ท้ายหน้า 169 ของหนังสือแห่งชา (โอคาคุระ คาคุโช เขียน นัยนา นาควัชระ แปล ภิญโญ ไตรสุริยาธรรมา ผู้จัดพิมพ์ สำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์ พิมพ์) ริคิว นักชงชา ได้รับเกียรติจาก สหายผู้ระแวง ไทโกฮิเดโยชิ ขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ ให้ปลิดชีพตัวเองเริ่มด้วยบรรทัด...เมื่อถึงวันกำหนด...นั้น ริคิวเชิญศิษย์เอกทั้งหลายมาร่วมดื่มชาด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายแขกทุกคนมารวมตัวกันที่นอกชานด้วยความโศกเศร้า ขณะที่พวกเขาเดินมาตามทางเดินในสวน ต้นไม้ดูเหมือนสั่นเทิ้ม ในเสียงใบไม้ที่แกว่งไกว คล้ายมีเสียงโหยหวนของวิญญาณเร่ร่อนโคมหินที่วางประทีบสีเทาหม่น ดูดั่งทวารบาลเคร่งขรึมที่ยืนยามอยู่หน้าประตูนรกของเทพฮาเดส (เทพเจ้าแห่งยมโลก) กลิ่นธูปแปลกๆโชยมาจากห้องชา เป็นสัญญาณเชิญแขกให้เข้าไปข้างในพวกเขาค่อยๆก้าวเข้าไปทีละคน และลงนั่งประจำที่ ในโทโคโนมะมีภาพคาเคโนโมะแขวนอยู่ เป็นลายมืออันงดงามของภิกษุยุคโบราณ บรรยายถึงความไม่จีรังของสิ่งทางโลกกาต้มน้ำที่ครวญครางอยู่เหนือเตา เหมือนเสียงจักจั่นที่พรั่งพรูความโศกเศร้าสู่ฤดูร้อนซึ่งกำลังจะลาจากจากนั้นไม่นาน เจ้าบ้านก็เข้ามาในห้อง แขกแต่ละคนได้รับน้ำชา ต่างคนต่างดื่มจนหมดถ้วยอย่างเงียบงันเจ้าของบ้านดื่มเป็นคนสุดท้ายและตามธรรมเนียม แขกที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยปากขอชมอุปกรณ์การชงชา ริคิวนำเครื่องเคราทั้งหลายมาวางตรงหน้าพวกเขา พร้อมทั้งคาเคโมโนะผืนนั้นหลังจากที่ทุกคนกล่าวชื่นชมความงามของมัน แล้วริคิวก็มอบมันแก่แขกทุกคนเพื่อเป็นที่ระลึกคนละชิ้นมีเพียงถ้วยชาเท่านั้นที่เขาเก็บไว้ แล้วกล่าวว่า “จะไม่มีมนุษย์คนไหน ได้ใช้ถ้วยใบนี้ ซึ่งแปดเปื้อนด้วยริมฝีปากแห่งโชคชะตาอันเลวร้าย”ว่าแล้วก็ทุบถ้วยนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆพิธีเสร็จสิ้นแต่เพียงเท่านี้ ผู้เป็นแขกสุดที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ พวกเขากล่าวคำอำลา และออกจากห้องไปมีเพียงศิษย์ซึ่งเป็นที่รักและใกล้ชิดที่สุดเพียงคนเดียวที่ริคิวขอให้อยู่เป็นสักขีพยานจนจบเขาถอดเสื้อพิธีการออกอย่างระมัดระวัง พับมันบนเสื่อ เผยให้เห็นเสื้อสีขาวบริสุทธิ์สำหรับพิธีปลิดชีพที่สวมอยู่ชั้นในริคิวดูดาบมรณะอันวาววับด้วยสายตาที่อ่อนโยน แล้วทักทายมันด้วยบทกวีแสนงดงาม ดังนี้มาเถิดมา โอ้ดาบแห่งนิรันดร์กาลพระพุทธเจ้า อีกทั้งพระโพธิธรรม เจ้าล้วนชำแรกผ่านมาแล้วทั้งสิ้นด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ริคิวได้เข้าสู่โลกเบื้องหน้าที่เขาไม่รู้จักนี่คือ บรรทัดสุดท้าย จากหนังสือเรื่องราวแห่งชา...ทิ้งให้คนอ่านได้คิดคำนึงต่อไปได้เองว่าแท้จริงริคิว นักชงชาผู้ใหญ่ ก็คือริคิวยอดซามูไรคนหนึ่ง...ซึ่งทำพิธีฮาราคิีรีตัวเองเป็นอันว่า ผมต่อยอดความรู้เดิม จากรู้จักริคิว นักชงชา ผู้สอนลูกชายให้รู้จัก ความงามตามธรรมชาติของสวนในบ้าน ด้วยการเขย่าต้นไม้ให้กิ่งใบแห้งร่วงหล่นเกลื่อนพื้น มารู้ว่าพิธีชงชาถ้วยสุดท้ายของนักชงชาผู้ยิ่งใหญ่เป็นเช่นนี้แท้จริง รสชาติหนึ่งของชา...นอกจากรสและกลิ่นหอมหวาน ยังปะปนมากับความเศร้าที่เกิดจากเคราะห์กรรมของคนที่เคยผูกพันฉันเพื่อน ก่อให้กันและกัน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม