ตำรวจ ปคบ.จับมือเจ้าหน้าที่สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร บุกทลายโกดังปุ๋ยอินทรีย์ปลอม ยึดของกลางกว่า 17,400 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ชุดสืบสวนพบระดมโฆษณาขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง ทั้งติ๊กต่อก เฟซบุ๊ก และลาซาด้า ตรวจสอบแล้วไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและขออนุญาตนำมาขายในประเทศ ราคากระปุกละเกือบ 600 บาท ยอดสั่งซื้อทะลักกว่า 300 ใบต่อวัน แต่นายทุนและผู้รับคำสั่งซื้อสินค้าเป็นคนเวียดนามทั้งหมด เร่งขยายผลล่าตัวมาดำเนินคดีแล้วตำรวจบุกจับปุ๋ยเถื่อนรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 พ.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ ผกก. (สอบสวน) รรท.ผกก.2 บก.ปคบ. พ.ต.ท.วิศรุต บางน้ำเค็ม รอง ผกก.2 บก.ปคบ. และ พ.ต.ท.พงษ์พนา กรีฑา สว.กก.2 บก.ปคบ. ร่วมกับนายเมธาสิทธิ์ คนการ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร นำกำลังเข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าไม่มีเลขที่ พื้นที่หมู่ 4 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ตรวจยึดปุ๋ยอินทรีย์ปลอมจำนวนกว่า 17,400 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาทการตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจ กก.2 บก.ปคบ.ตรวจสอบตามช่องทางออนไลน์พบเบาะแสจากโฆษณาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์ผ่านแพลต ฟอร์ม ทั้งติ๊กต่อก เฟซบุ๊ก และลาซาด้า สร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเหมาะสำหรับพืชเศรษฐกิจหลายชนิด ทั้งทุเรียน ขนุน พริกไทย ส้ม แตงโม และมะม่วง แต่เนื้อหาการตลาดจะเน้นหนัก ไปที่สวนทุเรียนตามกระแสฤดูกาล โดยใช้ข้อความชวนเชื่อเกี่ยวกับการเร่งออกผลผลิต เพิ่มน้ำหนัก เพิ่มเปอร์เซ็นต์เนื้อ และเพิ่มคุณภาพผลผลิตนอกจากนี้ยังพบว่าการโฆษณาขายสินค้านำเสนอในลักษณะคล้ายมีผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้มีประสบการณ์ด้านการเกษตรออกมารับรองสินค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจูงใจให้เกษตรกรตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ทดลองสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาส่งตรวจวิเคราะห์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจสอบพบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นปุ๋ยที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย อาจเข้าข่ายเป็นปุ๋ยปลอมเนื่องจากไม่ผ่านการรับรองคุณภาพจากหน่วยงานรัฐ จึงขออำนาจศาลออกหมายค้นเข้าตรวจสอบโกดังดังกล่าว พบผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์จำนวนมาก 8 รายการ รวมทั้งสิ้นกว่า 17,400 ชิ้นปุ๋ยอินทรีย์ของกลางที่พบบรรจุอยู่ในกระปุก จำหน่ายราคากระปุกละ 575 บาท มียอดจัดส่งอยู่ที่ประมาณ 300 คำสั่งซื้อต่อวัน ระหว่างการตรวจค้นยังพบแผ่นสติกเกอร์ฉลากภาษาไทยจำนวนมาก เตรียมไว้สำหรับติดบนบรรจุภัณฑ์สินค้า ก่อนนำออกจำหน่ายให้ประชาชนทั่วไปผ่านช่องทางออนไลน์ พนักงานที่ทำงานในโกดังผู้ทำหน้าที่นำตรวจค้นให้ข้อมูลว่า เจ้าของ ผู้บริหาร และคนจัดการคำสั่งซื้อและระบบจัดส่งสินค้า ดำเนินการโดยกลุ่มคนชาวเวียดนาม หลังจากนี้จะขยายผลตรวจสอบความเชื่อมโยงเพิ่มเติมต่อไปจากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดพบว่า เป็นสินค้าที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยปุ๋ย ยังไม่ผ่านการตรวจสอบสูตร ส่วนประกอบ หรือมาตรฐานคุณภาพจากหน่วยงานรัฐ ทางกฎหมายอาจเข้าข่ายปุ๋ยปลอม ซึ่งปุ๋ยอินทรีย์ปลอมห้ามมิให้ผู้ใดผลิต เพื่อการค้า ขาย หรือนำเข้าปุ๋ย (1) ปุ๋ยปลอม ทั้งนี้ เจ้าพนักงานสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ.ให้ดำเนินคดีและขยายผลกับผู้กระทำความผิดชาวเวียดนามเหล่านี้ต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่