นับเป็นข่าวดีของประชาชนชาวโลกและชาวไทยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อช่วงเช้าตรู่ตามเวลาวันเสาร์ที่ 18 เมษายนของบ้านเรา ซึ่งเป็นเวลาช่วงเย็นๆของวันศุกร์ที่ 17 เมษายน ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเวลาปิดทำการของตลาดหุ้น ตลาดนํ้ามัน และตลาดทองคำประจำวันศุกร์ที่แล้วปรากฏว่าตลาดหุ้นพุ่งพรวดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งทองคำที่อ้อยอิ่งมา 2-3 วันก็ขึ้นพรวดเช่นเดียวกันแต่ที่ผมใช้คำว่า “ข่าวดี” ของชาวโลกอยู่ที่ราคานํ้ามันดิบน่ะครับ...ร่วงกราวลงไปทั้ง 2 ตลาดใหญ่...ได้แก่ ราคานํ้ามันดิบ WTI ที่นิวยอร์ก ลดลงถึง 10.84 เหรียญต่อ 1 บาร์เรลในวันเดียว ลงไปอยู่ที่ 83.35 เหรียญต่อบาร์เรล และราคานํ้ามันดิบ Brent ที่ลอนดอนก็ลดมากถึง 9.01 เหรียญต่อบาร์เรล ลงไปอยู่ที่ 90.30 เหรียญต่อบาร์เรลผมให้ความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับราคานํ้ามันดิบ Brent ที่อังกฤษ เพราะจำได้ว่าในการวิเคราะห์สถานการณ์ของกูรูทางเศรษฐศาสตร์หลายๆท่านมักจะใช้ราคานํ้ามันดิบเบรนท์เป็นมาตรวัดว่าจะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจมาถึงประเทศไทยเรามากน้อยเพียงใดในกรณีนํ้ามันขึ้นสูงไปสู่ตัวเลขต่างๆยกตัวอย่าง ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือที่เรียกกันย่อๆว่า SCB EIC ได้เคยคาดการณ์ฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในกรณีนํ้ามันดิบ Brent ผันแปรไปในทิศทางที่สูงขึ้น รวม 3 กรณีด้วยกันท่านบอกว่ากรณีที่หนึ่ง แย่อย่างธรรมดาๆ หรือแย่พื้นฐาน (Base) เมื่อสงครามจบแล้วนํ้ามันดิบ Brent เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 85 เหรียญต่อบาร์เรลกรณีที่สอง แย่แบบเลวร้าย (Adverse) สงครามยืดเยื้อเกิน 4 เดือนทำให้ราคานํ้ามันดิบเบรนท์เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 105 เหรียญต่อบาร์เรล และกรณีที่สาม แย่แบบรุนแรง (Severe) เมื่อการต่อสู้ยืดเยื้อเกิน 4 เดือนเช่นกัน แต่รุนแรงมาก ทำให้ราคานํ้ามันดิบเบรนท์เฉลี่ยต่อปีสูงถึง 120 เหรียญต่อบาร์เรลผมก็จะจำตัวเลขหลักหรือราคานํ้ามันดิบ Brent ดังกล่าวไว้ แล้วก็ลุ้นว่ามันขึ้นไปเท่าไร? ใกล้เคียงกับราคาในฉากทัศน์ทั้ง 3 ฉากหรือยัง? พลอยระทึกและตื่นเต้นไปด้วยกับตัวเลขดังนั้นบางช่วงบางตอนที่ขึ้นไปเกิน 100 เหรียญ ผมก็จะภาวนาขอให้หยุด เพราะมันเข้าข่าย เลวร้าย แล้ว...หากขึ้นไปถึง 120 เหรียญเมื่อไรจะกลายเป็นรุนแรงทันทีช่วงหลังๆนี้การภาวนาของผมดูจะมีส่วนสำเร็จ คือ “ขลัง” อยู่พอสมควร...เพราะเมื่อเบรนท์ขึ้นไปเกิน 100 เหรียญ ก็พลันหยุดกึกและลดลงมาอย่างน่าชื่นใจ ดังเช่น...จู่ๆสหรัฐฯก็ประกาศหยุดยิงเท่านั้นเท่านี้วัน หันมาขึ้นโต๊ะเจรจา...นํ้ามันดิบเบรนท์ที่เกิน 100 เหรียญ ก็ลดลงมาแถวๆ 90 เหรียญกว่าๆแต่ขลังได้แผลบเดียว ทั้ง 2 ฝ่ายเลิกเจรจากลับบ้านมือเปล่า ส่งผลให้ราคานํ้ามันดิบเบรนท์กระดกสูงกลับมาใกล้ๆ 100 เหรียญอีกครั้งก็ต้องภาวนาต่อ และกลับมาขลังอีกครั้ง เมื่อมีข่าวว่าสหรัฐฯ-อิหร่านจะกลับมาเจรจากันใหม่ ในวันจันทร์ 20 เมษายน (วันนี้)ที่สำคัญที่สุดเมื่อคืนวันศุกร์ที่แล้วนี่เอง ก็มีข่าวว่าอิสราเอลกับเลบานอนเจรจาหยุดยิงกันเป็นเวลา 10 วัน อย่างไม่คาดฝันและทางอิหร่านโดยรัฐมนตรีต่างประเทศก็แถลงข่าวว่า ยินดีเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เดินเรือได้โดยสะดวก ระหว่างเลบานอนกับอิสราเอลหยุดยิงในช่วงเวลา 10 วันที่ตกลงกันไว้นั่นแหละครับที่เป็นสาเหตุให้ราคานํ้ามันลดฮวบลงมาอีกครั้งกลายเป็นข่าวดีอย่างที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้นผมก็ขอนำความดีใจมาบันทึกไว้พร้อมกับสวดมนต์ภาวนาต่อเผื่อจะลดได้อีก จะขลังหรือไม่ขลัง โปรดลุ้นต่อไปก็แล้วกันแต่ก็อย่างที่ทราบกันดีแล้วนั่นแหละว่าการลุ้นอะไรที่มีพ่อใหญ่ “ทรัมป์” เป็นตัวแปรค่อนข้างจะยาก เพราะอารมณ์ที่แปรปรวนคาดเดายากของท่านจะทำอย่างไรได้ เพราะในโลกยามนี้จะมีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าพ่อใหญ่ทรัมป์ล่ะครับ...จะไปสู้กับท่านก็ลำบาก ก็อาศัยการ “สวดมนต์” ภาวนานี่แหละครับ...เผื่อพ่อใหญ่จะ “แพ้มนตรา” สะดุดขาตัวเองและล้มไปเอง."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม