชาวต่างชาติทำผิดกฎหมาย พร้อมรวบรวมฐานข้อมูลอาชญากรเข้าสู่ระบบ One Policeให้ตำรวจทั่วประเทศเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพสังคมยังกังขากรณีการจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาคดีครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด หลังตำรวจออกมาเผยข้อมูลว่านายหมิงเฉิน ซัน เป็นกระเป๋าเงินของเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในฝั่งประเทศกัมพูชา สะสมอาวุธจำนวนมากไว้เตรียมรบกับแก๊งสแกมเมอร์คู่อริด้วยกัน ไม่มีเป้าหมายก่อวินาศกรรมหรือทำร้ายคนไทย ด้านเจ้าตัวหลังถูกจับมีความเครียดจัด อดข้าวมา 3 วัน ดื่มแต่น้ำเปล่า และกินยารักษาโรคซึมเศร้า ทันทีที่ถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา จ.ชลบุรี เกิดอาการช็อกวูบหมดสติ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์รีบหามส่ง รพ.พัทยาปัทมคุณ (รพ.บางละมุง) แพทย์นำเข้าห้องไอซียู ใส่เครื่องช่วยหายใจ เฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ขณะที่ตำรวจได้ส่งกำลังคอมมานโดรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ป้องกันเหตุไม่คาดฝันและการชิงตัวผู้ต้องหาความคืบหน้าเมื่อวันที่ 13 พ.ค. กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงรายละเอียดการรับตัวและอาการป่วยฉุกเฉินของนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด เกิดป่วยฉุกเฉินและเข้ารับการรักษาพยาบาล รพ.พัทยาปัทมคุณ แพทย์ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ทางการแพทย์ เมื่อนายหมิงเฉิน ซัน ถึง รพ.พัทยาปัทมคุณ วันที่ 11 พ.ค.2569 แพทย์ได้เจาะเลือด เอกซเรย์ปอด และทำ CT ที่สมอง เพื่อหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ต้องขังรับประทานยาประจำตัวเกินขนาดได้ใส่สายยางทางจมูกเพื่อล้างระบบทางเดินอาหาร พบของเหลวสีฟ้า และได้ฉีดยาต้านพิษ ส่งผลให้ผู้ต้องขังเริ่มขยับตัวและมีปฏิกิริยาตอบสนองดีขึ้นอาการล่าสุด วันที่ 12 พ.ค.2569 ผู้ต้องขังรู้สึกตัวดี สามารถปฏิบัติตามคำสั่งทางการแพทย์ได้ แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังไม่สามารถถอดออกได้ ส่วนการรับประทานอาหารยังคงต้องให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูก ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) ผลตรวจสารเสพติด ผลการตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดทุกประเภท โรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจกลุ่มสาร alcohol, Benzodiazepine, ยาฆ่าแมลง เป็นต้น คาดว่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการภายในวันศุกร์นี้หรือสัปดาห์หน้าทั้งนี้ กรณีแพทย์ รพ.พัทยาปัทมคุณ สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาด คาดว่านายหมิงเฉิน ซัน ได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาดมาก่อนที่จะถูกส่งตัวมาควบคุม ณ เรือนจำพิเศษพัทยา เนื่องจากขณะเกิดอาการอยู่ระหว่างกระบวนการรับตัวภายในเรือนจำเพียง 2 ชั่วโมงก่อนส่งรักษาโรงพยาบาลภายนอก ประกอบกับเรือนจำมีมาตรการห้ามนำยารักษาโรคทุกชนิดเข้าสู่ภายในเรือนจำอย่างเด็ดขาด เว้นแต่จะผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตจากแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพประจำเรือนจำเท่านั้นกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัย เรือนจำพิเศษพัทยาได้ยกระดับมาตรการควบคุมตัวขั้นสูงสุด จัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าตรวจตราใกล้ชิดพร้อมทั้งประสานขอกำลังสนับสนุนจากตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) บก.ภ.2 ร่วมปฏิบัติภารกิจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ตลอด 24 ชั่วโมง กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการควบคุมดูแลผู้ต้องขังรายดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุม และการรักษาพยาบาลตามหลักมนุษยธรรมและสากลทุกประการวันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีความมั่นคง กรณีนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน ที่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำใน จ.ชลบุรี ก่อนตำรวจขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูในเมืองพัทยา พบอาวุธสงครามจำนวนมากทั้งระเบิด C4 ปืน M16 และระเบิดสังหารซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านพัก ว่า ขณะนี้คดีคืบหน้าไปมาก หลังตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม เส้นทางการเงิน รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลดิจิทัล พบประวัติการแชตสนทนา ภาพการฝึกใช้อาวุธ และการสะสมอาวุธมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา“จากพยานหลักฐานทั้งหมดพบความเชื่อมโยงชัดเจนว่านายหมิงเฉิน ซัน มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่าผู้ต้องหารับงานสังหารในกัมพูชานั้น ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบและขยายผลในทุกมิติ ก่อนจะยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างชัดเจน ส่วนประเด็นที่มีกระแสเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองไทย จากการตรวจสอบจนถึงขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลว่าผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองไทยแต่อย่างใด และยืนยันว่าจากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเป้าหมายก่อวินาศกรรมในประเทศไทย หรือเตรียมนำอาวุธไปก่อเหตุทำร้ายประชาชนคนไทย จากการขยายผลคดี เดิมมีผู้ต้องหาเพียงนายหมิงเฉิน ซัน และมีผู้ต้องหาเพิ่ม 5 คน รวมทั้งหมดเป็น 6 คน และคาดว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกในระยะต่อไป” โฆษก ตร.กล่าวเมื่อถามว่า นายหมิงเฉิน ซัน มีอาการเครียดหนักจนชักเกร็งและถูกนำตัวออกจากเรือนจำไปรักษาที่โรงพยาบาล จนมีความกังวลเรื่องการชิงตัวผู้ต้องหานั้น โฆษก ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ และตำรวจภูธรภาค 2 อย่างเข้มงวดสูงสุด แม้ผู้ต้องหาจะต้องเข้ารับการรักษาตามสิทธิขั้นพื้นฐานก็ตาม ภายใน 3 เดือนนี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จะเร่งตรวจสอบข้อมูลนักท่องเที่ยวที่อยู่ในฐานข้อมูล พร้อมบูรณาการร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งกองกำลังร่วม หรือ Joint Task Force เพื่อตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ในระยะยาวจะรวบรวมฐานข้อมูลอาชญากรเข้าสู่ระบบ “One Police” เพื่อให้ตำรวจทั่วประเทศเข้าถึงข้อมูลและติดตามผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อถามว่า คดีนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า นายหมิงเฉิน ซัน ไม่ได้อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของประเทศใดเลย แม้แต่ประเทศต้นทางก็ไม่ได้ติดตามบุคคลรายนี้มาก่อน พร้อมย้ำว่าอาชญากรจำนวนมากทั่วโลกมักปกปิดตัวตน และหลายประเทศ มักทราบข้อมูลหลังเกิดเหตุแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หลังตำรวจไทยทราบข้อมูลได้เร่งขยายผลและดำเนินการอย่างเต็มที่ ยืนยันว่าหากพยานหลักฐานสาวไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะมีอิทธิพลหรือมีความสำคัญเพียงใด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่