ลุ้นเหนื่อยพอๆกับคิวเจรจาสงบศึกยุติสงครามอุดช่องแคบฮอร์มุซ ณ จุดที่ประชาชนคนไทยเกือบได้นั่งกินแห้วกระป๋อง อดเฝ้าหน้าจอดูฟุตบอลโลก 2026 ที่จะฟาดแข้งกันในวันที่ 11 มิถุนายน เดือนหน้านี้แล้ว ตามแนวโน้มที่ยังหา “สปอนเซอร์หลักอย่างเป็นทางการไม่ได้”ในอาการงงๆแบบที่ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งรู้ว่าบอลโลกจะเป่านกหวีดเริ่มคู่แรกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ด้วยลีลาเก๋าเกมการเมืองก็ไวพอที่จะตั้งหลักกั๊กฟอร์มไม่ให้เสียหน้า รับปากจะให้คอบอลไทยได้ชมศึกลูกหนังโลกเหมือนทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่อยากให้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เป็นที่จดจำรัฐบาล “อนุทิน” คือยุคที่จอดำ ทำคนไทยอดดูฟุตบอลโลกต้องรีบโชว์อาการกระตือรือร้นไม่ให้คนบ้าบอลรุมด่า ลัดคิววาระด่วนจี๋เข้าที่ประชุม ครม. ก่อนมีมติอนุมัติงบฯ 1,300 ล้านบาท ให้กรมประชาสัมพันธ์ประสาน กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกโดย กสทช.จะเป็นแม่งานในการดึงภาคเอกชนร่วมซื้อโฆษณาตามทรงที่อ่านไต๋ได้ มันก็หนีไม่พ้นต้องไปบีบคอรัฐวิสาหกิจของรัฐที่มีเงินถุงเงินถัง บังคับให้มารับเป็นสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการ อย่างไม่เต็มใจเป้าหมายหลักหนีไม่พ้นเครือยักษ์ ปตท.กับบริษัท การท่าอากาศยานฯเพราะค่าลิขสิทธิ์กว่า 1,300 ล้านบาท ที่พ่วงด้วยกฎเหล็ก “Must Have” ของ กสทช.ที่บังคับให้ถ่ายทอดสดผ่าน “ฟรีทีวี” แล้วจะมีนักธุรกิจหน้าโง่ที่ไหนเอาเงินมาทิ้งน้ำถมทะเล ซื้อบอลโลกมาขาดทุนฟรีๆแน่ๆจาก Must Have ทำให้มาถึงจุดเกือบทำให้ Must Not Haveผลจากฟอร์มการเมืองแบบไทยๆ รัฐบาลบริหารแบบเอาง่ายเข้าว่า เอะอะต้องเอาใจชาวบ้านชอบของฟรี จัดโปรฯแจกแถมแลกแต้มโกยคะแนนนิยมทางการเมืองไว้ก่อน ไม่สนทำลายกลไกระบบธุรกิจพังยับจนที่สุดก็เห็นผลกันแล้ว แนวโน้มจากการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกที่หาเจ้าภาพยากขึ้นทุกขณะ สถานการณ์ไหลไปสู่จุดที่ต้องรับสภาพความเป็นจริงว่าของดีและถูกมีที่ฟู้ดแลนด์ แต่ “ของฟรีไม่มีในโลก”นักการเมืองไทยไม่ควักเงินตัวเอง แต่เอาเงินรัฐวิสาหกิจมาตีกินผลลัพธ์สุดท้าย กลไกระบบธุรกิจของประเทศพังยับเยิน ภาคเอกชนไม่กล้าเสี่ยงลงทุนกับภาวะที่นัวเนียกับอำนาจการเมืองฉวยเหลี่ยมกอบโกยผลประโยชน์ ทั้งในมุมคะแนนนิยมและกำไรเข้ากระเป๋าเหลือแค่รัฐวิสาหกิจที่เป็นเป้าให้ขูดเลือดเฉือนเนื้อไม่เลิกราแต่มันน่าสนใจก็คือสภาพของยักษ์ใหญ่ ปตท.ที่เพิ่งโดนอิทธิฤทธิ์ “ขิง สุดซอย” นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ไล่บี้ไล่ทุบค่ากลั่น กดดันให้เฉือนเนื้อหั่นรายได้มาโปะราคาน้ำมัน เติมคะแนนก๊วนเซราะกราวที่ถูกไอ้โม่งปล้นดีเซล ฉุดความเชื่อมั่นจนตกขีดแดงจะมีแรงเฉือนเนื้อซ้ำให้รัฐบาลตีกินแต้มการเมืองแค่ไหนในสภาพการณ์ที่กลไกธุรกิจโรงกลั่นกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก จากผลประกอบการที่ “รัฐมนตรีราคาถูก” ลุยทุบราคาน้ำมันสวนตลาดโลกงานหยาบฉาบฉวย บริหารแบบเกรียนเอามัน เล่นแต้ม เล่นกระแสและมาถึงจุดที่ต้องเจอกับโจทย์หักมุม สถานการณ์ท้าทาย “กึ๋น” ของจริง “ขิง สุดซอย” จะเอายังไงกับ “วิกฤติพลังงานกลับหัวกลับหาง” ตามปริมาณน้ำมันค้างอยู่ในคลังโรงกลั่นมหาศาลโรงกลั่นเครือ ปตท.ต้องแบกสต๊อกน้ำมัน จากการที่ต้องลุยกลั่นไม่ให้ขาดแคลน เสริมแผนความมั่นคงทางพลังงานสำรอง ตามแรงกดดันจากรัฐบาลที่ผวาโดนด่าซ้ำ ปล่อยไอ้โม่งปล้นจนกลไกน้ำมันในประเทศเจ๊งยับสภาพแบบที่โรงกลั่นไทยออยล์ เครือยักษ์ ปตท.ที่เปิดตัวเลขกำไร 1.9 หมื่นล้านมาให้พวกไล่ทุบจ้องตาเป็นมัน แต่นั่นเทียบไม่ได้กับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการจัดหาน้ำมันดิบสำรองในห้วงช่องแคบฮอร์มุซ ตีบตันต้องรับภาระสภาพคล่องทางการเงิน แบกค่าความเสี่ยงพุ่งทะลักแบบนับกันไม่ทันในวันที่ผ่านมา 2 เดือนแล้ว สหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังไม่มีแววจะสงบศึก สัญญาณร้ายเริ่มที่อินเดียประกาศให้ประชาชนประหยัดน้ำมัน นานาประเทศเริ่มส่งสัญญาณให้พลเมืองเก็บคองอเข่า รอรับแรงกระแทกหนักๆจากวิกฤติน้ำมันขาดแคลนของจริง ตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ไทยยังหลงกับน้ำมันกลั่นเกินล้นคลังที่นักการเมืองเล่นเกมราคาซื้อใจคนชอบของถูกปตท.เลือดโชกเต็มที และน่าจะหนีไม่พ้นโดนบีบคอให้ลงขันซื้อสิทธิถ่ายทอดสดบอลโลก.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม