ส่งซิงเกิลแรก “ยิ่งบ่น ยิ่งรัก (Love Noise)” มาแจกความน่ารักสดใส ศิลปินหนุ่ม “พีท–วสุธร ชัยจินดา” ศิลปินจากค่าย cusp.entertain ment ถ่ายทอดมุมมองความรักผ่านรายละเอียดเล็กๆที่ไม่ต้องมีคำว่ารัก แต่เป็นการที่มีคนคอยบ่นตักเตือนดูแลกัน ถูกใจแฟนคลับสุดๆ ยิ่งได้คนสนิทข้างกายอย่าง “ฟอร์ด–ฐิติพงศ์ เซ่งง่าย (FortFTS)” มาร่วมแสดง MV ยิ่งเพิ่มความซน เลยชวน “พีท” มานั่งคุยเปิดใจ กว่า 4 ปีที่เติบโต โด่งดังจากบท “สกาย” ใน บรรยากาศรัก เดอะซีรีส์ (Love in the Air) จนได้รับความรักจากแฟนๆทั้งในและต่างประเทศมาถึงวันนี้ ที่ “พีท” พร้อมเผยความสามารถเดบิวต์ในเส้นทางศิลปินความรู้สึกที่ได้มีซิงเกิลเดี่ยวครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง?“ผมใจเต้นมากครับ เพราะปกติผมจะร้องเพลงประกอบซีรีส์มาก่อนอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงเศร้าทั้งหมดเลย ทีนี้พอผมมีโอกาสได้ไปแฟนมีตติ้งเจอพี่ๆแฟนคลับเยอะมาก ทั้งในไทยและต่างประเทศ ก็เลยรู้สึกว่าอยากมีเพลงรักสักหนึ่งเพลงที่สามารถร้องให้พี่ๆแฟนคลับทุกคนฟังได้ครับ” แรงบันดาลใจของเพลง “ยิ่งบ่น ยิ่งรัก” มาจากไหน? “ผมมานึกได้ว่าจะเป็นเพลงฟีลไหนดี ก็เลยนึกถึงชีวิตตัวเองครับ ผมได้รับความรักมาตั้งแต่เด็กๆ อย่างคุณแม่เนี่ย ท่านจะชอบบ่นผมทุกเรื่องเลย ทั้งเรื่องตื่นนอน เรื่องไปเรียน เรื่องกินข้าว ผมโตมากับคำบ่นของคุณแม่ครับ ถึงแม้แม่จะไม่ค่อยบอกรักเท่าไหร่ แต่เรารับรู้ได้ว่าท่านรักเรามากที่สุด ผมเลยอยากสื่อสารตรงนี้ออกมา เพราะหลายคนก็มีคนที่บ่นเราแต่ก็รักเราเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นคุณครู หรือแม้แต่พี่ๆแฟนคลับเองที่คอยบ่นเพราะเป็นห่วง อยากให้ผมดูแลตัวเอง พักผ่อนเยอะๆผมเลยอยากส่งต่อความห่วงใยนี้ออกมาเป็นเพลงรักครับ” ฟีดแบ็กจากแฟนคลับเป็นอย่างไรบ้าง? “ทุกคนตั้งตารอมากครับ จริงๆ ผมเคยโชว์เพลงนี้ครั้งแรกในงานวันเกิดตอนเดือน ม.ค. หลังจากนั้นก็ทิ้งช่วงไปนานมากจนพี่ๆแฟนคลับถามว่าเมื่อไหร่จะปล่อยเพลงสักที พอได้ถ่าย MV และปล่อยออกมาพี่ๆ แฟนคลับก็ชมว่าน่ารัก มีการซัพพอร์ตเยอะมากทั้งไทยและต่างประเทศเลยครับ” การทำงานในซิงเกิลนี้ พีทมีส่วนร่วมอย่างไรบ้าง?“เริ่มแรกผมคุยกับพี่จ๋า อมรสุดา โปรดิวเซอร์ และมี พี่บี ETC. กับพี่หนึ่ง ETC. ช่วยเรียบเรียงดนตรีและไกด์เสียงร้องให้ครับ ผมบอกพี่จ๋าว่าอยากได้เพลงน่ารักๆ พี่จ๋าเลยให้ผมลองเขียนลิสต์ประโยคหรือเนื้อหาที่อยากสื่อสารออกมาเยอะๆ แล้วพี่จ๋าก็ใช้เวลา 1-2 เดือน เพื่อหาทำนองและเนื้อร้องที่เข้ากับตัวผมมากที่สุด จนออกมาเป็นคอนเซปต์ “ได้รับความรักโดยไม่ต้องมีคำว่ารัก” อย่างที่เห็นครับ” ได้ยินว่าเพลงนี้ร้องยากและคีย์สูงมาก? “ใช่ครับ ตอนพี่หนึ่งร้องไกด์มาคือสูงกว่าคีย์ปัจจุบันประมาณ 1-2 อ็อกเตฟเลย พี่จ๋าเคยถามว่าผมร้องเสียงสูงไหวไหม เพราะเค้ารู้สึกว่าถ้าเพลงอารมณ์นี้เป็นเสียงสูงมันจะน่ารักมาก พอถึงวันอัดจริง พี่หนึ่งเลยช่วยลดลงมานิดนึงให้ผมร้องไหว แต่ก็ยังถือว่าสูงอยู่ครับ อยากให้ทุกคนที่ฟังได้รับรู้ถึงฟีลลิ่งและความน่ารักของเพลงนี้ครับ” ชีวิตจริงของพีทเป็นคนดื้อเหมือนในเพลงไหม? “ถ้าพี่ๆแฟนคลับเห็นอาจจะมองว่าผมเป็นคนนิ่งๆ แบ๊วๆใช่ไหมครับ แต่ตอนอยู่บ้านผมเป็นเด็กดื้อเงียบครับ คือจะไม่ค่อยแสดงออกต่อหน้าแม่ แต่ก็จะมีงอแงบ้าง ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง พอแม่บ่นเราก็นึกย้อนไปว่ามันเป็นความรักที่น่ารักดี นึกถึงทีไรก็อมยิ้มทุกครั้งครับ” ทำไมใน MV ต้องเป็น “ฟอร์ด ฐิติพงศ์”?“อย่างแรกเลยคือตอนซิงเกิลแรกของฟอร์ด เพลงเป็นเธอเท่านั้น เค้าก็ชวนผมไปเล่น MV ให้ พอถึงซิงเกิลแรกของผม ผมก็เลยอยากให้เค้ามีส่วนร่วมและอยู่ใน MV ของผมเหมือนกันครับ เลยชวนน้องมาเล่นเป็นคุณครูมาเจอกับนักเรียน” การถ่ายทำ MV กับฟอร์ดเป็นอย่างไรบ้าง? “สนุกมากครับ เราถ่ายที่โรงเรียนจริงๆ คอนเซปต์คือ นักเรียนวัย 3 ขวบกับคุณครู ซึ่งผมกับฟอร์ดเรารู้ใจกันอยู่แล้ว พอเข้าเซตปุ๊บก็แสดงได้เลย ปกติจะสลับกันครับ ฟอร์ดจะเป็นฝ่ายงอแงแล้วผมเป็นคนบ่น แต่ในเรื่องนี้สลับกัน กลายเป็นผมที่ดื้อแทน ก็จะเห็นสีหน้าฟอร์ดที่แบบมันเขี้ยวเด็กคนนี้จังเลย MV เลยออกมาสดใส สีสัน Colorful มากครับ” ชีวิตจริงใครกันแน่ที่เป็น “เด็กดื้อ” กว่ากันระหว่างพีทกับฟอร์ด? “จริงๆผมไม่ค่อยดื้อครับ ผมว่าฟอร์ดดื้อมากกว่า (หัวเราะ) ตอนผมเอาเพลงให้เค้าฟัง เค้ายังถามเลยว่าสลับกันหรือเปล่า เพลงนี้มันคือฟอร์ดนะ ชีวิตจริงเราไม่ค่อยดื้อใส่กันครับ คุยกันเข้าใจไปหมด แต่ถ้ามุมดื้อนอกเวลางาน ฟอร์ดจะชอบแกล้งชอบแกล้งผมเยอะกว่า เป็นดื้อแนวขี้อ้อนน่ารักๆครับ”ภูมิใจแค่ไหนกับซิงเกิลแรกในชีวิตชิ้นนี้?“ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีซิงเกิลแรก เพราะเมื่อก่อนผมไม่ค่อยมั่นใจเรื่องการร้องเพลงหรือการโชว์เลยครับ แต่พอผ่านประสบการณ์และได้รับกำลังใจจากแฟนคลับและคนรอบข้าง ทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้น ดีใจมากครับที่ทุกคนให้การซัพพอร์ตดีขนาดนี้ ผมตั้งใจส่งเพลงนี้เป็นความรักให้ทุกคน แต่สุดท้ายกลายเป็นผมเองที่ได้รับความรักกลับมามากมายจากเพลงนี้ครับ” มองเส้นทางศิลปินของตัวเองไว้ยังไง? “ผมรู้สึกว่าความตั้งใจของผม ถ้าเป็นศิลปินแล้วก็อยากสื่อสารเพลงที่เป็นสไตล์ที่ผมชอบ ผมชอบฟังแนวป๊อปสบายๆ ป๊อปร็อกบ้าง เลยรู้สึกว่าถ้าเรามีซิงเกิลอีกต่อไปหลังจากนี้ก็อยากที่จะสื่อสารอารมณ์ของตัวเองออกมาแนวนี้ไปอีกเรื่อยๆ เผื่อว่าอย่างน้อยวันหนึ่งที่ทุกคนไม่รู้จะฟังเพลงอะไร ก็มีเพลงของผมเป็นเพื่อน คอยเดินทาง คอยให้กำลังใจ อยู่ในชีวิตประจำวันครับ”ถามถึงซีรีส์ “Yesterday” (รอยรักวันวาน) ที่เพิ่งจบไปได้คู่กับ ฟอร์ดอีกครั้ง?“เรื่องนี้เป็นแนว Dark Romance ที่พีทพลิกบทบาทมาเป็นตัวละครสายดาร์ก เล่นเป็น “เควิน” ที่คอยทำร้ายและกักขัง “เวียร์” (ฟอร์ด) ซึ่งต่างจาก 2 เรื่องแรกที่ฟอร์ดจะเป็นฝ่ายไล่จีบ แต่เรื่องนี้พีทเป็นฝ่ายไล่ตามฟอร์ดแทน บทนี้เครียดและท้าทายมาก เพราะตัวละครมีความร้ายกาจจนแฟนๆอินจัด แต่ก็ยังได้รับความรักและการ ซัพพอร์ตจากแฟนคลับทั้งไทยและต่างประเทศจนขึ้นอันดับ 1 ใน WeTV ถึงหน้ากล้องจะดราม่าดุเดือด แต่หลังกล้องทีมนักแสดงสนุกสนานกันมาก หลังจากนี้พีทกับฟอร์ดเตรียมตัวเดินทางไปพบแฟนคลับต่างประเทศ เพื่อขอบคุณที่ซัพพอร์ตซีรีส์เรื่องนี้ร่วมกันครับ”ความสนิทกับฟอร์ด จนถึง ตอนนี้ เรียกว่าแค่มองตาก็รู้ใจเลยไหม?“ใช่ครับ เรียกว่าแบบนั้นได้เลย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 3 ของเราสองคนแล้ว ผมอยู่กับน้องฟอร์ดมาเข้าปีที่ 4 ปีที่ 5 แล้วครับ นอกเหนือจากเวลาทำงาน หลังๆมาเราแทบไม่ต้องพูดกันแล้วว่าต้องการอะไร กลายเป็นต่างคนต่างรู้ว่าจะต้องช่วยซัพพอร์ตกันตรงไหน พอเข้าซีนปุ๊บ แค่มองตาก็รู้แล้วว่าตัวละครกำลังคิดอะไรอยู่ งานมันเลยไหลลื่นไปได้เรื่อยๆ เรื่องงาน อย่างเรื่องพาร์ตการจัดอีเวนต์หรือแฟนมีตติ้ง พี่ๆทางค่ายและพี่ๆโปรดิวเซอร์ให้โอกาสผมสองคนได้ออกไอเดีย เราเลยได้คุยและแชร์ความคิดกันมากขึ้นครับ” เวลาใช้ชีวิตปกติล่ะรู้ใจกันขนาดไหน? “รู้ใจครับ ผมจะดูออกเวลาเค้าทำงานแล้วล้ามากๆ ถึงแม้พี่ฟอร์ดจะเป็นคนเอเนอร์จีเยอะ เหมือนมีเพาเวอร์แบงก์ก้อนใหญ่ในตัวตลอดเวลา (หัวเราะ) ส่วนผมจะค่อยๆตามเค้าไป แต่พอเค้าทำงานหนักมากๆ จนเอเนอร์จี้เริ่มหมด ผมจะดูออกทันทีและคอยเข้าไปซัพพอร์ตเค้าครับ” ในมุมของฟอร์ด เค้ารู้ใจพีทเรื่องไหนเป็นพิเศษไหม? “น่าจะเป็นมุมการทำงานครับ เค้าเป็นคนเป๊ะและเก็บดีเทลงานเก่งมาก ถ้าเค้ารู้สึกว่าตรงไหนยังไม่ได้และอยากปรับ ผมจะรู้ทันทีและคอยช่วยซัพพอร์ต เราแบ่งหน้าที่กันชัดเจนครับอย่างพาร์ต โชว์หรือการจัดการฟอร์ดจะเก่งมาก ผมก็ให้เค้าดูแลไปเลย ส่วนพาร์ตถ่ายงานที่ต้องใช้ไอเดีย ฟอร์ดก็จะยกให้ผมรับผิดชอบไปเลย” ฟอร์ดซัพพอร์ตซิงเกิลแรกของพีทยังไงบ้าง? “เค้าซัพ พอร์ตตั้งแต่วันแรกเลยครับ บอกว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยทุกเรื่อง และที่ซึ้งใจมากคือ เค้าไม่รับค่าตัวเลยครับ (ยิ้ม) ตอนผมถามว่าพี่จะคิดค่าตัวให้จะรับไหม เค้าบอกว่าไม่เป็นไร ช่วยกัน เพราะตอน MV แรกของเค้าผมก็ไปช่วยเล่นให้โดยไม่คิดค่าตัวเหมือนกัน เราต่างคนต่างรู้ว่าค่าใช้จ่ายในการทำ MV มันสูง ถ้าช่วยกันได้ก็อยากช่วย เป็นเหมือนการไปเล่นสนุกในกองกันมากกว่าครับ”ตลอด 4–5 ปีในวงการพีทสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเองอย่างไรบ้าง?“ผมรู้สึกว่าตัวเองเดินออกจากกรอบมาเยอะมากครับ ทั้งเรื่องความกล้า การพูด และทัศนคติ ถ้าเทียบกับ 4 ปีที่แล้ว ผมขี้อายมาก พูดไม่เก่ง แสดงสีหน้าไม่เก่ง เวลาอยู่บนเวทีจะกังวลมากว่าจะเอนเตอร์เทนคนดูได้ไม่ดี แต่ตอนนี้ถึงแม้จะยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ขึ้นเวทีแต่มันเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความรู้สึกที่อยากมอบความสุขให้กับทุกคนที่รอซัพพอร์ตเราอยู่ครับ” เปิดค่าย cusp.entertainment เป็น CEO เองเหนื่อยกว่าเดิมไหม? “ยากมากครับ (หัวเราะ) เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลยว่าดีเทลมันเยอะขนาดนี้ ทั้งเรื่องกระบวนการทำงาน เบรกดาวน์ ชุด หน้า ผม ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก เราต้องรู้ทุกอย่าง แต่ก็โชคดีที่มีเพื่อนๆพี่ๆคอยให้คำแนะนำ และทางค่าย Me Mind Y ก็ยังคอยช่วยเหลือและดีลงานให้กันอยู่ครับ มันทำให้ผมโตขึ้นและเรียนรู้กระบวนการทำงานได้เยอะมาก” ความสนุกของการอยู่ในวงการนี้สำหรับพีทคืออะไร? “คือความท้าทายครับ เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเจองานรูปแบบไหน ทั้งบทละครใหม่ๆ การทำอีเวนต์หรือการเจอแบรนด์ใหม่ๆผมชอบทำงานที่มีอะไรใหม่ๆเข้ามาเรื่อยๆ คุณพ่อคุณแม่จะสอนเสมอว่าให้ทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว พอเราเติมน้ำลงไปได้เรื่อยๆ มันมีความสุขมากครับ มันคือความเพอร์เฟกต์ ที่ไม่เพอร์เฟกต์ ตอนนี้เป้าหมายผมชัดเจนขึ้นครับ”.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม