“รองจ๋อ” นำกำลัง ศอ.ปส.บช.น. บุกรวบ “แพทริค” บิ๊กบอสผิวสี ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการค้าโคเคนรายใหญ่ หลังบุกรวบตัวอย่างทุลักทุเลย่านสีลม เนื่องจากผู้ต้องหาแข็งแรงและเป็นชายร่างยักษ์ ค้นที่พักพบเงินสดที่ได้จากการค้ายานรกถึง 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังจับกุมเครือข่ายอีก 3 คน เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ 1 คนและคนไทยอีก 2 คน ตรวจสอบประวัติพบฝังตัวอยู่เมืองไทยมานานถึง 17 ปีจนมีเมียเป็นคนไทย อ้างตัวเป็นบาทหลวงแต่เบื้องหลังเป็นผู้สั่งการค้ายาเสพติดรายใหญ่ตำรวจนครบาลทลายเครือข่ายยาเสพติดผิวสี รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 เม.ย. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านยาเสพติด สั่งการให้ชุด ศอ.ปส.บช.น. ประกอบด้วย พ.ต.อ.นรามินทร์ เทพจักรินทร์ ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช.น. พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.ต.วรภัทร แสงเทียนประไพ สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย “แพทริค” บิ๊กบอสโคเคน ลักลอบค้าโคเคนรายใหญ่ จับกุมนายนวายวู อิเฟียนยี พลาชิต (MR.NWAIWU IFEANYI PLACID) หรือแพทริค อายุ 47 ปี ชาวไนจีเรีย ปากซอยสีลม 1 แขวงสีลม เขตบางรัก ข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยไม่ได้รับอนุญาต ตรวจสอบประวัติพบอยู่ในประเทศไทยมา 17 ปี ปัจจุบันได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยด้วยเหตุเป็นครอบครัวของผู้มีสัญชาติไทย (มีภรรยาเป็นชาวไทย)นอกจากนี้ยังจับกุมเครือข่ายประกอบด้วย นายโธมัส จูบิบีนี (Thomas Giubibini) อายุ 60 ปี ชาวสวิตเซอร์แลนด์ หน้าร้านซิปบาร์ ราชพฤกษ์ ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ของกลางโคเคน 0.87 กรัม จับกุมนายธนยศ อัศวเมธี อายุ 35 ปี และนายณัฐวัชร์ หวังกิจจินดา อายุ 34 ปี บริเวณถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางและทรัพย์สินของเครือข่ายประกอบด้วย 1.โคเคน 30 กรัม (อยู่ระหว่างขยายผลหลายจุด) 2.รถยนต์ 1 คัน มูลค่าประมาณ 500,000 บาท 3.เงินสดประมาณ 1,500,000 บาท 4.สร้อยคอทองคำ นาฬิกาแบรนด์เนม และเครื่องประดับหลายรายการ มูลค่า 400,000 บาท และ 5.เงินสกุลต่างประเทศประมาณ 15,000 บาทคดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค.68 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) เปิดปฏิบัติการปลอมตัวเป็น “ช่างปูน” บุกทลายเครือข่ายแก๊งผิวสีย่านนานา จับกุมผู้ต้องหาชาวไนจีเรีย 9 คนขยายผลหาต้นตอค้าโคเคน ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ม.ค.69 เปิดปฏิบัติการจับกุมเจ้าแม่โคเคนภรรยาชาวไนจีเรียพร้อมพวกรวม 4 คน ยึดโคเคนได้จำนวนมาก และทรัพย์สินมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท พบข้อมูลเจ้าพ่อโคเคนนามแฝงแพทริค เป็นชายผิวสีร่างยักษ์วัย 47 ปี ระดับบิ๊กบอสค้าผงขาวในไทย มีส่วนสำคัญในขบวนการลำเลียงโคเคนจากทวีปแอฟริกาเข้ามาในประเทศไทย พบข้อมูลน่าตกใจว่า คนร้ายรายนี้แฝงตัวอยู่ในเมืองไทยมาเป็นเวลากว่า 17 ปี วางแผนส่ง ร.ต.อ.เลิศวริศ เลิศวรปรีชา รอง สว.ฝอ.บก.สส.บช.น.ปลอมเป็นวัยรุ่นชาวต่างชาติ แฝงตัวเข้าไปอยู่ใน “กลุ่มลับ” แอปพลิเคชันไลน์ กระทั่งพบโปรไฟล์ “แพทริค” ใช้รูปสวมชุดบาทหลวงสีเขียว คอยสั่งการผ่านแชตสนทนา จนเปิดปฏิบัติการจับกุมตัวได้พร้อมของกลางทั้งโคเคนและเงินสด 1.5 ล้านบาทดังกล่าวพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ เผยว่า แม้คนร้ายจะไม่ให้ความร่วมมือในการขยายผล แต่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. มีข้อมูลและยังมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงการเป็นตัวการสำคัญลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ แฝงตัวอยู่ในประเทศไทยมานานนับสิบปี ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร มีพฤติกรรมตระเวนส่งยาเสพติดให้เครือข่ายของตน ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นการเด็ดปีกเครือข่ายโคเคนรายใหญ่ในเมืองไทย หลังจากนี้จะขยายผลจนถึงที่สุด หลังจากนี้จะนำตัวแพทริค บิ๊กบอสชาวไนจีเรีย ส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ดำเนินคดีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่