นายกฯนั่งหัวโต๊ะถก กพช.ลดค่าไฟฟ้า “เอกนัฏ” แจงยิบโครงสร้างค่าไฟใหม่ สั่ง กกพ.เร่งเคาะตัวเลขกลุ่มที่ใช้เกิน 500 หน่วย/เดือน ให้จบภายใน มิ.ย. บีบทางอ้อมติดโซลาร์เซลล์แก้กระเป๋าฉีก ปลดล็อกรับซื้อไฟส่วนเกินคืนเข้าระบบหน่วยละ 2.20 บาท ขยับจาก 90 เมกะวัตต์ เป็น 500 เมกะวัตต์ ไม่จำกัด ลดขั้นตอนอนุมัติฉับไวใน 7 วัน “วราวุธ” ยันไม่กระทบภาคอุตสาหกรรม ขู่บ้านที่ดัดแปลงเป็นร้านกาแฟ ไปจดทะเบียนผู้ใช้ไฟฟ้าให้ถูกต้อง อาจเสียประโยชน์มาตรการช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าประชาชนในระยะยาวเริ่มมีความชัดเจนขึ้น เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 29 เม.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วมนายอนุทินกล่าวเปิดประชุมว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ประเทศไทยได้รับผลกระทบต่อเสถียรภาพพลังงานด้านค่าครองชีพ การประชุมวันนี้เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และลดภาระค่าไฟฟ้าประชาชนในระยะยาว จะพิจารณาใน 2 เรื่องหลัก คือการปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ขอเน้นย้ำว่าเป็นบ้านอยู่อาศัย ไม่ใช่อุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบการ และการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนหลังคา หรือโซลาร์รูฟท็อป สำหรับประชาชนต้องสร้างความชัดเจนเพราะมีการให้สัมภาษณ์บูลลี่จากกลุ่มนักวิชาการ ว่าคนใช้ไฟฟ้ามากต้องมาอุ้มคนที่ใช้น้อย เราจึงต้องตัดตอนก่อน ขอให้ รมว.พลังงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงแถลงข่าวกับสื่อมวลชน นำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อมานายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน แถลงว่า ที่ประชุม กพช.เห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไปเป็นอัตราก้าวหน้า ที่สะท้อนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น มีการมอบหมายคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินการปรับปรุงการออกแบบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าให้เสร็จภายในเดือน มิ.ย. ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 28 เม.ย.พร้อมให้นำเงินผลประหยัดก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่ไม่ผ่านโรงแยกก๊าซ (Bypass Gas) จำนวน 369 ล้านบาท มาจัดสรรเป็นส่วนลดค่า Ft เพิ่มเติมในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. ให้กับกลุ่มบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือนโดยเฉพาะ ส่งผลให้พี่น้องประชาชนกว่า 20 ล้านครัวเรือนได้รับประโยชน์ทันทีรมว.พลังงานกล่าวถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์บ้านที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 500 หน่วยขึ้นไปอาจต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นว่า การปรับปรุงครั้งนี้เป็นการปรับให้สะท้อนต่อบริบทการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปจากเมื่อ 20 ปีก่อน กลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก อัตราค่าไฟฟ้าในส่วนที่เกินจาก 200 หน่วยขึ้นไป จะถูกปรับปรุงเป็นอัตราที่สะท้อนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดเพิ่มขึ้น ไม่ใช่คิดราคาแบบเหมาจ่ายตามที่เป็นข่าวลือ ยืนยันว่าการปรับปรุงครั้งนี้ไม่ใช่การผลักภาระ หรือไปดึงเงินจากภาคอุตสาหกรรม หรือร้านค้ามาอุ้มภาคครัวเรือน แต่เป็นการคำนวณภายในประเภทบ้านอยู่อาศัยด้วยกันเอง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมที่สุด สำหรับบ้านที่ใช้ไฟเกิน 500 หน่วยขึ้นไป อัตราใหม่นี้จะบีบให้ต้องบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม เพราะต้นทุนพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้นจากวิกฤติต่างประเทศ เราจึงต้องมีมาตรการที่สะท้อนความจริงเพื่อให้เกิดการประหยัดจริงจัง ตอนนี้ตัวเลขค่าไฟฟ้าที่ชัดเจนของกลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 500 หน่วยขึ้นไป ยังไม่ได้ข้อสรุปเป็นตัวเลขที่นิ่ง กพช.มอบหมายให้ กกพ.,กฟน., กฟภ. เร่งออกแบบโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ให้เสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า สำหรับทางออกกลุ่มบ้านขนาดกลางและขนาดใหญ่ ที่ใช้ไฟเกิน 500 หน่วย ที่ประชุม กพช. เห็นชอบแนวทางการส่งเสริม Solar Rooftop ในรูปแบบ Net Billing กำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินปริมาณ 500 เมกะวัตต์ พร้อมปรับราคารับซื้อไฟฟ้าคืนจากประชาชนในอัตราสูงถึง 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี และยกเลิกเพดานจำกัดโควตาเดิมที่เคยบล็อกไว้แค่ 90 เมกะวัตต์ โดยจะเปิดรับซื้อจากมิเตอร์ที่ไม่เกิน5 กิโลวัตต์ (kW) และขยายเพิ่มต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนเปลี่ยนหลังคาเป็นโรงไฟฟ้าส่วนตัว เน้นลดขั้นตอนการอนุมัติผ่านระบบ One Stop Service ให้เหลือเพียง 7 วัน สำหรับผู้ที่ติดตั้งเพื่อใช้เอง พร้อมให้ กฟน. และ กฟภ. เร่งศึกษาแนวทางลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้กับบ้านอยู่อาศัยโดยตรง เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึงการประสานกระทรวงการคลังหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนถูกกว่าการจ่ายค่าไฟฟ้าที่ลดลง เพื่อแก้ปัญหาภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนในระยะยาวอย่างยั่งยืนด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ข้อกังวลของภาคอุตสาหกรรมต่อมาตรการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ที่อาจกระทบกับภาคอุตสาหกรรม รมว.พลังงานยืนยันในที่ประชุม กพช.ว่าการปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได (Progressive Rate) ใช้เฉพาะภาคครัวเรือนหรือบ้านพักอาศัยเท่านั้น ไม่มีการผลักภาระค่าใช้จ่ายไปให้ภาคอุตสาหกรรม ร้านค้า หรือร้านอาหารแบกรับแทน ที่ผ่านมาสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงความเป็นห่วงว่าการลดค่าไฟให้ประชาชนอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ที่ใช้ไฟปริมาณมากต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่มติกพช.ล่าสุดยืนยันชัดเจนว่าผู้ประกอบการยังคงเสียค่าไฟในเรตเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และไม่มีรูปแบบที่ภาคอุตสาหกรรมต้องจ่ายค่าไฟต่อหน่วยในอัตราที่แพงกว่าที่อยู่อาศัย เป็นการจ่ายตามอัตราการใช้ไฟจริง หากใช้ไฟมากจะถูกเก็บเพิ่มอัตราก้าวหน้า ฝากเตือนไปยังบ้านพักอาศัยที่มีการดัดแปลงเป็นร้านอาหารหรือร้านกาแฟขนาดเล็ก หากไม่ได้จดทะเบียนประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ และมีการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นจนเข้าสู่เกณฑ์อัตราก้าวหน้า อาจไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการลดค่าไฟฟ้าในส่วนนี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่