วันนี้หากรู้สึกไม่สบาย ผู้คนจำนวนไม่น้อยไม่ได้เปิดแอปโรงพยาบาลหรือรีบไปพบแพทย์ทันที แต่เลือกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ถามปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก่อน ตั้งแต่อาการปวดหัวธรรมดา ไปจนถึงคำถามด้านสุขภาพจิตที่ไม่กล้าพูดกับใครพฤติกรรมลักษณะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่กำลังกลายเป็น “นิสัยใหม่” ของผู้คนทั่วโลกใน AI ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่รู้ตัวข้อมูลจาก OpenAI ระบุว่า ในแต่ละวันมีผู้คนทั่วโลกมากกว่า 40 ล้านคน หันไปตั้งคำถามด้านสุขภาพกับ ChatGPT ตั้งแต่เรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย ประกันสุขภาพ ไปจนถึงอาการฉุกเฉินที่โดยปกติควรพบแพทย์ทันทีขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ให้บริการก็เริ่มปรับบทบาท เมื่อ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือค้นหาข้อมูลอีกต่อไป แต่กำลังถูกผลักเข้าสู่โครงสร้างของระบบบริการสุขภาพในฐานะ “ด่านหน้า” ของการให้คำแนะนำและคัดกรองผู้ป่วยแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนชัดในประเทศไทยเช่นกัน โดยมีการใช้งานจำนวนมากเกิดขึ้นนอกเวลาทำการของแพทย์ ชี้ว่าพฤติกรรมใหม่ที่ AI เข้ามาเติมช่องว่างของระบบสุขภาพที่เข้าถึงยากและมีความซับซ้อนสูงในอีกด้านหนึ่ง ปัจจัยเชิงโครงสร้างของระบบสุขภาพไทยยังคงเป็นแรงผลักสำคัญ แม้จะมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ปัญหาการเข้าถึงยังคงอยู่ โดยเฉพาะจำนวนบุคลากรที่จำกัด กรมสุขภาพจิตระบุว่า ไทยมีจิตแพทย์เพียงราว 845 คน หรือประมาณ 1.28 คนต่อประชากรแสนคน ส่งผลให้การเข้าพบแพทย์ในหลายพื้นที่ต้องใช้เวลานานอย่างไรก็ตาม การพึ่งพา AI เพิ่มขึ้นก็มาพร้อมความเสี่ยง โดยเฉพาะปัญหาข้อมูลผิดพลาดที่ผู้ใช้อาจไม่สามารถแยกแยะได้ รวมถึงช่องว่างด้านการกำกับดูแลที่ยังไม่ชัดเจน องค์กรด้านความปลอดภัยผู้ป่วย (Emer gency Care Research Institute) จัดให้ “การใช้ AI ด้านสุขภาพอย่างไม่เหมาะสม” เป็นภัยคุกคามเทคโนโลยีสุขภาพอันดับ 1 ของปี 2569 โดยชี้ว่า คำตอบที่มีลักษณะชัดเจน กระชับ และดูน่าเชื่อถือ อาจยิ่งเพิ่มแนวโน้มให้ผู้ใช้เชื่อถือโดยไม่ตรวจสอบในทางปฏิบัติ แพทย์เริ่มพบผู้ป่วยที่นำข้อมูลจาก AI มาใช้ประกอบการตัดสินใจโดยอ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยที่ไม่ตรงกับบริบทของตนเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและความเสี่ยงในการรักษาขณะเดียวกัน โรงพยาบาลในหลายประเทศเริ่มพัฒนาเครื่องมือของตนเองเพื่อเชื่อมผู้ป่วยกลับเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ โดยในประเทศไทย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เคยเปิดตัวระบบให้ข้อมูลสุขภาพเบื้องต้นผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยที่ไม่สะดวกเดินทางอย่างไรก็ตาม การใช้งานในระยะยาวและผลลัพธ์เชิงระบบยังต้องติดตามต่อไปในระยะข้างหน้า ความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทยอาจไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนแพทย์ แต่รวมถึงการกำหนดบทบาทของ AI ให้เหมาะสม ทั้งในแง่การใช้งานของประชาชนและการบูรณาการเข้ากับระบบบริการ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม