ศาลอาญาพิพากษาลับหลัง คุก “ไฮโซฮู-นโรตม์ พิริยะรังสรรค์” ลูกชายอดีต สว.ดัง 132 ปี 6 เดือน คดีร่วมกับพวกเปิดเว็บพนันออนไลน์และฟอกเงิน เจ้าตัวรู้แกว หนีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลสั่งออกหมายจับให้มารับโทษต่อไปคุก “ไฮโซฮู” ลูก “สังศิต พิริยะรังสรรค์” 132 ปี เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ศาลอาญามีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายนรายุทธ นราแก้ว จำเลยที่ 1 บริษัท วีเพย์ จำกัด จำเลยที่ 2 บริษัท เฮงเพย์ จำกัด จำเลยที่ 3 นายนโรตม์ พิริยะรังสรรค์ จำเลยที่ 4 บุตรชาย ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ อดีต สว.ชื่อดัง บริษัท เอชบี มิดเดิล กรุ๊ป จำกัด จำเลยที่ 5 น.ส.อำพร ฤทธิบาล จำเลยที่ 6 บริษัท สุดสามารถ จำกัด จำเลยที่ 7 นายพิพัฒน์พงษ์ บัวนาค จำเลยที่ 8 และนายชัยนที แซ่จึง จำเลยที่9 ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบการฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินโจทก์ฟ้องว่าระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.66-27 พ.ค.67 ต่อเนื่องกัน จำเลยร่วมกับพวกที่ยังหลบหนีไม่ได้นำตัวมาฟ้อง ร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้จัดให้มีการเล่นหรือเข้าเล่นการพนันในรูปแบบต่างๆเอาทรัพย์สินในรูปแบบการเล่นพนันออนไลน์ทางเว็บไซต์และปรากฏช่องทางฝากเงินอยู่หน้าเว็บไซต์การพนัน ประชาชนเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย โดยจำเลยแบ่งหน้าที่ทำเป็นกลุ่มแบ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของบริหารจัดการและรับผลประโยชน์ในเว็บไซต์การพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลระบบเว็บไซต์การพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากที่ใช้ในการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากที่ใช้ในการโอนเงินคืนให้แก่ผู้เล่นการพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้แทนระบบพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลเจ้าของระบบชำระเงิน วีเพย์ และกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของระบบชำระเงินเฮงเพย์ โดยประชาชนที่จะเข้าเล่นการพนันออนไลน์จะต้องโอนเงินที่ใช้ในการเล่นพนันเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่พวกจำเลยกำหนดไว้จากการตรวจสอบพบว่า จำเลยกับพวกโอนเงินพนันหรือบัญชีรับแทงพนันแล้วโอนเงินที่ได้รับจากผู้เข้าเล่นไปเข้าบัญชีแถว 2 จากนั้นได้โอนเงินบัญชีที่ใช้ในการแบ่งผลประโยชน์ตามลำดับ เมื่อผู้เข้าเล่นพนันชนะพนันก็จะโอนเงินคืนเพื่อชำระหนี้ค่าพนันให้กับผู้เล่นพนันผ่านบัญชีธนาคารที่โอนจ่ายเงินให้แก่ผู้เล่นการพนันออนไลน์ในเว็บไซต์ของจำเลย พฤติการณ์และการกระทำของจำเลยทั้งหมดเป็นการร่วมกันจัดให้ผู้อื่นเข้าเล่นกันพนันออนไลน์ในรูปแบบต่างๆนอกจากนี้จำเลยทั้งหมดได้สมคบกันเพื่อกระทำการเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ด้วยการไปจดทะเบียนนิติบุคคลประเภทบริษัทแจ้งต่อธนาคารว่าประกอบธุรกิจขายของออนไลน์ ขอใช้บริการ QR code เพื่อใช้รับโอนเงินพนัน มีการโอนเงินในช่วงระหว่างเกิดเหตุ เป็นการโอนเงินจากระบบการชำระเงินแบบออโต้ แบ่งเป็นช่วงที่ 1 เป็นเงิน 3,475,266 บาท ช่วงที่ 2 เป็นเงิน 180,421,795.72 บาท ช่วงที่ 3 เป็นเงิน 1,786,488,229.13 บาท ช่วงที่ 4 เป็นเงิน 315,523,670 บาท ช่วงที่ 5 เป็นเงิน 50,874,800 บาท ช่วงที่ 6 เป็นเงิน 41,025,527บาท ช่วงที่ 7 เป็นเงิน 76,038,140 บาท ช่วงที่ 8 เป็นเงิน 93,122,389 บาท ช่วงที่ 9 เป็นเงิน 38,298,328 บาท ช่วงที่ 10 เป็นเงิน 26,599,988.63 บาท ช่วงที่ 11 เป็นเงิน 2,580,353 บาท ช่วงที่ 12 เป็นเงิน 18,672,800 บาท ช่วงที่ 13 เป็นเงิน 16,617,093บาท ช่วงที่ 14 เป็นเงิน 54,738,966 บาท ช่วงที่ 15เป็นเงิน 7,499,600 บาท ช่วงที่ 16 เป็นเงิน 6,000,000บาทจำเลยยังได้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในโฉนดที่ดินมูลค่า 7,277,860 บาท ถือทรัพย์สินเครื่องประดับร่วมกันจำนวน 10,000,000 บาท, รถยนต์เล็กซัส รถยนต์เฟอร์รารี่ และรถยนต์ซูบารุ การกระทำดังกล่าวเป็นการโอนไปมาระหว่างบัญชีของจำเลยทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อนปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริง การได้มาแหล่งที่ตั้งการจำหน่ายการโอนการได้สิทธิ์ใดๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือได้มาครอบครองหรือใช้ทรัพย์สินโดยรู้ในขณะได้มาครอบครองหรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด อันเป็นการกระทำความผิดฐานฟอกเงินพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 7 มีความผิดฐาน ร่วมกันช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 คนละ 3 เดือน ปรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และจำเลยที่ 7 คนละ 3,000 บาท ฐานร่วมกันฟอกเงินลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 รวม 15 ปี 32 เดือน จำคุกจำเลยที่ 4 เป็นเวลา 132 ปี 6 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 20 ปี ปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 1,006,000 บาท ปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 2,006,000 บาท ปรับจำเลยที่ 5 เป็นเงิน 13,706,000 บาท ปรับจำเลยที่ 7 เป็นเงิน 3,006,000 บาทจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นร่วมกันช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 2 เดือน ฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้พนันจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 2 เดือน ฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 1 ปี 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 1 ปี 8 เดือน ยกฟ้องจำเลยที่ 8 ริบของกลางสำหรับนายนโรตม์ หรือไฮโซฮู พิริยะรังสรรค์ ได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาคนเดียวในคดีนี้เมื่อวันที่ 31 ต.ค.68 วันอ่านคำพิพากษานายนโรตม์หลบหนีไม่ได้มาฟังคำพิพากษา ศาลให้อ่านคำพิพากษาลับหลังนายนโรตม์ จำเลยที่ 4 และออกหมายจับนายนโรตม์มารับโทษตามคำพิพากษาต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่