ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษคุมเข้ม “ร.อ.วิโรจน์” ใส่เสื้อเกราะและหมวกกันน็อกยุทธวิธี ผู้ต้องหา คนสุดท้ายเป็นมือปืนร่วมแก๊งยิง “สส.กมลศักดิ์” มาสอบสวนที่ จ.นราธิวาส หลังชุดสืบสวน บช.น.สนธิกำลังจับกุมขณะเตรียมหนีไปเมียนมา สารภาพก่อเหตุจริง มีนายสมพร อดีตนาวิกโยธิน เป็นผู้สั่งการ และไม่พอใจการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของ สส.กมลศักดิ์ ขณะที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ผู้ต้องหาเป็นนายทหารประสบการณ์สูงผ่านการฝึกและทำงานต่างประเทศ เร่งสอบสวนหาข้อมูลเชิงลึก “กมลศักดิ์” ตั้งข้อสังเกต 7 ประเด็น เชื่อมีผู้บงการภายหลัง พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ ตร. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. นำกำลังชุดสืบสวนตำรวจนครบาล สืบสวนภาค 7 และสืบสวนจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมแกะรอยไล่ล่าจับกุม ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตทหารเรือนาวิกโยธิน บริเวณสะพานมอญ ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ก่อนที่จะหลบหนีข้ามไปฝั่งเมียนมา เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญทำหน้าที่เป็นมือปืนและเป็นคนยืมรถกระบะของ กอ.รนม.จ.นราธิวาส ออกมาใช้ก่อเหตุร่วมกับพวกอีก 4 คน ประกอบด้วยนายสมพร ลังเดช อดีตทหารนาวิกโยธินยศเรือโท ทำหน้าที่เตรียมการประสานงานและชี้เป้า นายอลาวี อาแว คนขับรถกระบะ นายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่ที่ชำแหละรถกระบะ นายธนภัทร วัฒนภิญโญ อดีตทหารพราน มือยิง กลุ่มผู้ก่อเหตุขับรถกระบะตามประกบยิงถล่มรถนายกมลศักดิ์ลีวาเมาะ อายุ 59 ปี สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ขณะมาถึงหน้าบ้านพักใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลาตี 1 วันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้คนขับรถและตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายกมลศักดิ์ไม่ได้รับอันตราย จากนั้นตำรวจคุมตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดในกรุงเทพฯ เพื่อขยายผลถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง จากนั้นประสานตำรวจท้องที่เกิดเหตุมารับตัวไปความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 23 เม.ย. พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.เอกชัย วิเชียร รอง ผบก.สส.จชต. และกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ เดินทางไปควบคุมตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี จากเครื่องบินตำรวจที่สนามบินหมวดเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้ม เจ้าหน้าที่นำใส่เสื้อเกราะและหมวกกันน็อกยุทธวิธีใส่ให้ผู้ต้องหาขณะเดินทางมายัง สภ.เมืองนราธิวาส มี พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา และ พ.ต.อ.เอกชัย วิเชียร ร่วมกันสอบปากคำด้วยตนเอง ร.อ.วิโรจน์ มีอาการเครียดและกังวล ใช้เวลากว่า 2 ชม.การสอบสวน ร.อ.วิโรจน์ให้การว่ายอมรับว่าร่วมก่อเหตุจริง สาเหตุเป็นเรื่องส่วนตัว คนบงการและสั่งการคือนายสมพร อดีตทหารนาวิกโยธินยศเรือโท ประกอบกับไม่พอใจนายกมลศักดิ์ในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ เป็นเรื่องส่วนตัวรับงานฆ่ามาจากนายสมพรพล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ร.อ.วิโรจน์รับสารภาพเป็นผู้ลงมือลอบยิงจริง ระบุเหตุผลเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว สส.กมลศักดิ์เท่านั้น ไม่พอใจการทำงานของ สส.กมลศักดิ์ ผู้ต้องหาให้การระบุชื่อนายสมพรเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและเป็นผู้สั่งการทั้งหมดในคดีนี้ แม้ผู้ต้องหาจะให้การซัดทอดเช่นนั้น ตำรวจยังไม่เชื่อในคำให้การทั้งหมด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังคำให้การเท่านั้น ส่วนข้อเท็จจริงต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานแวดล้อมเป็นสำคัญ ตั้งข้อสังเกตถึงตัวผู้ต้องหาว่า เป็นนายทหารที่มีประสบการณ์สูงผ่านหลักสูตร และเคยทำงานในต่างประเทศมามากมาย กลับตัดสินใจกระทำการอย่างนี้ ถือว่าคิดสั้นเพียงเพราะความไม่พอใจส่วนตัว ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึกและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อยืนยันความถูกต้องของคำให้การดังกล่าว ยังไม่ได้สรุปสำนวนคดีในขณะนี้ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งรัดติดตามผู้ก่อเหตุโดยเร็ว ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ 19-20 มี.ค. หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จับกุมนายสมพร ลังเดช ผู้ต้องหารายแรกทำหน้าที่ประสานงานกับกลุ่มผู้ก่อเหตุและเป็นคนชี้เป้า พร้อมเชิญลูกชายนายสมพรมาสอบปากคำ จากนั้นจับกุมนายอลาวี อาแว คนขับรถคันติดตามเป้าหมาย จับที่ กทม. ก่อนจะไปจับกุมนายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่รถ ต่อมาจับกุมนายธนภัทร วัฒนภิญโญ มือปืน ที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การเป็นประโยชน์ กระทั่งวันที่ 22 เม.ย. จับกุม ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี มือปืนผู้ต้องหารายสุดท้ายของขบวนการนี้ ทั้ง 5 รายแบ่งหน้าที่ตั้งแต่คนขับรถดูต้นทาง ขับรถพาไปก่อเหตุยิง มือปืน 2 ราย รวมถึงคนชำแหละรถ หลังจากนี้มอบหมายให้ ผบช.ภ. 9 ขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไปพล.ต.อ.สำราญกล่าวอีกว่า ตรวจสอบประวัติ ร.อ.วิโรจน์ ก่อนหน้านี้ลาออกจากราชการทหารขณะมียศร้อยเอก เพื่อไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับสหประชาชาติ (UN) ในหน่วย Safety and Security Service (SSS) ทำงานอยู่ในต่างประเทศเป็นระยะเวลานานถึง 16 ปี หลังจากทำงานกับ UN เสร็จสิ้นและเดินทางกลับประเทศไทย ร.อ.วิโรจน์ว่างงานและไม่มีรายได้ไปขออาศัยอยู่กับนายสมพรที่บ้าน นายสมพรคอยช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่วนจะรับงานจากนายสมพรหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนประเด็นการยืมรถ กอ.รมน. ร.อ.วิโรจน์ยอมรับยืมกันก่อนหน้าที่จะก่อเหตุ รายละเอียดอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงผู้ต้องหารายอื่นๆ ยอมรับสารภาพเช่นกัน แต่ยังให้การขัดแย้งกันอยู่ ส่วนจะไปถึงผู้จ้างวานหรือไม่ จากคำให้การผู้ต้องหายังโยนกันไปมา เมื่อถามว่าประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่ประเด็นใด พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า สำนวนหลักอยู่ที่ตำรวจภูธรภาค 9 และ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส ในส่วนของ บช.น.เป็นการติดตามจับกุมผู้ต้องหาด้าน พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ปฏิบัติราชการ บช.น. กล่าวว่า รับคำสั่งให้ติดตาม ร.อ.วิโรจน์ทราบว่าหลบหนีจาก จ.นราธิวาส เป็นจุดเกิดเหตุไป จ.ตรัง ติดตามข้อมูลเรื่อยมาทั้งบ้านเดิม จ.ระยอง และบ้านพักภรรยาที่ กทม. ทราบว่าหลบหนีจาก จ.ตรัง ไป จ.พังงา และ จ.ราชบุรี ก่อนจะเข้าไปที่ จ.กาญจนบุรี ต่อมา ร.อ.วิโรจน์พักโรงแรมม่านรูด 1 คืน ก่อนไปพักที่รีสอร์ตและหนีไป อ.สังขละบุรี ตำรวจเรียกพยานมาสอบปากคำ กระทั่งรู้ว่า ร.อ.วิโรจน์เตรียมหนีข้ามฝั่งไทยไปเมียนมา ประสานตำรวจภูธรภาค 7 สืบนครบาล และสืบ ภ.จ.กาญจนบุรี และกองกำลังกองพลที่ 9 และ ฉก.ลาดหญ้า รวมถึงประสานงานกับฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเป็นเขตทหารและเป็นพื้นที่ชายแดนก่อนเข้าจับกุม ตรวจสอบประวัติ ร.อ.วิโรจน์เคยถูกจับกุมคดีอาวุธปืนเถื่อนในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ขณะที่นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า ตำรวจจับกุม ร.อ.วิโรจน์ได้แล้วถือว่าพอใจระดับหนึ่ง ตนต้องดำเนินการต่อถึงแม้ว่า ร.อ.วิโรจน์ให้การซัดทอดนายสมพรเป็นผู้บงการเพียงคนเดียว ตรงนี้กลายเป็นโจทย์สำคัญ ฝากถึงตำรวจให้สาวถึงผู้บงการ ขณะนี้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าไปยื่นหนังสือตั้งประเด็น 7 ประเด็นให้ตำรวจสอบสวนเพิ่มในฐานะเป็นผู้เสียหายนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายก รัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวว่า ขอบคุณนายกฯกำชับคดีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรค ปช. จนในที่สุดจับผู้ต้องหาที่ตำรวจออกหมายจับทั้ง 5 คน ต่อไปนี้เป็นเรื่องของตำรวจจะสอบสวนรายละเอียดกันต่อไป เพื่อให้ทราบว่าผู้บงการหรือผู้จ้างวานคือใคร ถ้าไม่ได้ผู้บงการในคดีนี้จะเป็นภาระหน้าที่ กอ.รมน.ต้องตอบคำถาม เพราะรถกอ.รมน.ถูกนำไปใช้ ตรงนี้ถ้ามีการเคลียร์กันหมดจับผู้บงการได้ทั้งหมด เรื่องก็จะจบด้วยดี ประชาชนจะให้ความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานของรัฐที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีว่า มีการพูดคุยถึงคดียิง สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ รับทราบร่วมกันว่าจับผู้กระทำผิดได้จะขยายผลให้มากที่สุดไปถึงผู้บงการ ผู้สื่อข่าวชอบถามจะมีการตัดตอนหรือไม่ ไม่มี ตัดตอนไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามขั้นตอนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่