“อนุทิน” ร่วมพิธีเปิดสุดยอดอาเซียน โชว์วิชันตอกย้ำชาติสมาชิกผนึกกำลังรับมือบริบทโลกเปลี่ยน ชง 3 ยุทธศาสตร์รับความท้าทายสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน แนะปรับตัวมัวตั้งรับแบบเดิมไม่ได้ ที่ประชุมรับรองแถลงการณ์ 4ฉบับ อ้าแขนรับติมอร์-เลสเต สมาชิกใหม่ จับเข่าหารือทวิภาคี นายกฯเวียดนาม, นายกฯมาเลเซีย และนายกฯสิงคโปร์ ย้ำความร่วมมือในฐานะชาติพันธมิตรไปพร้อมยกระดับกลุ่มอาเซียน “สีหศักดิ์” แง้มประตูเชื่อมเขมร เล็งส่งอุปทูตกลับประจำการ “กรณ์” ประสานกล้าธรรมเข้าชื่อส่งศาล รธน.ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อ้าง “ภราดร” สารภาพกลางสภา “ไม่จำเป็นเร่งด่วน” ปชน.ไล่บี้ ป.ป.ช.ขอตรวจสำนวนคดี “ศักดิ์สยาม”นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบเต็มคณะ ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และหารือทวิภาคี กับนายกฯเวียดนาม, นายกฯมาเลเซีย และนายกฯสิงคโปร์ เน้นย้ำความร่วมมือในฐานะชาติพันธมิตร ไปพร้อมกับยกระดับความสำคัญของกลุ่มอาเซียน“อนุทิน” ร่วมเปิดสุดยอดอาเซียนเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 พ.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น ฟิลิปปินส์ เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ที่ศูนย์การประชุมมักตัน เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบเต็มคณะ โดยมีผู้นำและผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน เลขาธิการอาเซียน และประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank-ADB) เข้าร่วม นายอนุทินยังร่วมกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายอนุทินยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างเต็มที่ ให้อาเซียนยังคงเป็นเสาหลักของสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองของภูมิภาคโชว์วิชันรับมือบริบทโลกเปลี่ยนน.ส.รัชดากล่าวว่า นายอนุทินยังกล่าวต่อที่ประชุมว่า อาเซียนเคยเผชิญวิกฤติมาหลายครั้ง ทุกครั้งสามารถก้าวผ่านและเติบโตอย่างเข้มแข็งขึ้น เชื่อมั่นว่าอาเซียนจะรับมือกับความท้าทายครั้งนี้ได้อีกครั้ง จำเป็นต้องคงความเป็นเอกภาพและมองไปข้างหน้า หัวข้อการประชุม “Navigating Our Future, Together” มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ ความเข้มแข็งของอาเซียนกำลังถูกทดสอบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และวิถีชีวิตประชาชนในภูมิภาค จึงเสนอให้อาเซียนเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น ทั้งความมั่นคงทางพลังงาน ความไม่ต่อเนื่องของเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญ ควรเร่งเสริมสร้างความร่วมมือในเชิงปฏิบัติ อาทิ การผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) การใช้ประโยชน์จากความตกลงด้านความมั่นคงปิโตรเลียมอาเซียน (ASEAN Petroleum Security Agreement) และเพิ่มการลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สร้างความร่วมมือรับความท้าทายน.ส.รัชดากล่าวอีกว่า นายกฯยังเสนอด้านความมั่นคงทางอาหารว่า ภูมิภาคอาเซียนกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน และปุ๋ยที่เพิ่มสูงขึ้น ควรต่อยอดรูปแบบความร่วมมือที่มีอยู่แล้ว เช่น ความตกลงการค้าข้าวระหว่างไทย-สิงคโปร์ ช่วยสร้างความมั่นคงด้านอุปทานในช่วงวิกฤติ และพิจารณาขยายแนวทางดังกล่าวไปยังสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอื่น เป้าหมายสูงสุดของอาเซียนคือการดูแลและคุ้มครองประชาชน ในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ผ่านมา จำเป็นต้องพัฒนาแนวทางการสร้างประชาคมให้สอดคล้องกับบริบทโลก ทั้งนี้แถลงการณ์ผู้นำอาเซียนต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของประเทศสมาชิก ในการรับมือกับความท้าทายอย่างเป็นระบบ ไทยพร้อมทำงานกับทุกชาติสมาชิกผลักดันให้เป็นรูปธรรมให้การรับรองแถลงการณ์ 4 ฉบับโฆษกรัฐบาลกล่าวต่อว่า ที่การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบเต็มคณะ ได้ตกลงเอกสารพิธีสารเซบูเพื่อแก้ไขกฎบัตรสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CEBU Protocol To Amend the Charter of the Association of Southeast Asian Nations) ตอบรับการเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต พร้อมร่วมกันรับรองแถลงการณ์ 4 ฉบับ ได้แก่ 1.ปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือทางทะเล 2.แถลงการณ์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยการดำเนินการสำคัญ เพื่อความเข้มแข็งของภูมิภาคในการรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง 3.แถลงการณ์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยความร่วมมืออาเซียนในการตอบโต้ภัยพิบัติ : พิธีสารเชิงยุทธศาสตร์อาเซียนสำหรับการจัดการภาวะฉุกเฉิน และการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน และ 4.ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเสริมพลังเยาวชนในการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความเข้มแข็งด้านการรับมือภัยพิบัติแนะปรับตัวตั้งรับแบบเดิมไม่ได้ต่อมาเวลา 14.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ที่อาคารโอเชียนพาวิเลียน โรงแรม Shangri-La Mactan นายอนุทินกล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบไม่เป็นทางการว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางไม่ใช่เพียงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ผันผวนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น สะท้อนว่าระเบียบโลกและระบบพหุภาคีนิยมที่นานาชาติเคยยึดถือกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญและโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สำหรับอาเซียนหลักการที่ยึดถือมายาวนาน ทั้งการเจรจา การยับยั้ง ชั่งใจ และการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี ไม่สามารถถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติอีกต่อไป ไม่สามารถดำเนินบทบาทตั้งรับได้อีกต่อไป แต่ต้องตอบสนองต่อสถานการณ์ด้วยความคล่องตัว และมองการณ์ไกลมากยิ่งขึ้นชง 3 แนวทางยุทธศาสตร์สำคัญนายอนุทินกล่าวว่า ขอนำเสนอ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับอาเซียน ประกอบด้วย 1.การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยม จุดแข็งอาเซียนอยู่ที่ความเป็นเอกภาพ สมาชิกต้องก้าวข้ามจุดยืนเฉพาะของแต่ละประเทศ หันมาให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ร่วมของภูมิภาค 2.ความยืดหยุ่น (Resilience) หัวใจสำคัญคือธำรงไว้ซึ่ง “ASEAN Centrality” หรือความเป็นแกนกลางของอาเซียน ยึดอาเซียนเป็นแกนหลักของนโยบายต่างประเทศของแต่ละประเทศ สามารถบริหารจัดการความตึงเครียด ก่อนจะลุกลามเป็นวิกฤติ ด้วยกลไกอาเซียนที่เข้มแข็งและเป็นรูปธรรมมากขึ้น และ 3.รักษาบทบาทสำคัญของอาเซียนทั้งภายในและนอกภูมิภาค (Relevance) อาเซียนต้องรักษาสถานะการเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือ และได้รับความไว้วางใจจากประชาคมระหว่างประเทศ ตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนในกลุ่มอาเซียนสัญญาณบวกพัฒนาการเมียนมานายอนุทินยังกล่าวถึงสถานการณ์ในเมียนมาว่า ถือเป็นบททดสอบสำคัญของอาเซียนทั้งในด้านเอกภาพ ความยืดหยุ่น และความเกี่ยวข้องขององค์กร พัฒนาการล่าสุด อาทิ การนิรโทษกรรมให้แก่อดีตประธานาธิบดีอู วิน มยิน และการย้ายนางออง ซาน ซูจี ไปพำนักในที่พักอาศัย ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่อาจเปิดโอกาส พัฒนาการดังกล่าวเป็นโอกาสให้อาเซียนเดินหน้าแนวทางที่เป็นรูปธรรมผ่านการกลับเข้าไปมีส่วนร่วมกับเมียนมาอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อไทย–เวียดนามจับมือดึงนักลงทุนจากนั้นเวลา 16.30 น. นายอนุทินพบหารือทวิภาคี กับนายเล มิญ ฮึง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า นายกฯย้ำว่าเวียดนามเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด ถือเป็นพันธมิตรสำคัญของไทย ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.ด้านเศรษฐกิจ นักลงทุนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะแหล่งลงทุนที่มีเสถียรภาพและปลอดภัย การกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและเวียดนามจะช่วยให้ทั้งสองประเทศดึงดูดการลงทุนและเติบโตไปด้วยกันได้มากยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเร่งขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 2.ด้านการลงทุน ขอให้เวียดนามสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของไทยในเวียดนามต่อเนื่อง พร้อมเชิญชวนเวียดนามมาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงแผนการลงทุนของสายการบิน VietJet ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านให้แล้วเสร็จในช่วงการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีโต เลิม 3.ด้านความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ไทยและเวียดนามควรมีบทบาทสำคัญกำหนดทิศทาง และขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคมาเลเซียเห็นพ้องพัฒนาชายแดนกระทั่งเวลา 17.45 น. นายอนุทินหารือกับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย น.ส.รัชดาเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายหารือกระชับความร่วมมือทวิภาคี และผลักดันประเด็นสำคัญร่วมกันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างผู้นำ 2 ประเทศ นายอนุทินเน้นย้ำความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียปัจจุบันอยู่ในระดับดีมาก สามารถประสานงานกันได้ราบรื่น พร้อมยืนยันความพร้อมในการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการภายในปีนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการเร่งผลักดันการพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมกัน การเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม จ.สงขลา โครงการสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก แห่งที่ 2 จ.นราธิวาส ให้เริ่มก่อสร้างได้ภายในปีนี้ ด้านความมั่นคงและสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอนุทินแจ้งให้ฝ่ายมาเลเซียทราบว่า รัฐบาลไทยแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขชุดใหม่ ยืนยันความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ของไทยเดินหน้าแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีสิงคโปร์เห็นพ้องยกระดับอาเซียนช่วงค่ำ นายอนุทินพบหารือทวิภาคีกับนาย ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯสิงคโปร์ น.ส.รัชดากล่าวว่า นายอนุทินกล่าวถึงแนวคิด “Synergise Our Strength” เห็นว่าประเทศสมาชิกอาเซียนควรร่วมกันมองหาโอกาส และเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่วมกัน มากกว่ามองกันในฐานะคู่แข่งขัน พร้อมเสนอให้อาเซียนใช้จุดแข็งของภูมิภาค ยกระดับอำนาจต่อรองกับภูมิภาคอื่นทั่วโลก ด้านนายกฯสิงคโปร์เห็นพ้องกับข้อเสนอของไทยอย่างยิ่ง และยืนยันพร้อมสนับสนุนความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียนในทุกมิติ ในด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายยืนยันสนับสนุนการผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ตลอดจนความร่วมมือด้านพลังงานในกรอบอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเชื่อมโยงด้านพลังงานของภูมิภาคในระยะยาว“ฮุน มาเนต” รับทราบเลิก MOU44นายอนุทินยังโพสต์เฟซบุ๊กถึงการพบนายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ในวงหารือ 3 ฝ่ายพร้อมแจ้งว่ารัฐบาลไทยตัดสินใจยกเลิก MOU 44 แล้ว นายฮุน มาเนตระบุว่า ผิดหวังต่อการตัดสินใจเช่นนี้ รัฐบาลกัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันไปใช้แนวทางและกระบวนการประนอมภาคบังคับ ของอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS ดำเนินการข้อตกลงทางสิทธิประโยชน์ทางทะเลต่อไป กัมพูชารับทราบการตัดสินใจของฝ่ายไทยอย่างเป็นทางการแล้ว และยังได้ประกาศในที่ประชุมใหญ่ของผู้นำชาติอาเซียน ด้วย เป็นอันสิ้นสงสัยว่ากัมพูชาจะยอมรับการยกเลิก MOU 44 จากไทยหรือไม่ เมื่อไม่มี MOU 44 แล้ว ก็ไม่มีเส้นที่ลากผ่านเกาะกูดให้เป็นที่เคลือบแคลงหรือกังวลต่อไปอีก พี่น้องประชาชนสบายใจได้เลยว่าเกาะกูดเป็นของประเทศไทยสัมพันธ์การทูตต้องว่าตามขั้นตอนนายอนุทินยังระบุอีกว่า ส่วนประเด็นอื่น ทั้งการปักปันเขตแดน การเจรจาในระดับ JBC และ GBC ยังคงดำเนินการต่อไปตามเดิม หากถึงจุดที่เหมาะสมค่อยมีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นมาเป็นขั้นๆ เพราะตอนนี้เหลือแต่คนเฝ้าสถานทูต ไม่มีข้าราชการอยู่ทำงานนานแล้ว จะได้จัดให้มีการหารือกันต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลง มีการเห็นพ้องกันในเรื่องของการปราบปรามแก๊ง Call Center และ Scammer ว่าให้ฝ่ายตำรวจของ 2 ประเทศร่วมมือกันดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดกับคนชั่วเหล่านี้ ก็ตอบตกลงเพราะประเทศและประชาชนไทยได้ประโยชน์ ส่วนเรื่องการเปิดด่านไม่มีการพูดถึง เรื่องความร่วมมืออื่นๆยังไม่ได้ยกขึ้นมา ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องต้องกันว่าสันติภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากให้เกิดขึ้น แจ้งเขาว่าจะสร้างสันติภาพได้ทั้งสองฝ่ายต้องจริงใจแก้ปัญหาร่วมกัน สร้างความมั่นใจให้เห็นกันจะจะ หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหารต่อสู้กันให้มากที่สุด ทั้งหมดที่พบกันมีเพียงแค่นี้ เห็นมีการประโคมข่าวทางโซเชียลมากมาย เป็นข่าวเท็จ ใช้จินตนาการนั่งเทียนเขียนให้เกิดความแตกแยกและเกลียดชัง ทั้งที่ตนและ รมว.ต่างประเทศ แถลงโดยละเอียดไปแล้ว ขอยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความรอบคอบ โปร่งใส ยึดถือความรู้สึกของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ“สีหศักดิ์” แย้มเปิดช่องเชื่อมเขมรด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการหารือ 3 ฝ่าย ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ นายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ว่า ฟิลิปปินส์ในฐานะประธาน อาเซียนอำนวยความสะดวกให้พูดคุยกันเต็มที่ ตรงไป ตรงมาทุกประเด็น แต่ยังไม่มีข้อยุติ ฝ่ายไทยเห็นว่าควรสร้างบรรยากาศที่ดี ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นายกฯพยายามเสนอมาตรการนำไปสู่การแก้ไขประเด็นที่เป็นปัญหา นอกจากนี้ยังเห็นว่าควรมีการติดต่อกันระหว่างภาคประชาชน ผ่านสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา ที่ประชุมยังมอบหมายให้ตนกับนายปรัก สุคน รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา พูดคุยกันโดยเร็ว เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการก่อนเดินไปสู่กรอบความร่วมมือต่างๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นว่าสำคัญคือการส่งอุปทูตกลับไปประจำการสถานทูตของแต่ละฝ่าย เรื่องนี้ยังมีขั้นตอนต้องดำเนินการถือโอกาสแจงเหตุยกเลิก MOU44ผู้สื่อข่าวถามถึงการเจรจาเขตแดนทางทะเล นายสีหศักดิ์ตอบว่า นายอนุทินชี้แจงถึงสาเหตุที่ไทยยกเลิก MOU 44 แต่ไทยและกัมพูชาต่างเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS สามารถเจรจาในกรอบนี้ได้ ขอย้ำว่าการหารือ 3 ฝ่ายครั้งนี้ พูดคุยร่วมกันที่เป็นประโยชน์ ส่วนการหารือยังไม่มีข้อยุติใดๆ พยายามหาแนวทางเดินหน้าไปด้วยกัน เป็นสิ่งที่ต้องร่วมมือกันทั้ง 2 ฝ่าย การหารือที่เกิดขึ้นถือเป็นจุดเริ่มต้น อาจไม่ได้แก้ไขโดยง่าย แต่คิดว่าการพูดคุยน่าจะดีกว่าการปะทะ และใช้ความรุนแรงต่อกันโต้อินฟลูฯแชร์ข้อมูล SEC เท็จน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีนางอัจฉราวดี วงศ์สกล อินฟลูเอนเซอร์ แชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงระบุว่า นายกฯและพรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เพื่ออนุญาตให้สร้างกาสิโน และเช่าซื้อที่ดินได้ 99 ปีในเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEC ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นการคัดออกมาจากร่าง พ.ร.บ. SEC ที่เสนอโดย สส.ชุดที่แล้ว คือ นายนภดล แก้วสุพัฒน์ สส.พรรคพลังท้องถิ่นไท ในสภาฯชุดที่แล้วพรรคภูมิใจไทยเคยเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยใช้ พ.ร.บ.อีอีซีเป็นต้นแบบ ด้วยเจตนาที่ดีในการพัฒนาภาคใต้ และสร้างการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ ไม่มีเรื่องเช่าที่ดิน 99 ปี หรือสร้างกาสิโนตามที่กล่าวหา ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ นายกฯสั่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแล้ว หากพบว่าประโยชน์มีแต่ไม่คุ้มค่าและประชาชนไม่ต้องการ โครงการคงไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างรัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบและรับฟังเสียงจากทุกฝ่าย“กรณ์” ประสานกล้าธรรมเข้าชื่อที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงการยื่นเรื่องร้องศาลรัฐธรรมนูญขอให้ตีความ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) ของรัฐบาล ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมยื่นต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 11-12 พ.ค. ยังประสานพรรคกล้าธรรมขอให้ร่วมลงชื่อด้วย แต่ยังรอมติของพรรคกล้าธรรมก่อน เชื่อว่าเมื่อยื่นคำร้องต่อประธานสภาฯ ท่านจะส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็ว ตามกรอบมีเวลา 2-3 วันก่อนส่ง เชื่อว่าทันก่อนที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในสัปดาห์หน้าจับโป๊ะ “ภราดร” สารภาพกลางสภานายกรณ์กล่าวต่อว่า เห็นตัวร่างคำร้องของพรรคประชาชนแล้ว เห็นว่ามีประเด็นที่มีรายละเอียดและข้อกังวลต่อการยื่นกู้เงินดังกล่าว ขณะที่เหตุผลรัฐบาลต้องการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่เลี่ยงไม่ได้ หากการยื่นตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน ทำให้ไม่สามารถใช้เงินในโครงการไทยช่วยไทยพลัสทันวันที่ 1 มิ.ย.นี้ รัฐบาลต้องบริหารจัดการแก้ปัญหาเอง และที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อสภาว่าจะแบ่งการกู้เงินเป็น 2 ก้อน โดยกู้ปีนี้ 2 แสนล้านบาท และกู้ปี 2570 อีก 2 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ยิ่งแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนจริง ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 กำหนด สามารถไปกำหนดไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ได้ เมื่อถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตีตก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ นายกรณ์ตอบว่า ต้องถามรัฐบาล เพราะไม่มีบทลงโทษ แต่เป็นเรื่องความรับผิดชอบทางการเมือง ที่ต้องคิดหนักว่าจะรับผิดชอบอย่างไรปชน.ตรวจสำนวนคดี “ศักดิ์สยาม”ช่วงสายที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ขอใช้สิทธิตรวจสอบเอกสารและสำนวนคดี ป.ป.ช. กรณียกคำร้องนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม คดีซุกหุ้นห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า หวังว่า ป.ป.ช.จะไม่อ้าง พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นชั้นความลับ เนื่องจากมีกรณีตัวอย่างคดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่มีแนวทางคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ระบุข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยได้ มีข้อสงสัยคดีนายศักดิ์สยามมีความไม่ชอบมาพากล อยากทราบหลักฐานที่ ป.ป.ช.ใช้ในคดีนี้เหมือนหรือต่างจากศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร เพื่อนำข้อมูลไปประกอบคำร้องยื่นศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนการทำหน้าที่ ป.ป.ช. ขณะนี้ล่ารายชื่อ สส. และ สว. ได้ครบ 140 รายชื่อแล้ว สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือ ความเป็นอิสระขององค์กรอิสระ ที่สังคมรับทราบถึงระบอบสีน้ำเงินมีความโยงใยหลายคดี ไม่เป็นตามระบบนิติรัฐ นิติธรรม“โสภณ” โชว์ทรัพย์สินมี 55 ล้านขณะที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีพ้นตำแหน่ง สส. จากการยุบสภา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2568 มีที่น่าสนใจ อาทิ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กรณีพ้นตำแหน่ง สส.บุรีรัมย์ มีทรัพย์สินรวม 55,101,288 บาท อาทิ โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 6 หลัง มูลค่า 7,240,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 13,747,064 บาท น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรณีพ้นตำแหน่ง สส.อุบลราชธานี มีทรัพย์สิน 45,813,398 บาท อาทิ ที่ดิน 4 แปลง 29,284,050 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 3 หลัง 13,241,572 บาท นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม กรณีพ้นตำแหน่ง สส.พิจิตร มี 470,577,395 บาท เป็นทรัพย์สินอื่น อาทิ พระเครื่อง 25 องค์ มูลค่า 68,430,000 บาท“ดร.โจ” เดินหาเสียงชาวบางรักวันเดียวกัน ที่ตลาด ITF นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) นำคณะลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตบางรัก พูดคุยกับพ่อค้า แม่ค้า ก่อนเดินเท้าไปยังตลาดละลายทรัพย์ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า การตอบรับถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ได้รับการต้อนรับอบอุ่น มีประเด็นที่อยากพัฒนาหลังลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนมา มี 2 เรื่องหลัก คือ 1.ค่าครองชีพ พรรค ปชน.มีนโยบายสนับสนุนสร้างพื้นที่ขายอาหาร เช่น ฟู้ดคอร์ต หรือตลาดขายอาหารในราคาที่ไม่แพง ทำให้คนกรุงเทพฯเข้าถึงอาหารที่ถูกและลดค่าครองชีพลง 2.การเดินทางที่ประสบความลำบาก สะดุดท่อ ถนน-ทางเดินเท้าไม่เรียบ ได้รับฟังเสียงสะท้อนมาจากคนออฟฟิศคนชั้นกลาง และเป็นคนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ เรา ตระหนักดีว่าสนามนี้ไม่ใช่สนามที่ง่าย แต่เมื่อเราลงแข่งเราก็คาดหวังที่จะชนะ และไม่ได้มาแค่คนเดียว มากับ สก. 50 เขต ยังมีพรรค ปชน.ทั้งพรรคสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง มี สส.อีก 120 คน คอยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอยู่ในสภาฯ ทำให้มั่นใจว่าเราสามารถหยิบยื่นข้อเสนอที่ดีกว่ากกต.พร้อมจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมเตรียมพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา เพื่อชี้แจงแนวทางการตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร แนวทางปฏิบัติในการจัดการเลือกตั้ง การบริหารหน่วยเลือกตั้ง และการพัฒนาสมรรถนะของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า เพื่อให้การปฏิบัติงานของ กปน.เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมตั้งเป้าไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด ยืนยันว่าเป้าหมายสำคัญของ กกต.คือการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต เป็นธรรม โปร่งใสและน่าเชื่อถือที่สุด ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นผู้ชนะเผยคดี “ฮั้ว สว.” ถึงมือ กกต.ใหญ่นายแสวงยังกล่าวถึงความคืบหน้าผลการเลือกตั้งครบ 100% ว่า ไม่ใช่ผลการเลือกตั้งแต่เป็นแบบ สส. 5/18 ที่ถามไปทางจังหวัด ทางจังหวัดได้ยืนยันและถ่ายลงในเว็บไซต์ครบหมดแล้ว หาก iLaw มาทวงถามว่าไม่ครบ ต้องถามว่าเป็นจังหวัดไหนที่ไหน สำหรับผลการตรวจสอบคำร้อง สส. ขณะนี้เร่งรัดทุกเรื่อง ช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีการเลือกตั้งทุกระดับตั้งแต่ เลือก สว. เลือกตั้งท้องถิ่น เลือกตั้ง สส. มีเรื่องร้องเรียนกว่า 2,000 เรื่อง เรื่องที่เร่งรัดที่สุดคือคดีเกี่ยวกับ สว. ที่มีสำนวนใหญ่อยู่ 1 สำนวน เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. นายแสวงตอบว่า ส่งเอกสารทุกอย่างถึง กกต.ใหญ่ตั้งแต่สิ้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนี้ต้องดูว่า กกต.จะพิจารณาอย่างไร ใช้เวลาเท่าไหร่ สำนักงานจะรายงานผลให้ทราบเป็นระยะอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่