อิหร่านยังเล่นแง่ ไม่รีบตอบต่อข้อเสนอสงบศึกของสหรัฐอเมริกา อ้าง เนื้อหามีรายละเอียดเชิงเทคนิคซับซ้อนต้องตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน รวมถึงผ่านความเห็นชอบจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำสูงสุดของประเทศ ตามด้วยประกาศกร้าวพร้อมเดินหน้าคุมช่องแคบฮอร์มุซแบบเบ็ดเสร็จ ขณะที่สหรัฐฯเดินเกมเพิ่มบีบด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจ แต่ฝ่ายข่าวกรองชี้รัฐบาลทรัมป์ประเมินอิหร่านต่ำไป สามารถอดทนต่อการปิดล้อมทางทะเลได้นานถึง 4 เดือน รวมถึงยังมีอาวุธเหลืออีกอื้อสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคงไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้ในเร็ววัน โดยเมื่อวันที่ 9 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการอิหร่านยังคงไม่ตอบต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ ตามที่มีการคาดการณ์ไว้ นายอิสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงว่า ข้อเสนอดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและอิหร่านจะให้คำตอบเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น พร้อมทั้งยืนยันอย่างชัดเจนว่ากำหนดเวลาหรือการยื่นคำขาดใดๆ จากนักการเมืองสหรัฐฯ รวมถึงนายมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ไม่มีความหมายต่ออิหร่าน เนื่องจากอิหร่านจะดำเนินงานตามกำหนดการของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงแรงกดดันจากภายนอกเหตุผลสำคัญที่ทำให้การพิจารณาเป็นไปอย่างล่าช้า รายงานระบุว่าเนื้อหาของข้อเสนอมีรายละเอียดเชิงเทคนิคซับซ้อน ทำให้อิหร่านต้องตรวจสอบทุกรายละเอียดและถ้อยคำอย่างถี่ถ้วน นอกจากนี้ กระบวนการตัดสินใจยังต้องได้รับความเห็นชอบจากหลายภาคส่วน ทั้งทีมเจรจาที่นำโดยประธานรัฐสภา กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ซึ่งดูแลภาพรวมด้านความมั่นคงและสถานการณ์สงคราม ท้ายที่สุดแล้ว คำตอบดังกล่าวจะต้องผ่านการอนุมัติเห็นชอบจากผู้นำสูงสุดของอิหร่านเท่านั้น แต่อิหร่านยืนยันว่าการพิจารณายังคงดำเนินอยู่และสามารถส่งคำตอบกลับไปได้ทุกเมื่อหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องบรรลุข้อตกลงร่วมกันเสร็จสิ้นสำนักข่าวต่างประเทศรายงานอีกว่า ในขณะที่การทูตเผชิญภาวะชะงักงัน สหรัฐฯก็ได้ยกระดับแรงกดดันผ่านมาตรการทางเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบุคคลและบริษัทรวม 10 ราย ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในจีนและฮ่องกง หลังพบหลักฐานสนับสนุนการจัดหาอาวุธและวัตถุดิบผลิตโดรนตระกูล ชาเฮด (Shahed) และขีปนาวุธให้แก่อิหร่าน รวมถึง IRGC ท่ามกลางรายงานว่าอิหร่านมีกำลังผลิตโดรนสูงถึง 10,000 ลำ ต่อเดือน เป็นผู้ผลิตโดรนรายใหญ่ของโลก ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังขู่คว่ำบาตรบริษัทต่างชาติ สายการบินและสถาบันการเงินที่เชื่อมโยงกับโรงกลั่นน้ำมันอิสระในจีน เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไร ก็ตาม นายเบรตต์ เอริกสัน ผู้เชี่ยวชาญจากออบซิเดียน ริสก์ แอดไวเซอร์ส ชี้ว่ามาตรการนี้จำกัดวงแคบเกินไป ทำให้อิหร่านมีเวลาปรับตัวหาแหล่งจัดซื้ออื่นได้ และสหรัฐฯ ยังไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ธนาคารยักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญช่วยพยุงเศรษฐกิจอิหร่านในปัจจุบันสำนักข่าวต่างประเทศรายงานข้อมูลจากเอกสาร ลับของชุมชนข่าวกรองสหรัฐฯ (IC) และสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ที่ส่งถึงทำเนียบขาวเมื่อเร็วๆนี้ ระบุว่า การประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่านของรัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจมองโลกในแง่ดีเกินไป รายงานประเมินว่าอิหร่านมีศักยภาพในการทน ต่อการปิดล้อมทางทะเลได้นานอย่างน้อย 3 ถึง 4 เดือน (90-120 วัน) ก่อนจะเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจขั้นรุนแรง อย่างไรก็ตาม มีเจ้าหน้าที่บางส่วนเชื่อว่าอิหร่านอาจทนได้นานกว่านั้น เพราะผู้นำมีท่าทีแข็งกร้าวขึ้นและเชื่อมั่นว่าจะสามารถเอาชนะความมุ่งมั่นทางการเมืองของสหรัฐฯ ได้ รายงานยังระบุ อิหร่านยังคงเหลือเครื่องยิงจรวดแบบเคลื่อนที่ประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ และขีปนาวุธประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่มีก่อนเริ่มสงคราม ขัดแย้งกับคำกล่าวของทรัมป์ที่ระบุว่าขีปนาวุธของอิหร่านถูกทำลายไปเกือบหมด เหลือเพียง 18-19 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้อิหร่านสามารถซ่อมแซมฐานเก็บอาวุธใต้ดินและประกอบจรวดลูกใหม่ทดแทนส่วนที่เสียหายได้เกือบทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอิหร่านเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามระยะยาวได้ดีกว่าที่สหรัฐฯประเมินไว้ส่วนความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ นายโมฮัมหมัด โมคเบอร์ ที่ปรึกษาระดับสูงของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศกร้าวโดยเปรียบเปรยขีดความสามารถในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ว่ามีพลานุภาพทางยุทธศาสตร์เทียบเท่ากับการครอบครองระเบิดปรมาณู ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าอิหร่านมองเส้นทางเดินเรือสากลแห่งนี้เป็นอาวุธต่อรองสูงสุดในมือ อิหร่านยังยืนยันอย่างแข็งกร้าวว่าจะไม่ยอมสูญเสียความได้เปรียบจากสงครามครั้งนี้ และเตรียมเปลี่ยน แปลงสถานะทางกฎหมายของช่องแคบผ่านช่องทางระหว่างประเทศ หรือพร้อมจะดำเนินการฝ่ายเดียวหากจำเป็น เพื่อยกระดับการควบคุมน่านน้ำที่เป็นหัวใจหลักของการขนส่งพลังงานโลกให้กลายเป็นฐานอำนาจเบ็ดเสร็จของตนเองอย่างถาวรอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่