“ช่องแคบฮอร์มุซ” ระอุ หลัง IRGC โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอินเดีย 2 ลำ ประกาศกร้าวโจมตีเรือสินค้าทุกลำที่ไม่ได้รับอนุญาตจากกองทัพเรืออิหร่าน พร้อมเปิดเงื่อนไข 3 ข้อ หากจะแล่นผ่าน ขณะที่ “กองทัพเรือสหรัฐฯ” เล่นหนักประกาศยึดเรือสินค้า เรือบรรทุกน้ำมันที่มีความเกี่ยวข้องกับอิหร่านทั้งหมดในน่านน้ำสากล ด้าน “นายเอกนัฏ” แจ้งข่าวดี มีลุ้นลดราคาขายปลีกน้ำมันสัปดาห์นี้อีกรอบ หลังนัดประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) หารือพิจารณาต้นทุนใหม่ 21 เม.ย.นี้ อาจลดค่ากลั่นได้อีกกว่า 2 บาทต่อลิตร พร้อมชี้แจงเหตุราคาหน้าปั๊มลดช้า เพราะต้องพยุงกองทุนน้ำมันสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่ยืดเยื้อมากว่า 50 วัน และยังไม่มีวี่แววจะจบลงในเร็ววัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการเดินเรือบรรทุกน้ำมันและสินค้าผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ที่อิหร่านประกาศสั่งปิดเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญนี้อีกครั้ง ยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอ้างมะกันยังปิดล้อมทางทะเลสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และทิศทางการปลดล็อกช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงไม่แน่ไม่นอน หลังจากกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้ตัดสินใจปิดช่องแคบรอบใหม่ภายหลังจากรัฐบาลอิหร่านประกาศอนุญาตให้เรือสินค้าทั่วโลกแล่นผ่านได้ไม่ถึง 14 ชั่วโมง ด้วยเหตุผลว่าอิหร่านเปิดช่องแคบให้เนื่องจากมีการหยุดยิงที่เลบานอน แต่ที่ต้องกลับมาปิดเนื่องจากกองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการปิดล้อมอิหร่านทางทะเลอย่างต่อเนื่องอิหร่านเปิดฉากยิงเรือน้ำมันอินเดียต่อมาเมื่อวันที่ 19 เม.ย.สำนักข่าวอัลจาซีราในภูมิภาคตะวันออกกลางรายงานว่า บรรยากาศในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซได้หวนกลับไปสู่สภาพชะงักงัน เรือสินค้าต่างๆได้หันหัวกลับไปประจำตำแหน่งที่ตั้งเดิม เพื่อรอการประสานงานขออนุญาตผ่านทางจากกองทัพอิหร่าน ภายหลังจากเกิดเหตุเรือลาดตระเวนของอิหร่านได้ยิงโจมตีใส่เรือบรรทุกน้ำมันของอินเดีย ขณะอยู่ห่างจากประเทศโอมานไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 37 กม. โดยไม่มีการแจ้งเตือนทางวิทยุ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา สำนักข่าวยังมีการนำคลิปเสียงวิทยุของกัปตันเรืออินเดียมาเผยแพร่ มีรายละเอียดว่า นี่คือเรือซันมาร์ เฮรัลด์ของอินเดีย ติดต่อถึงกองทัพเรืออิหร่าน เราได้รับอนุญาตจากฝ่ายอิหร่านให้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว เราอยู่ในรายชื่ออันดับ 2 ที่ได้รับอนุญาต ยิงเราทำไม เราจะหันหัวกลับเดี๋ยวนี้ไม่พอใจเรียกทูตอิหร่านพบจากนั้นไม่นาน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศอินเดียได้เรียกตัวทูตอิหร่านประจำกรุงนิวเดลี เข้าพบเพื่อชี้แจงเรื่องเรือบรรทุกน้ำมันติดธงชาติอินเดีย 2 ลำ ถูกโจมตีระหว่างพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันเสาร์ที่ 18 เม.ย.ผ่านมา พร้อมแสดงจุดยืนของอินเดียกลับไปยังฝ่ายอิหร่านในเรื่องการอำนวยความสะดวกให้แก่เรือสินค้าของอินเดีย ซึ่งทูตอิหร่านรับคำว่าจะนำเรื่องนี้แจ้งไปยังรัฐบาลอิหร่านอีกที นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียยังเปิดเผยว่า ไม่มีลูกเรืออินเดียได้รับบาดเจ็บจากเหตุโจมตีดังกล่าวลั่นโจมตีหมดหากแล่นฝ่า “ฮอร์มุซ”ขณะที่สำนักข่าวอาร์ทีของรัสเซียรายงานว่า กองทัพเรืออิหร่านได้ประกาศแจ้งเตือนไปยังเรือสินค้าต่างๆในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซียว่า นี่คือกองทัพเรืออิหร่านแจ้งผ่านวิทยุช่องที่ 16 ช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกปิดลงเหมือนเดิม และเราจะเปิดก็ต่อเมื่อได้รับคำสั่งจากอยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเท่านั้น ไม่ใช่จากโพสต์ข้อความทวีตของคนโง่บางคน หากเรือสินค้าใดๆมีความประสงค์จะเดินทางผ่านช่องแคบ จะต้องดำเนินการขออนุญาตจากกองทัพเรืออิหร่าน ขอย้ำว่าเรือลำใดที่มีความเกี่ยวข้องกับศัตรูของอิหร่านจะถือเป็นเป้าการโจมตีทันทีหากมีความพยายามที่จะแล่นฝ่าช่องแคบฮอร์มุซ แจ้งมาเพื่อทราบเย้ยมะกันเดินเกมผิดพลาดเองด้านนายโมฮัมหมัด กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าทีมเจรจาหย่าศึกของอิหร่าน ออกแถลงว่ากองทัพอิหร่านไม่ได้เข้มแข็งกว่าอเมริกัน ภาพชัดเจนอยู่แล้วว่าสหรัฐฯมีเงิน ทรัพยากร อาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่าอิหร่าน และจากการที่สหรัฐฯ มีความก้าวร้าวไปทั่วโลก ย่อมทำให้มีประสบการณ์มากกว่าอิหร่าน เช่นเดียวกับรัฐบาลไซออนนิสต์ (อิสราเอล) ก็มีพละกำลังสูง ในช่วงสงครามที่ผ่านมาอิหร่านสู้รบตามวิธีที่เราออกแบบเอง ที่เตรียมตัวล่วงหน้าไว้ จนประสบความสำเร็จในการผลักดันศัตรูให้ถอยหลัง ศัตรูของเรามีเงินมีทรัพยากร แต่ไม่ได้ดำเนินการอย่างเหมาะสม ศัตรูของเราเดินเกมทางยุทธศาสตร์ผิดพลาด ประเมินความมุ่งมั่นของอิหร่านผิดไป รัฐบาลสหรัฐฯอ้างว่านโยบายอเมริกามาก่อนคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่ในความเป็นจริงกลับให้ความสำคัญกับอิสราเอล คืออิสราเอลมาก่อนย้ำข้อเรียกร้องที่ไม่อาจต่อรองได้นายกาลิบาฟยังกล่าวอีกว่า แน่นอนสิ่งที่ทุกคนสงสัยคือเรื่องการเจรจา ขอชี้แจงว่าบางเรื่องได้รับการตอบสนอง บางเรื่องยังไม่ได้รับการตอบสนอง แต่ขอย้ำว่าข้อเรียกร้องของอิหร่านคือสิ่งที่ไม่สามารถเจรจาต่อรองได้ เจรจามีความคืบหน้าจริง แต่ยังห่างไกล รัฐบาลสหรัฐฯต้องตัดสินใจว่าจะทำเช่นไรเพื่อให้อิหร่านกลับมาไว้ใจ สิ่งนี้มองว่าคือประเด็นที่สำคัญที่สุดรอวัดใจครบกำหนดหยุดยิงพุธนี้ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน จะครบกำหนดในวันที่ 22 เม.ย.นี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่ายังคงหารือกับรัฐบาลอิหร่านอย่างต่อเนื่อง แต่กองทัพสหรัฐฯพร้อมที่จะทิ้งระเบิดรอบใหม่ หากอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ ภายในกรอบเวลาการหยุดยิง ส่วนสำนักข่าวต่างประเทศรายงานก่อนหน้านี้ว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ ดับเบิลยู บุช และกองเรือยกพลขึ้นบกยูเอสเอส บ็อกเซอร์ จะเดินทางเข้าสู่พื้นที่การรบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในช่วงเวลาเดียวกับที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวครบกำหนด ไม่รวมถึงการที่กองทัพสหรัฐฯ ยังคงใช้เครื่องบินลำเลียงพล ขนทหารราบเข้ามาในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องเปิด 3 เงื่อนไขให้เรือผ่าน “ฮอร์มุซ”ในช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักข่าวทาสนิมของรัฐบาลอิหร่าน รายงานอ้างการเปิดเผยของกองทัพอิหร่านว่า เรือพาณิชย์ที่จะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จำเป็นต้องปฏิบัติตาม 3 เงื่อนไข คือ 1.เรือที่จะแล่นผ่านต้องเป็นเรือพาณิชย์เท่านั้น ไม่อนุญาตให้เรือที่มีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคง หรือเรือสัญชาติใดๆ ที่บรรทุกสินค้าของประเทศศัตรูแล่นผ่านช่องแคบ 2.เรือสินค้าจะต้องแล่นตามเส้นทางที่กองทัพเรืออิหร่านเป็นผู้กำหนดเท่านั้น และ 3.การเดินทางผ่านช่องแคบใดๆจะต้องมีการประสานงานกับกองทัพอิหร่านอย่างชัดเจนมะกันเล็งยึดเรือน้ำมันจากอิหร่านขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีทเจอร์นัลรายงานอ้างแหล่งข่าวในกองทัพสหรัฐฯว่า กองทัพเรือสหรัฐฯเตรียมการที่จะขยายกรอบภารกิจการปิดล้อมอิหร่านทางทะเล โดยเล็งเป้าที่จะนำกำลังเข้ายึดเรือสินค้าหรือเรือบรรทุกน้ำมันที่มีความเกี่ยวข้องกับอิหร่านทั้งหมด ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ หรือทะเลอาระเบีย แต่จะดำเนินการยึดเรือที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านในน่านน้ำสากล รวมถึงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ขณะที่ พล.อ.แดน เคน ผู้บัญชาการคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ ยืนยันเรื่องนี้ว่า กำลังมองความเป็นไปได้ที่กองเรือแปซิฟิกจะเข้ามาทำหน้าที่สกัดเรืออิหร่านในภูมิภาคอื่นๆที่ไม่ใช่ตะวันออกกลางเล็งลดค่ากลั่นระลอก 2สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทำให้เกิดวิกฤติด้านพลังงานเชื้อเพลิงไปทั่วโลก รวมถึงไทย ที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแพงขึ้นกว่าช่วงก่อนที่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือน ก.พ.นั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการดูแลราคาน้ำมันในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงการเร่งดำเนินการปรับลดค่าการกลั่นระลอกที่ 2 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน หลังจากที่ระลอกแรกในช่วงเดือนมีนาคมสามารถลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มลงได้ 2.14 บาทต่อลิตรตรวจสอบค่าการกลั่น “ผิดปกติ”นายเอกนัฏระบุว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประมวลผลข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงเพื่อกำหนดค่าการกลั่นรอบใหม่ เนื่องจากพบว่าในช่วงวันที่ 1-15 เมษายนที่ผ่านมา ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 15 บาทต่อลิตร เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคมที่มีค่าเฉลี่ยเพียง 7 บาทกว่า ถือเป็นระดับที่ “ผิดปกติมาก” และเตรียมนัดประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อหารือพิจารณาต้นทุนใหม่อีกครั้ง ภายในวันที่ 21 เม.ย.นี้ (มีผล 23 เม.ย.) พิจารณาหักลบต้นทุนส่วนเพิ่มต่างๆ เช่น ค่าความเสี่ยงสงคราม (War Premium) ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยตามความเป็นจริง เพื่อกำหนดค่าการกลั่นใหม่โดยใช้ฐานข้อมูลของวันที่ 1-15 เมษายน คาดการณ์ว่าจะสามารถปรับลดค่าการกลั่นลงมาได้มากกว่า 2 บาทต่อลิตรแจงเหตุราคาหน้าปั๊มลดช้าสำหรับประเด็นที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ปรับลดลงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ราคาหน้าปั๊มในประเทศกลับลดลงเพียงเล็กน้อยนั้น นายเอกนัฏชี้แจงว่า เกี่ยวข้องกับสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง กองทุนได้เข้ามาพยุงราคาจนปัจจุบันมีภาระหนี้สะสมเกินกว่า 60,000 ล้านบาท แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะดีขึ้น มีภาระจ่ายออกลดลงเหลือวันละ 100 ล้านบาท (จากเดิมวันละกว่า 2,000 ล้านบาท) แต่การบริหารจัดการราคาหน้าปั๊มยังคงต้องทำแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” เพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนศรชล.คุมเข้มน่านน้ำไทยวันเดียวกัน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) สั่งการเดินหน้ามาตรการเชิงรุกเต็มรูปแบบ ควบคู่การคุมเข้มต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายทางทะเลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่น่านน้ำไทย โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2569 ศรชล. ดำเนินการอย่างเข้มข้น สกัดจับต่อเนื่อง ยึดน้ำมันเถื่อนกว่า 335,000 ลิตร ตรวจยึดแก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 19 ถัง พร้อมของกลางช่อดอกกัญชากว่า 1.2 ตัน รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหารทะเลผิดกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังพบความผิดปกติของเรือขนน้ำมันนางสาวรัชดาระบุอีกว่า ขณะเดียวกัน ศรชล.จากที่ได้รายงานตรวจพบความผิดปกติของการขนส่งน้ำมันทางทะเลจำนวน 20 เที่ยว มีปริมาณน้ำมันสูญหายรวมประมาณ 57 ล้านลิตร พบว่ามีเรือบางส่วนปิดสัญญาณระบบติดตามอัตโนมัติ AIS (Automatic Identification System) หรือ Dark activity เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ อีกทั้งมีพฤติการณ์จอดถ่ายเทน้ำมันกลางทะเลในลักษณะ Ship to Ship (STS) และการประวิงเวลาเดินเรือล่าช้าผิดปกติ ขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกับเรียกบริษัทที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมย้ำรัฐบาลคุมเข้มด้วย “3 ไม่”โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่าปฏิบัติการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้ เพื่อให้การปราบปรามการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทุกขั้นตอนต้องชัดเจนโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมและประชาชน รัฐบาลย้ำชัด “ไม่ปล่อยผ่าน-ไม่เกรงใจ-ไม่ละเว้น” เดินหน้าคุมเข้มกวาดล้างขบวนการผิดกฎหมายในน่านน้ำไทยอย่างถึงที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสสายด่วน ศรชล. 1465 ตลอด 24 ชั่วโมงเรือ SCG ผ่าน“ฮอร์มุซ”แล้ว 1 ลำขณะเดียวกัน มีรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ว่าตามที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนโอมานอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 15-17 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย-โอมาน รวมถึงได้ขอให้ฝ่ายโอมานประสานฝ่ายอิหร่านเพิ่มเติมกรณีการให้ความช่วยเหลือเรือของไทยที่ยังติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซนั้น ล่าสุด กต.ได้รับแจ้งจากฝ่ายบริหารของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) ว่าเรือของบริษัท 1 ใน 2 ลำ ที่กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานขอความร่วมมือจากฝ่ายอิหร่านให้มาก่อนหน้านี้ ได้เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว กระทรวงการต่างประเทศจะติดตามและรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมเมื่อเรือดังกล่าวเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว รวมถึงกรณีการให้ความช่วยเหลือเรือไทยที่ยังคงติดค้างอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่