เสื้อแดงคึกรวมพลหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมรอ “ทักษิณ” พักโทษก้าวพ้นเรือนจำ “วรชัย” แนะผู้มีอำนาจใช้อดีตนายกฯให้เป็นประโยชน์วอนคู่กัดเลิกทะเลาะจับมือพลิกฟื้นวิกฤติเศรษฐกิจไทย “เอม” โอด 8 เดือนที่สุดแสนขมและกลืนยากที่สุดของครอบครัว ขอบคุณทุกหยาดน้ำตา ทุกกำลังใจที่มีให้กัน “ณัฐพงษ์” เล็ง 11 พ.ค. ฝ่ายค้านยื่นคำร้องศาล รธน.ตีความพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านขัดรัฐธรรมนูญ ฉะเจตนาซ่อนเร้นลัดเลาะใช้ช่องทางพิเศษ ท้านายกฯรับผิดชอบให้สภาฯตรวจสอบงบฯ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงานไทยผ่านงบฯปกติ “กรณ์” ขยี้ พ.ร.ก.กู้เงินขัด รธน.หลายประเด็น เตือนระวังวิกฤติซ้อนวิกฤติล้มละลายซ้ำรอยเวเนซุเอลา-อาร์เจนตินา โพลชี้ “ชัชชาติ” นอนมาสมัยที่สอง คนกรุงไม่ตื่นเต้นเดาได้ใครเข้าวินสิ้นสุดการรอคอยวันที่ 11 พ.ค. ครอบครัวชินวัตรและกลุ่มคนเสื้อแดงได้ต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการพักโทษออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม โดยยังต้องสวมกำไลอีเอ็มไปจนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย. ตามมติคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ“เสื้อแดง” รอ “ทักษิณ” หน้าเรือนจำช่วงสายวันที่ 10 พ.ค.ที่เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจากหลายจังหวัดทยอยเดินทางมาปักหลักจับจองพื้นที่บริเวณริมถนนงามวงศ์วาน หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อรอให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ได้รับการพักโทษช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค. บางส่วนกางเต็นท์ปูเสื่อพักค้างคืน ขณะที่บางคนตั้งแผงจำหน่ายของที่ระลึก นางสุคำ ดวงเลิศ อายุ 65 ปี ชาว อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เดินทางมาพร้อมเพื่อนรวม 4 คนด้วยรถไฟมาถึงกรุงเทพฯตั้งแต่ช่วงเช้า ระบุตั้งใจมาให้กำลังใจนายทักษิณหลังได้รับการพักโทษและจะปักหลักค้างคืนบริเวณหน้าเรือนจำ แม้ต้องเผชิญความลำบากแจ้งเตือน ปชช.หลีกเลี่ยงเส้นทางจราจรผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย บช.น.จัดกำลังชุดควบคุมฝูงชน จากบก.อคฝ.1 กองร้อยเข้าดูแลความเรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. ต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 12.00 น. วันที่ 11 พ.ค. แบ่งกำลังสับเปลี่ยนดูแลพื้นที่เป็น 3 ผลัด ขณะที่กรมราชทัณฑ์จัดเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย ดูแลพื้นที่รอบเรือนจำกลางคลองเปรม พร้อมประสานทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ให้เข้าใกล้แนวรั้วเรือนจำ รักษาความเป็นระเบียบและความปลอดภัย ขณะที่ภายในเรือนจำ เจ้าหน้าที่นำแผงเหล็กมาติดตั้งบริเวณวงเวียนเสาธงชาติ หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม จัดระเบียบพื้นที่รองรับสื่อมวลชนและประชาชนที่จะมาเฝ้าติดตามการพักโทษของนายทักษิณในวันที่ 11 พ.ค.และยังมีกำลังจาก บก.น.2 และเจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้าอำนวยความสะดวกการจราจรและดูแลความสงบเรียบร้อยเพิ่มเติมในพื้นที่ด้วย ด้าน สน.ทุ่งสองห้อง ประกาศเตือนประชาชนเลี่ยงใช้เส้นทางจราจร ถนนงามวงศ์วานขาออกบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมช่วงวันที่ 10-11 พ.ค.แนะผู้มีอำนาจใช้ให้เป็นประโยชน์นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ แกนนำคนเสื้อแดงกล่าวว่า ตั้งแต่เย็นวันที่ 10 พ.ค. คนเสื้อแดงที่รักนายทักษิณและรักความยุติธรรมจากภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคกลาง กรุงเทพฯ มารวมตัวกันครั้งใหญ่ด้วยจิตวิญญาณที่รักประชาธิปไตย คาดว่าจะมีถึงหลายพันคนมารวมตัวรอการปล่อยตัวนายทักษิณเช้าวันที่ 11 พ.ค. จะมีการเสวนาปราศรัยแนวทางประชาธิปไตย สถานการณ์ บ้านเมือง ประเทศเจอวิกฤติ ไม่ว่าเศรษฐกิจ การเมืองและผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ที่ต้องเร่งวางยุทธศาสตร์ให้ประเทศรอดพ้นไปให้ได้ วันนี้นายทักษิณคือความหวัง เพราะมีทั้งความคิดที่หลักแหลม ประสบการณ์ที่เคยผ่านวิกฤติมาก่อน มีคอนเนกชันกับผู้นำหลายประเทศ เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาร่วมช่วยคิด ทำให้ประเทศผ่านวิกฤติไปให้ได้ หวังว่าทุกภาคส่วนของผู้มีอำนาจควรเอาความสามารถของนายทักษิณมาช่วยแก้วิกฤติประเทศให้ลุล่วงไปได้ วอนจับมือเลิกทะเลาะฟื้น ศก.ไทย“ประเทศไทยประสบภัยเศรษฐกิจรุนแรงแบบ ที่ไม่เคยเกิดมาก่อน ไม่น่าเป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าเมียนมา ลาว กัมพูชา โตต่ำสุดในอาเซียน ทำให้คนไทยทุกข์ยากลำบากแร้นแค้น รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ที่จริงประเทศไทยมีความพร้อมเรื่องธรรมชาติและอาหาร เป็นศูนย์กลางอาเซียนด้านคมนาคม เป็นศูนย์กลางอาหารของโลก เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมในภูมิภาคมาก่อน แต่วันนี้ถอยหลังมากกว่า ทุกประเทศ เพราะความขัดแย้งการแบ่งพวกแบ่งฝ่าย ความอยุติธรรม ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรค ทุกภาคส่วนของอำนาจ จงมาหลอมรวมกันเพื่อสามัคคี จับมือเลิกทะเลาะเลิกขัดแย้ง เลิกกีดกันคนเก่ง เพื่อให้ประเทศไม่ต้องขายขี้หน้าชาวโลกที่ประเทศไทยเศรษฐกิจต่ำสุด แล้วกลับมาพลิกฟื้นให้เศรษฐกิจเป็นผู้นำในอาเซียนอีกครั้ง” นายวรชัยกล่าวมวลชนฝ่าฝนร่วมกิจกรรมคึกคักต่อมาเวลา 12.00 น. กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงทยอยมารวมตัวจัดกิจกรรมชุมนุมรอรับนายทักษิณอย่างต่อเนื่อง มีแกนนำคนเสื้อแดง อาทิ นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เข้าร่วม โดยนายก่อแก้วนำลอตเตอรี่ 700 ใบมาแจกให้มวลชนคนเสื้อแดงหน้าเวทีปราศรัย พื้นที่การชุมนุมมีการนำป้ายไวนิลแขวนบนสะพานลอยหน้าเรือนจำ มีข้อความว่า “ยินดีต้อนรับอดีตนายกฯในดวงใจ ดร.ทักษิณ ชินวัตร” ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาเป็นระยะจนมวลชนต้องหลบเข้าไปภายในเต็นท์ ส่วนตามฟุตปาทหน้าเรือนจำมีการนำสินค้า อาทิ เสื้อสัญลักษณ์สีแดง สิ่งของต่างๆ เต็นท์แจกอาหารให้ผู้มาร่วมชุมนุม การชุมนุมเป็นไปโดยสงบไม่พบเหตุรุนแรงรำลึกความทรงจำคนรัก “ทักษิณ—ปชต.”นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรค พท.ให้สัมภาษณ์ว่า พี่น้องคนเสื้อแดงทั้งจากต่างจังหวัดและ กทม.มากันเยอะ ช่วงเย็นมีกิจกรรมรำลึกฟื้นความทรงจำ คนที่มีใจเหมือนกัน ผู้รักประชาธิปไตย รักความถูกต้องและรักห่วงใยนายทักษิณ นายกฯในดวงใจ ใครสะดวกว่างมาเจอกันที่เวทีหน้าเรือนจำอย่างช้า 07.00 น. วันที่ 11 พ.ค. มารับนายทักษิณกลับบ้าน เชื่อว่านายทักษิณคงไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ท่านอายุเยอะ อยากอยู่กับหลานอยากพักผ่อน ที่เป็นปัญหาต้องยอมรับว่านายทักษิณเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ เฉลียวฉลาด วิสัยทัศน์กว้างไกล มักมีสื่อมวลชน นักวิชาการ หรือนักการเมือง อยากให้ออกมาแสดงความคิดเห็นมิติต่างๆ คนเสื้อแดงห่วงท่าน ไม่อยากให้ต้องเผชิญชะตากรรมที่ไม่สามารถคาดเดาได้ในอนาคต อยากให้มีความสุขกับครอบครัวในบั้นปลายชีวิต อยากให้ท่านให้คำแนะนำบ้านเมืองในยามจำเป็น ไม่อยากให้ใครรู้สึกว่ากำลังขับเคลื่อนเดินเกมทางการเมือง สื่อมวลชนถ้าไม่จำเป็นอย่าดึงท่านออกมา ถ้าท่านให้ความเห็นให้คำแนะนำจะถูกติงว่าเคลื่อนไหวทางการเมือง ฝากฝ่ายแค้นความขัดแย้งการเมืองผ่านมา 20 ปี หลายท่านโกรธแค้นไม่ทราบสาเหตุ อย่าไปยุ่งกับท่าน อย่าไปแหย่ อย่าไประราน ต่างคนต่างอยู่ ที่ผ่านมาให้แล้วกันไป อนาคตขอให้อยู่กันสงบสุข เพื่อสังคมได้เดินหน้าไปด้วยดี “เต้น” เชื่อไม่หันหลังให้การเมืองนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค พท. อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นวันที่รอคอยการคืนสู่อิสรภาพของนายทักษิณ ที่เป็นข่าวจะออกจากเรือนจำฯใกล้ๆเวลา 08.00 น. จากนั้นพบปะทักทายคนเสื้อแดงสั้นๆแล้วเดินทางกลับบ้านพัก ไม่มีการพูดจาปราศรัย ส่วนการติดกำไลอีเอ็ม เป็นคำถามคาใจ เพราะท่านอายุ 70 กว่าปีแล้ว ไม่คิดหลบหนี แต่เมื่อมติออกมาก็ยอมรับ เชื่อว่านายทักษิณพร้อมรับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว ถ้าจะบอกว่านายทักษิณออกมาคราวนี้หันหลังให้กับการเมือง ไม่สนใจสถานการณ์บ้านเมืองเลยก็คงไม่ใช่ แต่คงจะติดตามข่าวสาร ใครขอความคิดเห็นคงทำกันเป็นวาระภายในเงื่อนไขของการพักโทษ คงไม่เหมาะสมอยู่แล้วกับการที่ท่านจะแสดงออกในเรื่องต่างๆทาง การเมือง อีกอย่างพรรค พท.ไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล นายกฯทำหน้าที่อยู่ คงมีแนวทางของท่านไป อดีตนายกฯทักษิณห่วงใยบ้านเมืองคงเหมือนคนไทยทุกคน ยามนี้มีข้อห่วงใยหลายเรื่อง และต้องขอบคุณนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ที่แสดงความปรารถนาดีกรณีนายทักษิณได้พักโทษ ใครไม่รัก ไม่ชอบ ไม่สนับสนุน ไม่ใช่เรื่องต้องมาซ้ำเติมหรือมาสะใจกันผบก.น.2 รับมือม็อบการข่าวเรียบร้อยเวลา 16.50 น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 ลงพื้นที่ประชุมวางแผนดูความสงบเรียบร้อยและอำนวยการแผนรักษาความปลอดภัย เตรียมรับมือมวลชนที่มารอให้กำลังใจนายทักษิณ มี พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุภาพ ผกก.สน.ประชาชื่น และฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง สน.ประชาชื่น และกก.สส.บก.น.2 เข้าร่วมประชุม จากนั้น พล.ต.ต.เกียรติกุลเผยว่า เตรียมการล่วงหน้าและหารือร่วมกับกรมราชทัณฑ์ เรือนจำกลางคลองเปรม ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ออกแผนรักษาความสงบเรียบร้อยและชุมนุมสาธารณะ วางกำลังทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ สำนักงานเขตรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกจราจร ขอความร่วมมือผู้ชุมนุมให้จัดสถานที่ ไม่ให้กระทบประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง หรือผู้ใช้รถสัญจรบริเวณถนนงามวงศ์วานให้น้อยที่สุด ส่วนการข่าวและการเฝ้าระวังกลุ่มมือที่ 3 ได้ประสานการข่าวกับตำรวจสันติบาล และฝ่ายสืบสวนของตำรวจนครบาล 2 ร่วมกับ สน.ทุ่งสองห้อง ติดตามการข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มเคยก่อความไม่สงบมาตลอด แต่ ณ ปัจจุบันภาพรวมยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย“มนพร” ขอความขัดแย้งสิ้นสุดลงนางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า นายทักษิณเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรค เป็นอดีตนายกฯที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติอย่างมาก แต่พรรค พท.ไม่ได้นัดหมายเพื่อรอต้อนรับ ใครไปได้จะเดินทางกันไปเองโดยไม่ได้นัดหมายกัน ที่ผ่านมาไม่ว่านายทักษิณจะอยู่ในเรือนจำหรือนอกเรือนจำ เป็นผู้ที่มีความปรารถนาดีต่อประเทศตลอด แต่ถูกมองว่าเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง วันนี้อายุมากแล้วและรับโทษถึงที่สุดแล้ว คิดว่าความขัดแย้งทางการเมืองต่อนายทักษิณควรสิ้นสุดลงได้แล้ว ขอให้นายทักษิณมีสุขภาพที่แข็งแรงมีกำลังกายกำลังใจมองดูความสำเร็จกับลูกหลานและใช้เวลาอยู่กับครอบครัวอวยอดีตนายกฯ นักสู้เพื่อ ปชต.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรค พท. กล่าวว่า ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา สังคมไทยต้องเผชิญกับวังวนแห่งความขัดแย้งทาง การเมือง ขณะที่โลกยังสั่นคลอนจากแรงปะทะภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจระหว่างประเทศและวิกฤติเชิงโครงสร้าง ในห้วงเวลาที่โลกกำลังเคลื่อนผ่านยุคแห่งความเปราะบางและการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ คนไทยควรหันหน้าสู่ความสมัครสมานสามัคคี ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศสู่เสถียรภาพและศักดิ์ศรีบนเวทีนานาชาติ นายทักษิณคือบุคคลสำคัญ ผู้ยืนหยัดบนเส้นทางประชาธิปไตยอย่างยาวนาน เปรียบดั่งสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพและพลังศรัทธาของมวลชน บทบาทการเมืองของนายทักษิณในอนาคตย่อมเป็นสิทธิและการตัดสินใจส่วนบุคคล แต่ตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ นายทักษิณได้ฝากมรดกทางความคิด วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ ผลงานและนโยบายสาธารณะที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ไว้กับสังคมไทยจำนวนมาก“เอม” โอด 8 เดือนที่สุดแสนขมกลืนยากขณะที่ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ลูกสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์คลิปภาพบรรยากาศครอบครัวชินวัตรเข้าเยี่ยมนายทักษิณที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา ประกอบเพลง “เรา” จากศิลปิน COCKTAIL พร้อม ข้อความผ่านอินสตาแกรม แท็กถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายพานทองแท้ ชินวัตร ลงข้อความว่า “เรื่องราวมากมายและยาวนานของเราผ่านมาเกือบ 20 ปี เหมือนชีวิตมีหลาย episodes ยอมรับว่า ep.นี้ ขมและกลืนยากที่สุด (8 เดือนมานี้) เพราะเราเห็นคนที่เรารักต้องผ่านเรื่องราวนี้ เวลาแต่ละวันในคลองเปรมนี้ แม้ท่านไม่เคยทำให้พวกเราลำบากใจเลยก็ตาม คุณพ่อไม่เพียงแต่อดทนและปล่อยวาง คุณพ่อยังมักให้แง่คิดในการใช้ชีวิต ส่งรอยยิ้มให้ลูกๆหลานๆสบายใจกลับไปทุกครั้งที่มาเยี่ยม มันไม่ง่ายเลยแต่คุณพ่อพยายามมากๆ ลูกๆทราบดี คุณพ่อยังบอกหลายครั้งให้พวกเราไม่ต้องห่วง และฝากความห่วงใยไปด้านนอก ให้พวกเราไปบอกทุกๆคนที่ มาคอยรอเราให้ไม่กังวลและทุกข์ใจไปในการรอคอยนี้ขอบคุณทุกกำลังใจ ไม่ปล่อยมือ“สุดท้ายนี้การรอคอยกำลังจะสิ้นสุดลง เอมและครอบครัวขอขอบคุณทุกๆกำลังใจ ทุกกำลังใจจริงๆที่คอยส่งมาให้พวกเราตลอดการเดินทางอันยากนี้ ทุกๆน้ำตาที่แม้เราไม่รู้จักกัน แต่มาอดทนยืนรอในความร้อนและร้องไห้จับมือ บีบมือพวกเราเพื่อส่งกำลังใจให้เราทุกครั้งที่มาเยี่ยม มีความหมายมากมาย ที่ขาดไม่ได้ขอบพระคุณคุณพ่อ คุณแม่ ที่เลี้ยงดูพวกเราทั้ง 3 คนด้วยความรักความอบอุ่น ทำให้เรามีกัน และกันแบบนี้ไม่ปล่อยมือ” น.ส.พินทองทาระบุ“เท้ง” หนุนแก้ ก.ม.ยกเลิกค่าประกันตัวนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่าอยากชวนทุกคนคิดว่าอย่ามองว่าเป็นความยินดีตัวบุคคลใดคนหนึ่ง แต่ปัญหากระบวนการยุติธรรมยังมีผู้ต้องขังที่ศาลยังไม่ได้พิพากษาว่าผิด แต่ต้องถูกกักขังในเรือนจำ ไม่มีสิทธิประกันตัวและเงินประกันตัว หรือกฎหมายปัจจุบันมีบทบัญญัติที่ระบุต้องไปกักขังแทนจ่ายค่าปรับ หลายพรรคสนับสนุนแนวคิดนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ที่ผลักดันการแก้ไขปัญหาด้วยการ ให้ยกเลิกการจ่ายค่าประกันตัว หรือบำเพ็ญสาธารณ ประโยชน์แทน ในคนที่ตามหลักกฎหมายยังไม่ได้ถูกตัดสินว่าผิด ตามหลักแล้วต้องสมมติไว้ก่อนว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นคนบริสุทธิ์ ให้ออกมาใช้ชีวิตประจำวันในสังคมได้“อนุทิน” นั่งรถ EV Smart Bus ภูเก็ตเมื่อเวลา 13.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ภูเก็ตว่า ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เสร็จสิ้นภารกิจกำชับและติดตามการแก้ไขปัญหาบุกรุกชายหาดสาธารณะพื้นที่ จ.ภูเก็ต นายอนุทินพร้อมนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย และคณะ ขึ้นรถบัสปรับอากาศ EV Smile Bus ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต โดยไม่มีขบวนรถติดตาม ระหว่างนายอนุทินนั่งบนรถบัสได้ให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต มานั่ง ข้างๆ รายงานสภาพพื้นที่ตามเส้นทางที่รถบัสผ่าน ติดตามการขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยพื้นที่ จ.ภูเก็ต รับฟังสภาพปัญหานำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนทันท่วงทีและยั่งยืนต่อไป รถ EV Smart Bus ของ อบจ.ภูเก็ตเปิดให้บริการหมวด 1 รวม 3 เส้นทางในเขต อ.เมืองภูเก็ต สายที่ 1 จากสะพานหินไปเซ็นทรัล ภูเก็ต สายที่ 2 จากท่าเรืออ่าวฉลองมาห้างซุปเปอร์ชีป และสายที่ 3 ท่าเรือรัษฎาไปสวนน้ำอันดามันดา ราคา 15 บาท ตลอดสาย นักเรียนนักศึกษา ผู้สูงอายุ พระภิกษุสงฆ์และผู้พิการไม่เสียค่าใช้จ่าย11 พ.ค.ยื่นคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงินขัด รธน.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการยกร่างคำร้องศาลรัฐธรรมนูญปมตีความ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทว่า คำร้องเสร็จเรียบร้อย ได้เห็นแล้ว แต่ยังต้องรอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆที่จะมาร่วมลงชื่อมีโอกาสเห็นคำร้อง เบื้องต้นตั้งเป้าไว้ว่าภายในวันที่ 11 พ.ค. จะยื่นคำร้องดังกล่าวต่อประธานสภาฯ เนื้อหาใจความหลักของร่างคำร้องของพรรค ปชน.และพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ได้แตกต่างกัน อาศัยตามช่องรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าการออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเงินกู้แผนที่ 2 ที่จะใช้เงิน 200,000 ล้านเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ ในคำร้องจะมีการประกอบข้อมูลอื่นๆ เช่น แผน PDP และแผนโครงสร้างพลังงานไทย จะชี้ให้ประธานรัฐสภาและศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของรัฐวางแผนล่วงหน้าหลายปี บรรจุในงบฯประจำปีได้ เมื่องบฯปี 70 รัฐบาลเปิดโอกาสให้ตั้งคำของบฯใหม่และพยายามจะพิจารณาให้เสร็จทันวันที่ 1 ต.ค. ก่อนเข้าสภาฯ ความจริงนำแผนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานเข้ามาอยู่ในงบฯประจำปีได้ตามปกติ ไม่มีเหตุผลใดเลยต้องออกเป็น พ.ร.ก.ฉะเจตนาซ่อนเร้นใช้ช่องทางพิเศษนายณัฐพงษ์กล่าวว่า รัฐบาลพยายามจะลัดเลาะช่องทางปกติหรือไม่ และไปใช้ช่องทางคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ เพื่อเจตนาซ่อนเร้นหรือไม่ พรรค ปชน.บรรจุเข้าไปในคำร้อง เพื่อให้เกิดความชัดเจนด้วย สิ่งที่พรรค ปชน.ระมัดระวัง มาตลอด คือการป้องกันไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจขยายขอบเขตอำนาจเขตแดนของตัวเอง มองอีกด้านหนึ่งแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเป็นคุณที่ร้อง เช่น หากให้ พ.ร.ก.นี้สิ้นผล แต่เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประกอบคำวินิจฉัย อาจจะมีผลผูกพันต่อรัฐบาลต่อไปที่จำเป็นต้องตรา พ.ร.ก.อาจจะเป็นปัญหาได้ เมื่อถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย บอกจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า วิธีการรับผิดชอบดีที่สุดคือการปล่อยให้สภาฯมีโอกาสตรวจสอบเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างโปร่งใส ไม่จำเป็นต้องไปตราเป็น พ.ร.ก.ที่เป็นช่องทางอาศัยการลัดเลาะเป็นพิเศษ เหมือนการตีเช็คเปล่าไม่มีรายละเอียดข้างในให้เห็นเลย ที่นายกฯบอกว่าพร้อมรับผิดชอบ พร้อมจะให้ตรวจสอบ ขอให้เงินกู้ส่วน 200,000 ล้านบาท ที่จะนำไปใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ไม่เร่งด่วน นำมาเข้าสู่กระบวนการงบฯปกติจะดีกว่า“กรณ์” เหน็บทีม ศก.รัฐบาลไม่มืออาชีพนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารงานของรัฐบาลครบ 1 เดือนว่า โครงสร้างทีมเศรษฐกิจรัฐบาลที่คิดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ สุดท้ายยุทธศาสตร์และนโยบายองค์รวมไม่ได้สะท้อนความเป็นมืออาชีพไปพร้อมกัน ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 52-53 มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ที่เข้าใจใส่ใจในปัญหา ช่วยคิด ไม่ใช่มีอะไรโยนให้ตนหมด นายกฯอภิสิทธิ์ไม่เคยโยนมาให้ ทุกอย่างทำด้วยกัน ไม่ได้รู้สึกว่ารัฐบาลนี้ทำงานแบบนั้น เหมือนโยนความรับผิดชอบให้คนโน้นคนนี้ ลำพังตัวรัฐมนตรีทำไม่ได้ขยี้ พ.ร.ก.เงินกู้ขัด รธน.หลายประเด็นเมื่อถามว่า พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เกิดแรงเสียดทานต่อรัฐบาลในระยะยาวอย่างไร นายกรณ์ตอบว่า ทำงานในสภาฯมาเกือบเดือน แต่รู้สึกเรื่องมันเยอะมากเลย ยังไม่นับปัญหาผลผลิตการเกษตรราคาตกต่ำ ในที่ประชุมสภาพยายามเสนอตั้งคณะ กมธ.วิสามัญขึ้นมาศึกษา สุดท้าย สส.รัฐบาลปฏิเสธ ประชาชนคงค่อยๆสะสมความรู้สึกว่าทำไมราคาพืชผลราคาเกษตรไม่สำคัญหรือ แค่ตั้ง กมธ.มาช่วยติดตามปัญหาแค่นี้ทำไม่ได้ อารมณ์แบบนี้ไม่ควรปล่อยให้สะสมมากเกินไป ทำให้ประชาชนไว้วางใจลดน้อยลงไปเรื่อยๆ รัฐบาลทำงานยากขึ้น เมื่อถามว่า พ.ร.ก.เงินกู้จุดไหนที่มีน้ำหนักที่สุดขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะหยิบขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริงประกอบกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นายกรณ์ตอบว่า มีหลายประเด็น เคยบริหารคลังมาก่อนขอบอกว่า พ.ร.บ.หนี้สาธารณะมีเพดานเปิดช่องให้กู้เงินมาใช้ในงบฯปกติได้มากพอสมควร งบฯปี 70 รัฐบาลกู้ได้ถึง 8 แสนล้านบาท ไม่มีรัฐบาลไหนกู้มากเท่านี้มาก่อน แต่รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้กรณีกู้ต้องจำเป็นจริงและฉุกเฉิน มีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง หลีกเลี่ยงไม่ได้ เงินในงบฯไม่พอถึงออก พ.ร.ก.เงินกู้ได้ ไม่ใช่กู้พร่ำเพรื่อ อ้างประชาชนเดือดร้อนทั้งที่ใช้งบฯปกติได้ระวังล้มละลายแบบเวเนฯ–อาร์เจนฯ“รัฐบาลระบุว่าปรับงบฯปี 70 ไม่ทัน การโอนงบฯปี 69 เดิมระบุมีถึงแสนล้าน พอทอดเวลาออกไปข้าราชการแต่ละกระทรวงรีบใช้เงินรีบเบิกจ่าย เพื่อไม่ต้องเอาเงินคืน สุดท้ายอาจได้แค่ 2 หมื่นล้าน แบบนี้ไม่ใช่การบริหารยามวิกฤติ เพราะปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามกลไกปกติ สุดท้ายรัฐบาลออก พ.ร.ก.มันไม่ใช่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ สมมติปล่อยให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งใช้เงินเท่าไหร่เอาไปแจกประชาชน เอาไปทำโครงการนี้ หากคิดแบบนี้ไม่ต้องมีกรอบเพดานการกู้เงิน ไม่ต้องมีเงื่อนไขรัฐธรรมนูญมาจำกัด เราพร้อมอยู่กันแบบนี้หรือไม่ เราเชื่อใจนักการเมืองหรือไม่ว่า จะไม่มีรัฐบาลหรือนักการเมืองที่สุดท้ายกู้เยอะ กู้ได้จนประเทศเจ๊งกลายเป็นเวเนซุเอลา อาร์เจนตินา แล้วถึงมาพยายามกู้สถานการณ์กันทีหลัง” นายกรณ์ระบุเตือน รบ.หยุดผลาญเงินแผ่นดินเมื่อถามว่า รัฐบาลโอนงบฯปี 69 รีดไขมันงบฯ ออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ในฐานะเป็นขุนคลังเห็นภาพวิกฤติซ้อนวิกฤติ ในอนาคตประเทศไทยมีโอกาสเกิดวิกฤติการเงิน การคลังและหนี้สาธารณะเพิ่มมากขึ้นอย่างไร นายกรณ์ตอบว่า มันเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว เพราะงบฯต้องเป็นงบขาดดุลไปอีกนาน ยังมองไม่เห็นว่าจะกลับไปสู่งบสมดุลเมื่อไหร่ เพราะโครงสร้างค่าใช้จ่ายของประเทศเพิ่มมากขึ้น เพดานหนี้สาธารณะอีก 1 ปีทะลุ ประเด็นคือทะลุแล้วไม่หยุดด้วย ฝ่ายประเมินความเสี่ยง นักลงทุนที่จะมาลงทุนระยะยาวต้องมองอนาคต ถ้าอย่างนั้นอีก 10 ปีหนี้สาธารณะทะลุ 100% ถ้าเป็นเช่นนั้นจะเอาอยู่หรือไม่ วินัยทางการคลังไม่ใช่คำพูดที่ไกลตัว จับต้องไม่ได้ วินัยทางการคลังกับทุกข์สุขประชาชน สุดท้ายเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าไม่มีวินัยการคลังสุดท้ายประชาชนจะเดือดร้อนมากโพลคนกรุงเกินครึ่งยังหนุน “ชัชชาติ”วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,074 คน เรื่อง การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 1) ระหว่างวันที่ 6-8 พ.ค. พบว่าสิ่งที่คนกรุงเทพฯอยากเห็น “กรุงเทพมหานคร” มากที่สุด ร้อยละ 28.82 ระบุเมืองที่รถไม่ติด ขนส่งมวลชนดี ค่าโดยสารไม่แพง ร้อยละ 23.86 เมืองสะอาด ทางเท้าเป็นระเบียบ เดินง่ายและร้อยละ 18.10 เมืองปลอดภัย ปลอดอาชญากรรมและยาเสพติด ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไปที่อยากให้เป็นร้อยละ 56.70 ตอบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 18.9 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิต และร้อยละ 13.13 ยังไม่ตัดสินใจ เมื่อถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สก.ร้อยละ 40.13 ตอบว่าจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 21.23 ผู้สมัครอิสระและร้อยละ 19.46 ยังไม่ตัดสินใจชี้ไม่น่าตื่นเต้นคาดเดาได้ใครเข้าวินขณะที่นิด้าโพลเผยผลการสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ อายุ 18 ปีขึ้นไปทั้ง 50 เขต ทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.2569 น่าตื่นเต้นไหม”ระหว่างวันที่ 5-6 พ.ค. เมื่อถามว่าการเมืองระดับประเทศส่งผลต่อการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.วันที่ 28 มิ.ย. ร้อยละ 33.97 ระบุไม่ส่งผลเลย ร้อยละ 22.98 ค่อนข้างส่งผล ร้อยละ 21.91 ส่งผลมาก ร้อยละ 20.99 ไม่ค่อยส่งผล และร้อยละ 0.15 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ รายชื่อและประวัติผู้ที่จะเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ ร้อยละ30.61 ไม่ส่งผลเลย ร้อยละ 24.20 ค่อนข้างส่งผล ร้อยละ 23.59 ส่งผลมาก และร้อยละ 21.60 ไม่ค่อยส่งผล ส่วนความน่าตื่นเต้นในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ร้อยละ 32.59 ระบุไม่น่าตื่นเต้น พอจะคาดเดาได้ว่าผู้สมัครรายใดจะได้รับเลือกตั้ง ร้อยละ 29.24 ไม่น่าตื่นเต้น เพราะใครได้รับเลือกตั้งก็เหมือนกัน ร้อยละ 22.06 น่าตื่นเต้น เฉพาะผู้สมัครประมาณ 2-4 คนเท่านั้นที่มีสิทธิได้รับเลือกตั้ง และร้อยละ 16.11 น่าตื่นเต้น เพราะผู้สมัครทุกคนมีสิทธิได้รับเลือกตั้ง“ดร.โจ” ไม่ติดป้ายหาเสียงรบกวนผู้คนวันเดียวกัน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้จะไม่มีป้ายหาเสียงของโจ ชัยวัฒน์ บนถนน-เสาไฟฟ้า แม้แต่ป้ายเดียว กรุงเทพง่ายๆต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ เพื่อชีวิตที่เรียบง่ายตลอด 2 เดือนนี้ของพี่น้องประชาชน แคมเปญของเราจะไม่รบกวนชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพ เพื่อสิ่ง แวดล้อมที่ดีของคนกรุงเทพ จะใช้ช่องทางและวิธีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ทั้งผ่านแคมเปญโซเชียลมีเดีย เพิ่มความถี่เดินหาเสียงตามชุมชน การติดผ้าใบไวนิลตามแผงหรือกันสาด ในตลาดหรือย่านชุมชน เราจะรณรงค์กับหัวคะแนนธรรมชาติ พรรค ปชน.จะยังคงมีป้ายหาเสียงบนถนนของผู้สมัคร สก.อยู่ เพื่อให้ประชาชนใน 50 เขตไม่สับสนจดจำชื่อและเบอร์ผู้สมัคร สก. และด้วยปัจจัยเชิงพื้นที่ที่แตกต่างกัน ป้ายหาเสียงยังคงจำเป็นในบางโซน บางเขต แต่เราจะลดปริมาณป้าย สก.ลงให้เหลือเพียง 1-2 เท่าของหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น“เท้ง” ชี้ปัญหา กทม.จะแก้ได้ต้องฟูลทีมเมื่อเวลา 14.00 น. ที่หน้าสถานีขนส่งเอกมัย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน.ร่วมกิจกรรมสมาชิกสัมพันธ์อาสาส้ม เขตคลองเตย รณรงค์ทำความเข้าใจบทบาท สส.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสวนดุสิตโพลเผยความนิยมคนกทม. ที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ได้อันดับหนึ่งทิ้งห่างว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรค ปชน.ว่า เชื่อว่าการลงพื้นที่อย่างเข้มแข็งทั้งในระดับ สส. ว่าที่ผู้สมัคร สก.และแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.เป็นส่วนสำคัญ ทำให้คนรู้สึกมองเห็นว่าถ้าจะแก้ปัญหากรุงเทพฯให้ดีกว่านี้ ต้องใช้ฟูลทีม นายชัยวัฒน์ลงพื้นที่ตลอด 4 ปีที่ผ่านมานายชัชชาติให้คะแนนตัวเองไปแล้ว อย่าให้ตนไปให้คะแนนท่านเลย แต่พูดไปแล้วว่าต้องชื่นชมตรงไปตรงมาว่าทีมของนายชัชชาติทำงานได้ดี เป็นที่ยอมรับของพี่น้องชาวกรุงเทพฯหลายคน แต่อย่างที่บอก ไม่ได้ออกมาบอกว่าดีกว่าใคร แต่พรรค ปชน.มีจุดแข็งจริงๆ ปัญหากรุงเทพฯเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ผู้ว่าฯคนหนึ่งจะเข้ามาแก้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ไปแบบฟูลทีมปชป.ซัด Bike Sharing เอื้อเอกชนนายณัฐกานต์ ชูชนะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กทม.โดยสำนักการจราจรและขนส่ง ลงนามสัญญาให้สิทธิบริษัทเอกชน 3 รายดำเนินโครงการจักรยานสาธารณะ กทม.หรือ Bike Sharing ระยะที่ 2 ประกอบด้วย สิทธิติดตั้งจุดจอดในที่สาธารณะ และให้เช่ารถจักรยานเชิงพาณิชย์ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ตัวรถ โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือค่าธรรมเนียม ก่อนหน้านี้สัญญาให้สิทธิระยะที่ 1 สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 27 ก.พ.68 จนทำสัญญาให้สิทธิระยะที่ 2 ช่วง เม.ย.69 สัญญาฉบับใหม่มีอายุถึง 3 ปี และ กทม.ไม่ได้รับค่าตอบแทนเช่นเดิม ทั้งที่อนุกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา ของสภา กทม.ให้ข้อแนะนำพิจารณาประโยชน์ตอบแทนที่ กทม.และประชาชนจะได้รับอย่างเหมาะสม เอกชนอาจได้เปรียบฝ่ายเดียว ไม่ถูกต้อง ควรทบทวน“อดุลย์” วอนวุฒิสภาเร่งผ่าน ก.ม.นิรโทษวันเดียวกัน นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 อดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณี ครม.มีมติร้องขอต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขหรือกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองว่า ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชน ขณะนี้ผ่านวาระแรกของวุฒิสภาอยู่ในชั้นคณะ กมธ.วิสามัญ ที่พิจารณาต่อได้ทันที จึงฝากความหวังไว้กับวุฒิสภาร่วมกันถอดสลักความขัดแย้งทางการเมืองออกจากสังคมกว่า 2 ทศวรรษ บ้านเมืองไทยบอบช้ำจากความแตกแยกทางความคิด แบ่งเสื้อสีแบ่งขั้วรุนแรง บาดลึกถึงครอบครัวและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ส่วนตัวผูกผันแกนนำทุกเสื้อสีล้วนเป็นเพื่อนพ้องกัน เท่าที่ตระเวนพบปะแกนนำทุกระดับที่เคยชุมนุมการเมือง ทุกคนล้วนปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ทุกฝ่ายห่วงใยอนาคตของชาติ ดังนั้นเมื่อกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้จะทำให้ผู้ต้องคดีได้ดำเนินชีวิตปกติสุข ถือว่าทำบุญใหญ่ให้ประเทศและสังคม ไม่มีบุญใดเท่ากับการให้อภัยจะเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ล้างผิดคดีการเมืองปี 48–68ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง และการแสดงออกทางการเมืองพ้นจากความรับผิดตามกฎหมาย รวมถึงเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว กำหนดมิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่ 1.การกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ 2.การกระทำความผิดตาม ป. อาญา มาตรา 112 3.การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 4.เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตาม ป. อาญา มาตรา 297 5.เป็นการกระทำความผิดต่อส่วนตัว หรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม ผู้ที่จะได้รับสิทธิพ้นจากการกระทำความผิดขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสร้างสังคมสันติสุขพิจารณากลั่นกรอง โดยบุคคลที่ได้รับสิทธิพ้นจากความผิด กำหนดบรรดาการกระทำใดๆของบุคคลที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง แสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุจากความขัดแย้งทางการเมือง แรงจูงใจทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.48 ถึงวันที่ 16 ก.ค.68 ทั้งนี้ ให้บุคคลได้รับนิรโทษกรรม คดีต่างๆที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ รวมถึงผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาก่อนวันที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้พ้นจากความผิดหรือได้รับการปล่อยตัว และยังทำให้ไม่ต้องรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่หน่วยงานของรัฐ เพื่อสร้างระบบป้องกันความขัดแย้ง ลดความรุนแรงในสังคม ภายใต้การดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักนิติรัฐและสิทธิมนุษยชน ลดภาระในระบบยุติธรรม ลดภาระคดีความคั่งค้าง ช่วยให้ไปดำเนินการคดีใหม่หรือคดีสำคัญอื่นๆได้ดีขึ้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่