ในหนังสือ “เคล็ดวิเคราะห์ (สุขภาพใจ พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2568)” ทองแถม นาถจำนง แนะนำว่า “ซือหม่ากวง” (ค.ศ.1019—1086) อัครมหาเสนาบดีราชวงศ์ซ่งเหนือ แต่ชื่อเสียงยิ่งใหญ่จาก งานการเขียนประวัติศาสตร์นิพนธ์ยุคจั้นกั๋ว ถึงราชวงศ์ฉิน และเขียนต่อถึงยุคอู่ใต้ นับแต่ก่อนค.ศ.475 ปีถึงค.ศ.960หนังสือเล่มนี้อธิบายสาเหตุความรุ่งเรือง ความเสื่อมโทรมของราชวงศ์ต่างๆ สาเหตุแห่งความสงบร่มเย็น และความเป็นกลียุคไว้ชัดแจ้งฮ่องเต้ พระเจ้าซ่งสินจั๋งทรงพอพระทัยมาก ตั้งชื่อหนังสือ “จือจื้อทงเจี้ยน” (คันฉ่องส่องสว่างทางปกครอง)ซือหม่ากวงกล่าวถึงการเลือกใช้คน ไว้ดังนี้ผู้ที่พร้อมสมบูรณ์ทั้งความสามารถและคุณธรรม เรียกว่า “ผู้ปรีชา”ผู้ที่มีระดับคุณธรรมเหนือความสามารถ เรียกว่า “วิญญูชน”ผู้มีระดับความสามารถสูงเหนือคุณธรรม เรียกว่า “จุลบุรุษ” (คนกระจอก)ศิลปะแห่งการเลือกใช้คน หากว่าไม่อาจหาผู้ปรีชา และวิญญูชน ได้แล้วไซร้ ได้จุลบุรุษมากลับมิสู้หาคนโง่มาดีกว่าเพราะเหตุใดฤา คนโง่แม้อยากจะทำสิ่งไม่ดี แต่ว่าปัญญาไม่ถึงกำลังไม่ไหว เปรียบเหมือนลูกสุนัขถึงแม้อยากจะสู้คนก็จับ ได้โดยง่ายส่วนจุลบุรุษมีปัญญาพอที่จะคดโกงฉ้อฉลได้ มีความกล้าพอที่จะก่อความรุนแรงได้ เหมือนพยัคฆ์ได้ติดปีก ผลลัพธ์ความเสียหาย ไฉนจะไม่ใหญ่โตเล่าด้วยหลักคิดนี้ ซือหม่ากวงจึงย้ำ “ใกล้ชิดวิญญูชน หนีห่างจุลบุรุษ ลดความเสี่ยงต่อความเสียหาย”ถ้าหาคนดีพร้อมไม่ได้ก็ยอมใช้คนโง่ดีกว่า เสี่ยงใช้คนดีที่เก่ง แต่คุณธรรมด้อยแต่กระนั้น หลักคิดที่ว่านี้แม้จะยืนยันว่าถูก แต่ไม่ถูกทั้งหมด จำเป็นต้องพิจารณาตามสภาพ กาลเทศะ สภาพแวดล้อม และลักษณะจำเพาะของงานรูปธรรมแต่ละอย่างหากมัวหวังหาแต่คนที่ดีพร้อม ทั้งความสามารถและคุณธรรม (ในบางบ้านเมือง) ทั้งชาตินี้อาจจะหาไม่ได้มองในแง่สังคมระดับชาติ ในยุคที่เหตุการณ์บ้านเมืองปกติสงบร่มเย็น ประมุขก็ต้องเลือกขุนนางที่ทั้งเก่ง ทั้งดีแต่ในยุคจลาจลวุ่นวาย การเลือกใช้คนของประมุขก็ต้องหนักไปทางรวบรวมคนเก่งมีความสามารถ ส่วนด้านคุณธรรมก็ต้องถือเป็นเงื่อนไขรองลงไปมีผู้วิจารณ์ไว้ว่า ขงเบ้งหนึ่งในสามผู้นำสามก๊ก ยึดหลักเลือกคนของซือหม่ากวงเคร่งครัด เขาเลือกใช้คนที่ดีพร้อมทั้งความสามารถและคุณธรรม ทั้งๆที่สมัยสามก๊กสังคมกำลังเป็นกลียุค บุคลากรในจ๊กก๊กจึงขาดแคลนแนวคิดที่ต้องเลือกคนดีพร้อมทั้งสองด้านก็ออกจะคับแคบ ไม่เปิดโอกาสให้คนที่มีทั้งข้อดีข้อด้อย มีโอกาสสร้างผลงานกลับเนื้อกลับตัวเลยปัญหานี้ ผู้คนยังจะมองแตกต่างกันไปนิรันดร คงจะหาคำสรุปเด็ดขาดไม่ได้ ทางออกก็คงต้องพิจารณารูปธรรมเป็นรายๆไปความดีกับความชั่วเป็นคู่ขัดแย้งตรงข้าม แต่ก็เป็นองค์ประกอบของกันและกันไม่มีความดีก็ไม่มีความชั่ว ชั่วกับดีแปรเปลี่ยนขั้วกันได้ตราบใดที่คนผู้นั้นยังไม่ก้าวล่วงพ้นจนเหนือดีและเหนือชั่ว ตราบนั้นคนผู้นั้นก็ยังแกว่งไปมาระหว่างดีกับชั่วได้ตลอดเวลาผมอ่านคัมภีร์จีนของซือหม่ากวง...แน่ใจ ผู้นำจีนอย่าง สี จิ้นผิงก็ต้องอ่าน แต่ที่ไม่แน่ใจคือฝรั่งในสหรัฐอเมริกา สักกี่คนจะได้อ่าน แล้วรู้ว่าเผลอเลือกคนมีความสามารถเหนือคุณธรรม อย่างไอ้บ้าทรัมป์เข้าไปเป็นผู้นำ...แล้วกำลังจะทำให้โลกทั้งโลก ...ใกล้ระเบิดปึงปังเต็มที.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม