อำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ที่แบ่งภาระหน้าที่ในการบริหารปกครองประเทศ เพื่อตรวจสอบและถ่วงดุล ยกตัวอย่าง สส.มีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานรัฐบาล จากการตั้งกระทู้ถามไปจนถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดให้ เสียงข้างมาก เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จำนวน สส.ในสภาจึงเป็นตัวชี้ขาดในการบริหารงาน เมื่อรัฐบาลคุมเสียงข้างมากในสภาล่างและสภาบน (สส.-สว.) การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลจึงไม่มีความหมายเพราะเป็นการอ้างความเห็นชอบจากเสียงข้างมากในสภาอย่างถูกต้องชอบธรรม ผลกระทบจากการใช้เสียงข้างมากในการตัดสิน ทำให้เกิดการซื้อเสียง ซื้อตัว สส. ในสภาเท่ากับเป็นเผด็จการเสียงข้างมาก เสาหลักฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร จึงขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจสูงสุดในพรรคการเมืองเหลือ กระบวนการยุติธรรม ที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน กระบวนการยุติธรรมประกอบด้วย ศาลยุติธรรม องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และกระบวนการสืบสวนสอบสวนของหน่วยงานภาครัฐ เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดให้ที่มาของกระบวนการยุติธรรมต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาและฝ่ายการเมือง อำนาจแบบเบ็ดเสร็จก็อยู่ในกำมือของฝ่ายการเมืองอยู่ดีโดยเฉพาะ การบีบให้ยุติธรรมต้องเลือกข้าง ก็ยิ่งไปกันใหญ่ จะนำไปสู่ วิกฤติตุลาการ ในที่สุด การถ่วงดุลอำนาจของสามเสาหลัก ในระบอบประชาธิปไตยจึงไม่เคยมีจริง วงจรอุบาทว์เหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากระบบ แต่เกิดจากคนภายใต้ระบบที่พยายามฝ่าฝืนกติกา และใช้กระบวนการยุติธรรมฟอกจากดำเป็นขาวจากกรณีของ ป.ป.ช. กับข้อกล่าวหา ศักดิ์สยาม ชิดชอบอดีต รมว.คมนาคม ที่ ป.ป.ช.ยกคำร้องกรณีซุกหุ้นไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน อ้างไม่มีเจตนา ที่ตรงกันข้ามคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้และให้พักการปฏิบัติหน้าที่ รมต.คมนาคม ก็แสดงว่าคดีมีมูล ปรากฏหลักฐานการรับงานของบริษัทที่ศักดิ์สยามถือหุ้นและบริษัทดังกล่าวยังได้นำเงินมาบริจาคให้กับพรรคต้นสังกัดด้วยทำให้การทำงานของ ป.ป.ช.ถูกโฟกัสมากขึ้นเป็นลำดับและมีการลงชื่อขอให้มีการตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.จากฝ่ายค้านและบุคคลทั่วไป โดยตามขั้นตอนจะต้องยื่นให้กับประธานสภาเป็นคนดำเนินการ เผอิญว่าประธานสภาชื่อ โสภณ ซารัมย์ จากพรรคภูมิใจไทย ที่ตอบคำถามสื่อในกรณีที่ฝ่ายค้านล่าชื่อให้ตรวจสอบ ป.ป.ช.ว่า เรื่องยังมาไม่ถึง ได้ยินแต่ข่าวว่าฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องนี้ขอเวลาหน่อย เพราะไม่ใช่ไปรษณีย์ และขอให้เปลี่ยนจากคำว่า การวางตัวเป็นกลาง เป็นเที่ยงธรรมแทนยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำท่าว่าจะเป่าออกจากระบบ อาทิ คดี ฮั้วเลือก สว. ที่ดินเขากระโดง ประเทศที่เสาหลักการปกครองประเทศ อ่อนแอ ฝ่ายบริหารรวบอำนาจเอาไว้ในมือทั้งหมดเท่ากับเป็นเผด็จการรูปแบบหนึ่งที่ควรจะเข้าข่ายการล้มล้างการปกครองด้วยซ้ำ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม