ตลาดอุปกรณ์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบนิเวศอัจฉริยะกำลังแข่งขันร้อนแรงขึ้น เมื่อผู้ผลิตเทคโนโลยีรายใหญ่เริ่มขยับจากการขาย “ฮาร์ดแวร์” ไปสู่การสร้างประสบการณ์ใช้งานแบบเชื่อมต่อทั้งระบบ ล่าสุดหัวเว่ย เลือกกรุงเทพฯ เป็นเวทีจัดงาน “Now Is Your Spark: HUAWEI Innovative Product Launch 2026” เปิดเกมรุกตลาด AI Ecosystem ด้วยไลน์อัปอุปกรณ์ใหม่ทั้งแท็บเล็ต สมาร์ทวอทช์ และสมาร์ทโฟน ครอบคลุมตั้งแต่การทำงาน สุขภาพ กีฬา ความบันเทิง ไปจนถึงอุปกรณ์สำหรับเด็ก เพื่อดึงผู้ใช้งานให้อยู่ในระบบดิจิทัลของแบรนด์มากขึ้น ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ที่ HUAWEI MatePad Pro Max แท็บเล็ตเรือธงรุ่นใหม่ที่สะท้อนเกมรุกตลาดพรีเมียมของหัวเว่ยอย่างชัดเจน ท่ามกลางการเติบโตของธุรกิจอุปกรณ์สวมใส่ หลังบริษัทเผยยอดจัดส่งสมาร์ทวอตช์และสายรัดข้อมือทั่วโลกปี 2025 ทะลุ 35.6 ล้านเครื่อง และมีผู้ใช้งาน HUAWEI Health รายเดือนกว่า 118 ล้านบัญชี หัวเว่ยชูจุดขาย MatePad Pro Max ในฐานะแท็บเล็ต “บางและเบาที่สุด” ในกลุ่มหน้าจอ 13 นิ้วขึ้นไป ด้วยความบาง 4.7 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 499 กรัม มาพร้อมจอ PaperMatte ความละเอียด 3K รองรับการทำงานหลายหน้าต่างผ่าน WPS ระดับ PC ใช้งานร่วมกับ M-Pencil Pro และแอป GoPaint สำหรับสายครีเอทีฟ รวมถึงรองรับ Reverse Charging 40W สำหรับชาร์จอุปกรณ์อื่นแบบไร้สาย โดยเปิดราคาที่ 1,399-1,649 ยูโร ตลาดอุปกรณ์ Wearable กลายเป็นอีกสนามแข่งขันสำคัญของหัวเว่ย หลังบริษัทเผยยอดจัดส่งสมาร์ทวอตช์และสายรัดข้อมือทั่วโลกปี 2025 ทะลุ 35.6 ล้านเครื่อง พร้อมมีผู้ใช้งาน HUAWEI Health รายเดือนกว่า 118 ล้านบัญชี สะท้อนการเติบโตของระบบนิเวศสุขภาพดิจิทัลของแบรนด์ ภายในงานปีนี้ หัวเว่ยเปิดตัวสมาร์ทวอตช์ใหม่รวม 4 รุ่น นำโดย HUAWEI WATCH GT Runner 2 Racing Legend Edition นาฬิกาสำหรับนักวิ่งที่มาพร้อมดัชนีวัดสมรรถนะการวิ่ง (RAI) และระบบ Training Camp Dashboard สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลการฝึกซ้อมเชิงลึก เปิดราคาที่ 399 ยูโรขณะที่ HUAWEI WATCH FIT 5 Series ยังคงจุดเด่นด้วยดีไซน์หน้าปัดทรงเหลี่ยม พร้อมเพิ่มฟีเจอร์สุขภาพในรุ่น Pro ทั้งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ระบบติดตามการนอน TruSense การแจ้งเตือนเมื่อเกิดการล้ม และรองรับโหมดออกกำลังกายกว่า 100 ประเภท รวมถึงกีฬาเทนนิส หัวเว่ยยังชูจุดแข็งด้านแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 10 วัน และรองรับการชำระเงินผ่านนาฬิกาที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในไทย สะท้อนทิศทางของสมาร์ทวอตช์ที่กำลังขยับจากอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ สู่การเป็นอุปกรณ์ใช้ชีวิตประจำวันเต็มรูปแบบ โดย HUAWEI WATCH FIT 5 เปิดราคาในไทยที่ 9,170 บาท และ WATCH FIT 5 Pro ราคา 12,295 บาทอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หัวเว่ย ขยายเข้ามาเพิ่มเติมคือ HUAWEI WATCH KIDS X1 Series สมาร์ทวอตช์สำหรับเด็กระดับพรีเมียม มาพร้อมกล้องหน้า-หลังความละเอียดสูง โดยกล้องหน้าเป็นเลนส์มุมกว้างพิเศษ 110 องศา และหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.82 นิ้ว ตัวเครื่องสามารถถอดและหมุนได้ พร้อมฟีเจอร์ AR สำหรับการเรียนรู้และบันทึกประสบการณ์ของเด็กยุคดิจิทัล แบ่งเป็น 2 รุ่น คือ WATCH KIDS X1 ราคา 249 ยูโร และ WATCH KIDS X1 Pro ราคา 349 ยูโรและ HUAWEI WATCH ULTIMATE DESIGN Spring Edition นาฬิการะดับลักชูรี เป็นสมาร์ทวอตช์รุ่นแรกของหัวเว่ยที่ประดับเพชรแท้ถึง 99 เม็ด ดีไซน์โดย Francesca Amfitheatrof ดีไซเนอร์จิวเวลรีชั้นนำระดับโลก แรงบันดาลใจจากดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ รองรับ eSIM โทร.ได้โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ ราคา 3,799 ยูโรอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่หัวเว่ยส่งลงมาชิงตลาดคนรุ่นใหม่คือ HUAWEI nova 15 Max สมาร์ทโฟนระดับกลางที่ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Play Hard and Shoot Sharp” เจาะกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการทั้งความบันเทิง การถ่ายภาพ และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานในเครื่องเดียวจุดเด่นสำคัญอยู่ที่กล้องความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ RYYB และรูรับแสง F1.9 ที่ช่วยดึงรายละเอียดภาพในสภาพแสงน้อยได้ดีขึ้น ขณะที่แบตเตอรี่ขนาด 8,500 mAh ซึ่งหัวเว่ยเรียกว่า ตอบโจทย์การใช้งานหนักตลอดวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างวันแม้จะอัดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่ตัวเครื่องยังคงความบางเพียง 7.98 มิลลิเมตร พร้อมผ่านมาตรฐานความทนทาน SGS ระดับ 5 ดาว และรองรับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ IP65 ด้านหน้าจอเลือกใช้พาเนล OLED ขนาด 6.84 นิ้ว รองรับรีเฟรชเรต 120Hz และความสว่างสูงสุด 1,600 นิต ชูประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลและตอบโจทย์การใช้งานกลางแจ้งมากขึ้น.ไทยรัฐไซเบอร์เน็ตคลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม