ทุกเรื่องในหนังสือ สุเมรุจักรวาล ถอดรหัสจักรวาล ในงานพุทธศิลป์ไทย (เมืองโบราณ พิมพ์ มี.ค.2569) เป็นเรื่องที่พ่อแม่ปู่ย่าฯเราเล่าสอนลูกหลาน...รางวัลวิเศษของคนอ่าน นอกจากได้ดูภาพจิตรกรรมฝาหนังจากวัดสำคัญ ยังช่วยให้ “มโน” ตามลีลา ลูกเล่นภาษาที่ศรัณย์ ทองปาน เขียนแค่ชื่อเรื่องกำเนิดคณะสามสิบสาม อย่าว่าแต่หลายคนจะสงสัย...คนแก่รุ่นผมยังต้องนึกเป็นนานประวัติของมฆะมาณพ หรือ “นายมฆะ” แต่เมื่อยังเป็นมนุษย์นั้น อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านอจลคาม เขาเป็นคนดีชอบทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น เช่น หมั่นเอาจอบถากพื้นที่ให้ราบเรียบ เผื่อเพื่อนบ้านอาศัยทำงานต่างๆพอถึงหน้าหนาวก็ก่อกองไฟให้คนอาศัยผิงไฟ ถึงหน้าร้อนก็หาน้ำหาท่ามาตั้งไว้ให้ผู้ที่ผ่านทางได้อาบกินต่อมาเมื่อมฆะมาณพทำโครงการปรับปรุงถนนให้คนสัญจรไปมา เลยได้พรรคพวกผู้ชายในหมู่บ้านมาร่วมลงแรงอีก 32 คน นับรวมตัวเขาเป็น 33 ถือเป็นสมาชิกก่อตั้ง “คณะสามสิบสาม” ที่ต่อไปจะเรียกว่า คสส.ผู้ใหญ่บ้านเห็นคนกลุ่มนี้จึง “ขอแรง” ให้ออกไปล่าสัตว์จับปลาเอามาแบ่งกันกินบ้าง แต่แก๊งของมฆะมาณพปฏิเสธ ผู้ใหญ่บ้านเลยกลั่นแกล้งไปกราบทูลพระเจ้าแผ่นดิน ว่าคนเหล่านี้ซ่องสุมกำลังเป็นโจรผู้ร้าย เป็นเสี้ยนหนามแก่แผ่นดิน (อือ! เค้าเรื่องคลับคล้าย การเมืองบ้านเมืองใกล้ๆ ว่ามั้ย!)พระราชาจึงให้ทหารจับตัวเอาไปประหารด้วยการให้ช้างเหยียบด้วยอำนาจแห่งเมตตาบารมี ไม่ว่าจะทำอย่างไรช้างเพชฌฆาตก็ไม่กล้าเดินเข้าใกล้ สุดท้ายพระเจ้าแผ่นดินเกิดอัศจรรย์พระทัย จึงให้เรียกทั้ง 33 คนไปซักถาม เมื่อได้รู้ความจริงจึงให้ คสส.ร่วมกันปกครองหมู่บ้านแทนพร้อมยกช้างเชือกนั้นแถมให้ไปด้วยคสส.ได้ทีคิดอ่านสร้าง “บุญใหญ่” ให้ยิ่งๆขึ้นไปด้วยการสร้างศาลาที่สี่แยกกลางหมู่บ้าน ให้เป็นที่พักคนเดินทาง และคนไร้ที่พึ่ง โดยแบ่งพื้นที่เป็นสามโซน คือสำหรับคนทั่วไป คนยากไร้เข็ญใจ กับผู้เจ็บป่วยโดยพื้นศาลามีไม้กระดานเรียบๆ 33 แผ่น ตามจำนวนสมาชิก คสส. ช้างแสนรู้ที่ได้รับพระราชทานมีหน้าที่คอยเฝ้าดู หากมีใครมานั่งลงที่แผ่นกระดานของผู้ใด ก็จะเป็นธุระนำพาคนผู้นั้นไปยังบ้านของผู้รับผิดชอบกระดานแผ่นนั้น ให้จัดหาข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงดูมฆะมาณพยังปลูกต้นทองหลางไว้ใกล้ศาลาอีกต้นหนึ่ง พร้อมตั้งแผ่นหินเป็นแท่นที่นั่งไว้ใต้ต้นทองหลาง ให้คนที่ผ่านทางได้อาศัยร่มไม้พักผ่อนหย่อนใจด้วยกุศลกรรมที่ได้กระทำมาทั้งหมดนี้ เมื่อล่วงลับไปแล้วทั้งมฆะมาณพกับผองเพื่อนทุกคนใน คสส.จึงได้ไปเกิด ณ สวรรค์ บนยอดเขาพระสุเมรุ ที่เรียกกันต่อมาสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อนที่เป็นนายช่างสร้างศาลา เกิดเป็นพระวิสสุกรรมหรือพระวิษณุกรรม เทพเจ้าแห่งการช่าง แม้แต่ช้างพระราชทานที่ได้ร่วมในกิจกุศล ก็ได้ขึ้นสวรรค์เป็นเอราวัณเทพบุตรที่วัดระฆังฝั่งธนฯ ข้างๆพระอุโบสถมีหอพระไตรปิฎกเก่า เชื่อกันว่าเป็นนิเวศเดิมของรัชกาลที่ 1 แต่เมื่อครั้งยังเป็นขุนนาง เมื่อได้ครองราชย์จึงให้รื้อมาปลูกสร้างเป็นหอไตร บนฝาผนังด้านในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องประวัติมฆะมาณพ ฝีมือพระอาจารย์นาค ช่างเขียนผู้มีชื่อเสียงยุคต้นกรุงเทพฯนักวิชาการสันนิษฐานว่า ภาพเรื่องมฆะมาณพ ณ ที่นี้ เป็นเหมือนอุปมาถึงกุศลกรรมที่รัชกาลที่ 1 ทรงบำเพ็ญมาแต่เดิม อันส่งผลให้ได้ปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้าแผ่นดินในที่สุดเอาเป็นว่า รู้ที่มาของ คสส.กันแล้ว และเมื่อรู้ก็ควรต้องรู้ต่อไป คณะคนดีๆจากโลกมนุษย์เมื่อขึ้นสวรรค์ เกิดเรื่องไม่น่าเชื่อ ให้ต้องทำ “รัฐประหาร” ยึดอำนาจจากเทวดาหน้าเก่าที่อยู่มาเดิมๆทำไม? ต้องทำรัฐประหาร ทำไปแล้วเกิดอะไรตามมาต่อไป เห็นจะต้องขอแรง ศรัณย์ ทองปาน เล่าต่ออีกสักวัน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม