“อนุทิน” โยน รมว.เกษตรฯแจงปมร้อน เด้งอธิบดีฝนหลวงฯ “สุริยะ” โต้ข้อมูลเท็จหลานวิ่งของาน ยังไม่เคยพบกันสักครั้งรู้ได้ไงว่าจะขออะไร ย้ำสาเหตุสั่งย้ายต้องการใช้นักบริหารที่มีพลัง ไร้แรงจูงใจการเมือง ขู่ฟ้องถ้ายังกล่าวหากันไม่หยุด “ไผ่” รอเก้อ “ราเชน” เทไม่มาตามนัด “อรรถกร” บ่นอุบเสียมือทำงานดีๆ งัดอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบ นายกฯเรียกถก ครม.เศรษฐกิจ คลังจ่อชง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้า ครม. 5 พ.ค. อัดฉีดไทยช่วยไทยพลัส ปชน.ขู่บุก ป.ป.ช.ไล่บี้เปิดข้อมูล “ศักดิ์สยาม” นายกฯปัดกั๊กเก้าอี้ไว้รอ “เสี่ยโอ๋” “ทักษิณ” มีบ่นทำไมต้องติดกำไล EM แต่ให้ติดก็ติด-ไม่แปลกใจนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แจงย้ำปมสั่งย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไม่เกี่ยวกับเรื่องหลานมาของาน ขู่ถ้ายังใส่ร้ายกันไม่เลิกพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่เจ้าตัวเทนัดนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ให้ต้องรอเก้อ“หนู” โยน “สุริยะ” แจงย้าย “ราเชน”เมื่อเวลา 10.54 น. วันที่ 30 เม.ย.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ หลังมีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯว่า เรื่องนี้ต้องถามนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ท่านรับผิดชอบงานกระทรวงเกษตรฯ เมื่อถามว่าเป็นดราม่าใหญ่โตระหว่างอธิบดีกรมฝนหลวงฯกับ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอนุทินตอบว่า ต้องไปถาม รมว.เกษตรและสหกรณ์ว่าการตัดสินใจดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร“สุริยะ” ยันข้อมูลเท็จหลานวิ่งงานนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงชี้แจงเรื่องโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรว่า กระแสข่าวที่พาดพิงหลานตนพยายามวิ่งเต้นของาน หรือเรียกรับผลประโยชน์ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง จากข้อมูลที่ปรากฏหลานตนยังไม่เคยได้เข้าพบอธิบดีแม้แต่ครั้งเดียว การกล่าวอ้างว่าจะมีการไปของาน หรือเกี่ยวข้องกับตัวเลขเงินจำนวนมากจึงเป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ในเมื่อยังไม่ได้พบกันแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะไปขออะไร ขอให้สื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลให้รอบด้าน เพราะยึดหลักความโปร่งใสในการทำงาน หลังเกิดกระแสข่าวได้สอบถามหลาน ยอมรับว่ามีการพยายามติดต่อจริง ทั้งในช่วงปี 2568 และช่วงหลัง แต่ไม่เคยได้เข้าพบ เนื่องจากอีกฝ่ายไม่อนุญาตให้เข้าพบ บางครั้งถึงขั้นยกเลิกนัดเพราะกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือย้ำต้องการใช้นักบริหารที่มีพลังนายสุริยะกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการส่วนตัวของหลาน ไม่เกี่ยวข้องกับตนหรือการทำงานในกระทรวง แต่ละคนมีธุรกิจของตัวเองไม่เกี่ยวข้องกัน แม้จะเป็นครอบครัวเดียวกัน ส่วนประเด็นการโยกย้ายอธิบดี ยืนยันว่าเป็นการตัดสินใจเชิงบริหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ภาคเกษตรกำลังเผชิญปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ จำเป็นต้องมีผู้บริหารที่มีพลัง และความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบาย ส่วนข้อวิจารณ์ว่าเป็นการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการที่ใกล้เกษียณนั้น ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีในเส้นทางการเมือง ไม่เคยถูกกล่าวหาว่าโยกย้ายไม่เป็นธรรม ยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง หรือความขัดแย้งส่วนตัวใดๆขู่ฟ้องร้องถ้ายังกล่าวหาไม่หยุดผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสาร หรือข้อมูลที่ระบุว่าไม่สามารถสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้ นายสุริยะตอบว่า หากเป็นข้อมูลเท็จทำให้เสียหาย เตรียมดำเนินการทางกฎหมาย ถ้ายังกล่าวหาโดยไม่เป็นความจริง จำเป็นต้องฟ้องร้อง หากผู้ใดเห็นว่าการโยกย้ายไม่เป็นธรรม สามารถใช้สิทธิดำเนินคดีได้ การบริหารงานยึดหลักมืออาชีพ เชื่อว่าข้าราชการทุกคนพร้อมทำงานตามนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยไม่เกี่ยวข้องกับสังกัดทางการเมือง“ไผ่” รอเก้อ “ราเชน” เทไม่มาตามนัดผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 เม.ย. นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อพรรคกล้าธรรมที่รัฐสภาในวันที่ 30 เม.ย. ล่าสุดเวลา 13.10 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม และอดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากนายราเชนเมื่อวันที่ 29 เม.ย. อยากเข้ามาพูดคุย จึงประสานกับนายไผ่ แต่ต้องขอโทษสื่อด้วยเมื่อสักครู่ได้รับการแจ้งว่านายราเชนขอเลื่อนนัดออกไปก่อน เพราะมีหลายมิติที่ต้องให้นายราเชนไปคิด และเตรียมตัวต่อสู้ในสิ่งที่เจ้าตัวรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม“อรรถกร” บ่นอุบเสียมือทำงานดีๆผู้สื่อข่าวถามว่า นายราเชนให้เหตุผลหรือไม่ว่าเหตุใดถึงอยากมาพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม นายอรรถกรตอบว่า การโยกย้ายนอกฤดูกาลไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในสมัยรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรมดูแลกระทรวงเกษตรฯ ทั้ง ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมถึงช่วงสั้นๆ ของตน ไม่มีการโยกย้ายอธิบดีในลักษณะนี้ เป็นเรื่องน่าเสียดายนายราเชนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์จับต้องได้ ถือเป็นหนึ่งในมือทำงาน แต่ในเชิงบริหารเราไม่สามารถก้าวก่ายได้ เสียดายที่ประเทศไทยต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้งัดอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบเมื่อถามว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการล้างบาง หรือการแก้แค้นทางการเมืองหรือไม่ นายอรรถกรตอบว่า หากเป็นการแก้แค้นจริงคงไม่เป็นธรรมกับข้าราชการ เมื่อถามว่าเคยเป็น รมว.เกษตรฯมาก่อน เหตุผลการสั่งย้ายครั้งนี้ถือว่าฟังขึ้นหรือไม่ นายอรรถกรตอบว่า เรื่องความต่อเนื่องอาจเป็นมุมที่ผู้บริหารคิด ส่วนตัวมองว่าเรื่องความต่อเนื่องรอได้ อีก 5 เดือนค่อยไปแก้ไขปัญหา ในยุคพรรคกล้าธรรมเราทำงานเหมือนครอบครัว มีปัญหาอะไรแนวทางไม่ตรงกัน เรียกคุยกันก่อนปรับจูนให้ตรงกัน ไม่จำเป็นต้องการเมืองจ๋า แต่อาจไม่ตรงกับผู้บริหารชุดปัจจุบัน ทั้งนี้เรื่องนี้มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ คนที่ชอบอาจตั้งใจทำงาน คนที่ไม่ชอบก็คงสูญเสียกำลังใจ เรื่องนี้ได้คุย กับ ร.อ.ธรรมนัสแล้ว ในฐานะพรรคฝ่ายค้านคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบได้ แต่ยืนยันว่าข่าวที่ปล่อยออกมาว่ามีการไปพูดคุยกันที่ชั้น 4 ของพรรคการเมืองบนถนนรัชดาฯ ซึ่งมีแค่พรรคกล้าธรรมนั้น ไม่เป็นความจริง แต่จะเป็นชั้น 4 ของพรรคการเมืองอื่นบนถนนเส้นอื่นหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบกัน ถ้านายราเชนต้องการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ พรรคฝ่ายค้านจะทำงานคู่ขนานใช้กระบวนการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ เมื่อถามย้ำว่าเรื่องนี้ถือว่าเข้าข่ายความผิดตาม ป.อาญามาตรา 157 หรือไม่ นายอรรถกรตอบว่าคงต้องดูก่อน“อนุทิน” เรียกหารือ ครม.เศรษฐกิจต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เรียกนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผอ.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผอ.สำนักงบประมาณ และนางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เข้าหารือ นายภราดรกล่าวก่อนเข้าประชุมว่านายกฯเรียกทีมเศรษฐกิจเข้าหารือเรื่องโครงการไทยช่วยไทย อยากให้เข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็ว ทั้งนี้ที่ประชุมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งวางกรอบ พ.ร.ก.กู้เงินเฉียด 5 แสน ล.นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการเรียกทีมเศรษฐกิจเข้าหารือว่าคุยเตรียมความพร้อมในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน มีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มีประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนถึงจะทำ เมื่อถามว่ากรอบวงเงินคือ 5 แสนล้านบาทใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่าเราตั้งกรอบวงเงินไว้ ส่วนจะใช้จริงเท่าไหร่เดี๋ยวว่ากัน แต่กรอบวงเงินก็แถวๆนั้นคลังจ่อชงเข้า ครม.ขอกู้ที่ 4 แสน ล.ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ในวันที่ 5 พ.ค. กระทรวงการคลังเตรียมเสนอร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นแหล่งเงินในการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การสู้ในรบในภูมิภาคตะวันออกกลาง การออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท กำหนดวงเงินจากงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน และจำเป็นเร่งด่วน ที่เหลืออยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท สำหรับใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะใช้วงเงินกู้ทั้งหมด 4 แสนล้านบาท ก่อนหน้านี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงงบประมาณที่จะมาใช้ในมาตรการไทยช่วยไทยพลัส หรือโครงการคนละครึ่งเดิม คาดว่าจะใช้วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท มีประชาชนที่ได้รับสิทธิราว 30 ล้านคน วงเงินดังกล่าวยังไม่รวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่นายเอกนิติเคยระบุว่าจะให้คนละ 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน รวมเป็นคนละ 4,000 บาท ประมาณ 13 ล้านคน หรือประมาณ 5.2 หมื่นล้านบาทลุยต่อทลายอาชญากรรมข้ามชาติจากนั้นเวลา 15.00 น. นายอนุทินนำแถลงผลการดำเนินงานปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ การทุจริตสวมตัว แปลงสัญชาติ และบ่อนการพนันผิดกฎหมาย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอนุทินกล่าวว่าที่ผ่านมาสั่งการให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างจริงจังต่อเนื่อง ปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ ยึดและอายัดทรัพย์สินหลายกรณี ได้แก่ นายก๊กอัน และเครือข่ายนายลียง พัด การปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ ได้แก่ ปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” “สลายหมอกเชียงดาว” และ “ตัดบัตรกรุงเก่า” ตรวจพบการย้ายทะเบียนบ้านอันเป็นเท็จ กรณีจ้างคนไทยจดทะเบียนสมรสและแจ้งเกิดบุตรให้ได้สัญชาติไทย รวมทั้งปราบปรามบ่อนการพนัน รัฐบาลยืนยันจะเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพล และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง และขยายผล ยึดหลักการปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นสำคัญ“ณัฐพงษ์” ถามบรรทัดฐานนายกฯช่วงเช้าที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ถามนายรัฐมนตรี กรณีกักตุนน้ำมันที่โยงใยกลุ่มทุนเทา แก๊งสแกมเมอร์ หรือบุคคลระดับสูงในรัฐบาล แต่นายกฯมอบนายพิพัฒน์ รัชกิจ ประการ รมว.คมนาคม มาชี้แจง แต่นายพิพัฒน์ติดภารกิจ มอบให้นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงแทน นายณัฐพงษ์สอบถามว่า เรื่องนี้มี 2 คน ที่ให้คำตอบได้คือนายกฯและนายพิพัฒน์ เพราะเป็นเรื่องสืบเนื่องจากการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันของเสี่ยตือ ที่ จ.อ่างทอง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเครือข่ายทุนเทา และเสี่ยตือยังเป็นเพื่อนนายพิพัฒน์ แต่ไม่เคยได้รับคำตอบจากนายกฯและนายพิพัฒน์ ฝากถามถึงนายกฯว่าตอนที่ยกหูถึงนายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีต รมช.คลังขอให้ลาออกเพราะมีข่าวเกี่ยวข้องทุนเทา นายวรภัคยอมลาออกทั้งที่ดำรงตำแหน่ง 33 วัน แล้วกับกรณีนายพิพัฒน์นายกฯจะปฏิบัติอย่างไร หรือจะปฏิบัติ 2 มาตรฐาน ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า ประเด็นที่ถามไม่เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม หลายเรื่องที่ถามอยู่ในชั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ควรถาม รมว.ยุติธรรม“อภิสิทธิ์” สอนเชิง “ประธานซาเล้ง”จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่ากระทู้ถามสดต้องการให้นายกฯและรัฐมนตรีมาตอบด้วยตัวเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นมิอาจเลี่ยงได้ แต่ต้องแจ้งเหตุจำเป็นเป็นหนังสือต่อประธานสภาฯ สภาจะได้ศักดิ์สิทธิ์ ต้องมีรายละเอียดเหตุจำเป็นคืออะไรให้สังคมรับรู้ ขณะที่นายโสภณชี้แจงว่าการเลื่อนกระทู้ถามสดดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่ทำมา ถ้าต้องการให้ปฏิบัติตามข้อบังคับเคร่งครัด ต้องไปแก้ข้อบังคับ ทำให้นายอภิสิทธิ์แย้งว่าสิ่งที่พูดอยู่ในข้อบังคับประชุมสภาข้อ 151 หมวดกระทู้ทั่วไป การอ้างปฏิบัติตามลายลักษณ์อักษรแต่ไม่มีการตรวจสอบ เหมือนไม่มีข้อบังคับ แก้ไปไม่เกิดประโยชน์ ต้องการให้เกิดความโปร่งใส ภารกิจจำเป็นคืออะไร มีหลักฐานใด ไม่ส่งเสริมนายกฯและรัฐมนตรีที่หนีสภาไปเรื่อยๆรุมบี้หาหนังสือเลื่อนตอบกระทู้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซักถามย้ำว่าข้อบังคับระบุชัด หากนายกฯและรัฐมนตรีมอบให้ใครมาตอบแทน ต้องมีเหตุจำเป็นมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และแจ้งเหตุเป็นหนังสือต่อประธานสภาฯ ก่อนหรือวันประชุม ดังนั้นหนังสือแจ้งเหตุต้องอยู่ในมือประธานสภาฯแล้ว เพื่อความบริสุทธิ์ใจประธานฯ ต้องนำหนังสือนี้เผยแพร่ให้สมาชิกเห็น อย่าทำเอกสารย้อนหลัง ควรเอามาอ่านจะได้ไม่เกิดข้อกังขา ที่ประธานวิปรัฐบาลให้ฝ่ายค้านแจ้งล่วงหน้าจะถามกระทู้สดใครตั้งแต่วันจันทร์นั้น ขอแจ้งตั้งแต่วันนี้ว่าสัปดาห์หน้าจะตั้งกระทู้สดถามนายกฯ รอดูว่าจะมาตอบหรือไม่ หรือนายกฯจะใช้คติว่าถ้าว่างแล้วจะมาตอบ ขณะนายโสภณพยายามตัดบทว่า เรื่องหนังสือไม่ใช่จะมาเอาในเวลานี้ พร้อมสั่งให้พิจารณาวาระถัดไปปชน.ขู่บุก ป.ป.ช.ไล่บี้เปิดข้อมูลนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน แถลงว่าขอเรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยเอกสารและพยานหลักฐานทั้งหมดในคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว. คมนาคม พร้อมความเห็นพนักงาน ป.ป.ช.ที่รับผิดชอบทุกคน ต่อสาธารณะ หาก ป.ป.ช.ยังไม่เปิดเผยภายในสัปดาห์หน้า จะเดินทางไปที่สำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อยื่นเอกสารอีกครั้ง ส่วนความคืบหน้ารวบรวมรายชื่อเพื่อร้องต่อประธานสภาฯ ส่งศาลฎีกาให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อร่างคำร้องและยื่นต่อประธานรัฐสภา รายชื่อคาดว่าไม่มีปัญหา คาดว่าภายใน พ.ค.นี้ จะยื่นต่อประธานรัฐสภาได้ ทั้งนี้ ระหว่างที่นายปกรณ์วุฒิแถลงข่าว พบว่า มี สส.พรรคภูมิใจไทย 2 คน มายืนรับฟัง และคาดว่าจะมีการบันทึกเสียงด้วยนายกฯปัดกั๊กเก้าอี้รอ “ศักดิ์สยาม”ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า การเว้นเก้าอี้รัฐมนตรีไว้ 1 ตำแหน่งเพื่อรองรับนายศักดิ์สยาม ว่า ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องคณะรัฐมนตรี ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายศักดิ์สยาม ตอนนี้คนพอแล้วกับเนื้องาน จะเหลือที่นั่งกี่คนคงไม่ต้องใส่ให้เต็ม เมื่อถามย้ำว่าหากมีการปรับคณะรัฐมนตรีจะดึงนายศักดิ์สยามเข้ามาหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ไม่ดึงครับ เอาให้เคลียร์กันตรงนี้ เดี๋ยวไปพูดกันอีกว่าอีก 1 ที่เก็บไว้รอนายศักดิ์สยาม ตั้งแต่ท่านออกไปไม่เคยเข้ามาข้องแวะกับการเมืองเลย ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับการเมืองตั้งแต่นั้นมา รับรองว่าไม่มี และไม่เคยได้พูดคุยกับนายศักดิ์สยามในเรื่องนี้“กุลยา” น้ำตาคลออำลาสรรพากรอีกเรื่อง น.ส.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรม สรรพากร อำลาข้าราชการในโอกาสลาออกจากราชการ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. โดยมีข้าราชการและบุคลากรกรมสรรพากรร่วมมอบดอกกุหลาบ พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างอบอุ่น น.ส.กุลยากล่าวอำลาน้ำตาคลอว่า น้ำตาที่ไหลออกมาเป็นน้ำตาแห่งความสุข เป็นน้ำตาที่เกิดจากความซาบซึ้งในความอบอุ่นที่พี่น้องชาวสรรพากรทั้ง 12 ภาค และส่วนกลาง มีให้กันมาโดยตลอด “ตลอด 25 ปี ในอาชีพข้าราชการ สามารถพูดได้เต็มปากว่าเป็นคนตรงๆ ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ และยังมีความเชื่อมั่นเสมอว่าถ้าเป็นข้าราชการที่ทำงานเพื่อประชาชน ทำเพื่อส่วนรวม ละทิ้งผลประโยชน์ส่วนตนได้ ทุกอย่างจะดำเนินไปได้ด้วยดีเสมอ อยากฝากสิ่งนี้ไว้เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ทั้งที่กรมสรรพากรและกระทรวงการคลัง ที่สำคัญต้องดูแลสุขภาพด้วย ทำงานด้วยความสุข แบบ Work Hard, Play Hard”“ทักษิณ” แอบบ่นโดนติดกำไล EMที่เรือนจำกลางคลองเปรม สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงมารอให้กำลังใจ ต่อมา น.ส.แพทองธารเปิดเผยสั้นๆหลังเข้าเยี่ยมว่า คุณพ่อรับทราบมติคณะกรรมการพักการลงโทษเรียบร้อยแล้ว ส่วนความรู้สึกก็เป็นไปตามกระบวนการทุกอย่าง อาจมีความรู้สึกในเรื่องของการติดกำไล EM มีบ่นนิดหน่อยว่าแก่แล้ว เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาด้วย แต่พอต้องติดกำไล EM ก็รู้สึกนิดหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร เราพร้อมทำตามกระบวนการทุกอย่าง ครอบครัวรู้ว่ามีมติได้พักโทษก็ดีใจแต่มีมติให้ติดก็ติด-ไม่แปลกใจเมื่อถามว่าเรื่องติดกำไล EM เป็นความกังวลหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้วถ้าสูงวัย มีโรคประจำตัว และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ส่วนใหญ่ไม่ต้องติดกำไล EM น.ส.แพทองธารตอบว่า เท่าที่ทราบผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ต้องติด แต่เมื่อมีมติให้ติดก็ต้องติด ไม่น่าแปลกใจอยู่แล้ว สำหรับในวันที่ 11 พ.ค.ตนและครอบครัวจะเดินทางมาเรือนจำตามเวลาที่กรมราชทัณฑ์กำหนด เมื่อถามว่านายทักษิณมีอะไรที่อยากทำเป็นพิเศษหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า ยังไม่มี แค่บอกว่ากลับบ้าน คุยกันเรื่องสุขภาพ เนื่องจากอยู่ข้างในไม่ได้ตรวจสุขภาพทนายฉะคำนึงสุขภาพผู้สูงอายุไหมนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวนายทักษิณ กล่าวว่า นายทักษิณบอกว่ารู้สึกยินดีที่ได้รับการพักโทษ เนื่องจากเป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ยังมีข้อสงสัยต่อความจำเป็นของมาตรการติดกำไล EM เนื่องจากนายทักษิณเป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว อีกทั้งไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงเคยเป็นอดีตนายกฯ เชื่อว่าคณะอนุกรรมการสามารถนำมาผ่อนปรนข้อบังคับใส่กำไล EM ได้ ส่วนตัวขอตั้งคำถามว่าการติดกำไล EMได้คำนึงถึงสุขภาพของผู้ได้รับการพักโทษหรือไม่ อีกทั้งยังกระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนายทักษิณหรือไม่ แต่นายทักษิณพร้อมน้อมรับมติคณะกรรมการ ทั้งนี้ หลังการปล่อยตัวรับการพักโทษ นายทักษิณยังต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติเป็นเวลา 4 เดือน และต้องรายงานตัวภายใน 3 วันนับจากวันปล่อยตัว รวมถึงรายงานตัวต่อเนื่องทุกเดือน จนกว่าจะครบกำหนดโทษ คาดว่าจะสิ้นสุดในวันที่ 9 ก.ย.คอมเมนต์สนั่น “อิ๊งค์” โพสต์ลงไอจีผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 เม.ย. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โพสต์อินสตาแกรมหลังทราบมติพักการลงโทษ พร้อมอัปโหลดรูปภาพประกอบเพลง “โลกทั้งใบ” เป็นภาพสมัย น.ส.แพทองธาร สวมชุดเจ้าสาว กำลังจัดเครื่องแต่งกายให้นายทักษิณ ที่สวมชุดสูททักซิโด้ ด้วยใบหน้ายิ้มปลื้ม พร้อมคำบรรยายภาพ “This is anything but easy. In case nobody has told you... I'm so proud of you #countingdown #daddysgirl” ใต้โพสต์ยังมีคอมเมนต์จำนวนมากของครอบครัว เพื่อนพ้อง และแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ร่วมส่งกำลังใจ อาทิ คอมเมนต์ น.ส.พินทองทา ที่ระบุว่า “หายใจเข้า หายใจออก รอได้ นิ่งได้จะไม่ไหวแล้วค่ะ บีบมือนะ Our best team” ขณะที่นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี น.ส.แพทองธาร คอมเมนต์ว่า “ดีใจมาก #countingdown”ขอความร่วมมือ-จัดระเบียบสื่อทั้งนี้ ทีมงานครอบครัวชินวัตร ยังชี้แจงและขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนถึงการจัดระเบียบการรอทำข่าวในวันที่ 11 พ.ค. ระบุว่าทางเรือนจำกลางคลองเปรมอนุญาตพื้นที่บริเวณวงเวียนเสาธงด้านหน้าเรือนจำฯสำหรับเป็นพื้นที่ให้คนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับให้กำลังใจครอบครัวชินวัตร แบ่งเป็นทางด้านซ้ายมือ (ฝั่งอาคารเยี่ยมญาติ) สำหรับคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ส่วนทางด้านฝั่งขวามือ (หน้าร้านกาแฟหับเผยเรือนจำกลางคลองเปรม) เป็นพื้นที่ของสื่อมวลชนทุกสำนักที่มารอทำข่าวในวันดังกล่าว โดยเฉพาะในเวลา 08.00 น. ของวันที่ 11 พ.ค. นายทักษิณจะออกมายืนตรงทำความเคารพและร้องเพลงชาติไทย ที่บริเวณเสาธงวงเวียนเรือนจำกลางคลองเปรมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่