ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศพร้อมใจกันรายงานสถานการณ์ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างผ่านทิศทางการปรับเปลี่ยนแรงงานตอนนี้บัณฑิตจบใหม่ในสหรัฐฯตกอยู่ในภาวะทำงานต่ำกว่าศักยภาพหรือ underemployed สูงถึงร้อยละ 43 โดยมีสาเหตุหลักมาจากทักษะไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แย่งงานระดับเริ่มต้น ในขณะที่งานสายสุขภาพขาดแคลนบุคลากรอย่างหนักMeta Platforms บริษัทแม่ของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม เตรียมปลดพนักงานครั้งใหญ่สูงถึงร้อยละ 20 โดยเฟสแรกเริ่มใน ค.ศ.2026 จำนวน 8,000 คน เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้ลีน (Lean) ขึ้น ทำให้องค์กรกระชับ คล่องตัว ทำงานเร็วขึ้น และต้นทุนลดลง และมุ่งเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีเอไอ แทนการใช้แรงงานคนบีบีซี สื่อระดับโลกประกาศเลิกจ้างพนักงานราว 2,000 คน หรือ 1 ใน 10 ขององค์กรเพื่อลดค่าใช้จ่ายกว่า 2.17 หมื่นล้านบาท หลังจากเผชิญปัญหาเงินเฟ้อ และรายได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตลดลงรวมถึงการเตรียมรับมือกับทิศทางสื่อดิจิทัลภายใต้ผู้บริหารคนใหม่จากกูเกิลผู้อ่านท่านครับ โลกกำลังเข้าสู่ยุคการจัดระเบียบแรงงานใหม่ (Labor Re–ordering) ที่ไม่ได้หมายถึงแค่การตกงานเพราะเอไอเท่านั้น แต่คือการรื้อถอนและสร้างใหม่ของโครงสร้างระบบนิเวศการทำงานทั้งระบบในอดีตเราแบ่งงานเป็นใช้แรงงาน (Blue collar) และใช้สมองหรือทำงานในสำนักงาน (White collar) แต่ในยุคใหม่จะถูกจัดกลุ่มใหม่ตามความสามารถในการปรับตัวเข้ากับระบบอัตโนมัติ เป็นการเปลี่ยนผ่านจากแรงงานทักษะสู่แรงงานเสริมศักยภาพด้วยเอไอนอกจากนั้น ทักษะที่เราเรียนๆกันมาก็มีอายุสั้นลงเรื่อยๆ บางทักษะอาจใช้ได้แค่ 2-3 ปีเท่านั้น จากนี้ต่อไปการทำงานของคนคนหนึ่ง จะไม่ใช่มีแค่ 1 อาชีพ แต่จะมีพอร์ตโฟลิโอของงานที่หลากหลายไม่ต้องดูใครที่ไหน ตัวผมเองเป็นนักวิชาการอิสระ เป็นนักบรรยาย เป็นที่ปรึกษา ยังต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างคอนเทนต์ลงในแพลตฟอร์มต่างๆ และงานอื่นๆอีกมากมายหลายอย่างในอนาคตอันใกล้ การจัดระเบียบแรงงานใหม่จะทำให้เกิดการแบ่งขั้วของรายได้ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีเครื่องมือเอไออันทรงพลัง จะสามารถทำงานได้เท่ากับทีมงาน 10 คนในอดีต กลุ่มนี้จะมีรายได้มหาศาล ส่วนอีกกลุ่มที่เป็นผู้ทำงานบริการที่เป็นงานซ้ำๆ จะถูกกดค่าแรง เนื่องจากจะมีแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากสายงานออฟฟิศไหลเข้ามาเติมในตลาดนี้มากขึ้นการจัดระเบียบแรงงานใหม่ทำให้เกิดแนวคิด Global talent pool ซึ่งมองว่าบุคลากรที่มีความสามารถระดับสูงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่หรือประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นกลุ่มคนเก่งที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมโลกองค์กรสามารถเข้าถึงและจ้างงานได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงพรมแดนทางภูมิศาสตร์ บริษัทในสหรัฐฯอาจจ้างแรงงานทักษะสูงในไทยหรือเวียดนามได้ง่ายขึ้นผ่านระบบ Cloud และ AI Translation และการจ้างงานจะเปลี่ยนจากลูกจ้างประจำเป็นการจ้างรายโครงการมากขึ้นเพื่อลดภาระต้นทุนคงที่ขององค์กรจะเห็นว่าการระดับองค์กรมีการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเอไอเป็นภาคบังคับ ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไปแล้ว ส่วนระดับบุคคล ใบปริญญาอย่างเดียวก็ไม่พอ แต่แรงงานต้องมีทักษะการปรับตัวและทำงานร่วมกับเอไอ ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญที่จะทำให้รอดพ้นจากภาวะการว่างงานหรือการทำงานต่ำกว่าศักยภาพยุคการจัดระเบียบแรงงานใหม่คือการเปลี่ยนความหมายของคำว่า ‘ความมั่นคง’ ในอดีต ซึ่งความมั่นคงคือการอยู่กับบริษัทที่มั่นคง แต่ในยุคใหม่ ความมั่นคงคือความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ และการสร้างแบรนด์บุคคลให้เข้มแข็ง ยืนอยู่ได้ด้วยความสามารถของตนเองเมื่อโครงสร้างเปลี่ยน ใครที่ปรับตัวให้เป็นผู้ออกคำสั่งเอไอ และรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้ จะเป็นผู้ที่อยู่รอดและมั่งคั่งในระเบียบใหม่นี้ที่สำคัญคือ แรงงานฝีมือที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางและเครื่องมือจริง เช่น ช่างเทคนิค งานบริการสาธารณสุขจะมีมูลค่าสูงขึ้นและมีความมั่นคงกว่างานออฟฟิศในระดับเริ่มต้นที่เอไอสามารถทำแทนได้.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม