คนแม้ไม่มีประวัติสัมผัส พบมีภูมิต้าน ทานไข้หวัดนกอยู่แล้ว ไข้หวัดนก H5N1 ถูกยกระดับเป็นโรคระบาดและมีการเตรียมการให้ฉีดวัคซีนกันทั้งโลกไข้หวัดนกติดมายังคน ครั้งแรกในปี 1997 หลังจากนั้นมีการแพร่ในนกและกระจายมาติดคน 954 ราย โดยเสียชีวิต 464 ราย คิดเป็น 48.6% (case fatality rate) ในช่วงระยะเวลาระหว่างปี 2003 ถึง 2024 เดือนมีนาคม 2024 มีการแพร่จากวัว H5N1 Clade 2.3.4.4b มายังคน โดยที่สายพันธุ์นี้กำเนิดจากนกป่าในช่วงระหว่างปี 2020 และ 2022 และน่าจะเป็นตัวการที่แพร่ไปวัวในปลายปี 2023 จวบจนกระทั่งถึงต้นมกราคม 2025 พบคนติดเชื้อ H5N1 66 รายในสหรัฐฯ และในจำนวนนี้ 40 รายเกี่ยวพันกับการทำงาน ใกล้ชิดกับวัวนม การสืบค้นว่ามีการติดเชื้อแบบเงียบๆหรือไม่ พบว่าไม่ต่ำกว่า 7% ของคนที่ทำงานในฟาร์มมีภูมิในน้ำเหลืองต่อไวรัสนี้ ด้วยวิธีการธรรมดา โดยที่เป็นไปได้ว่าตัวเลขการติดเชื้อน่าจะสูงกว่ามาก จากลักษณะที่ไวรัสเมื่อมีการแพร่ไปเรื่อยๆ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการควบรวม (reassortment) และมีการปรับให้เข้ามนุษย์ได้ดียิ่งขึ้นทั้งนี้การวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมพบการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการติดมนุษย์ได้ดีขึ้น รวม PB2 E627K M631L และ D701N ดังนั้นถ้าเกิดมีการระบาดขึ้นจริงจนถึงทั่วโลก สภาวะที่มนุษย์มีภูมิคุ้มกันอยู่แล้วหรือไม่จะเป็นตัวกำหนดความรุนแรงของโรค...ภูมิคุ้มกันในน้ำเหลืองมีความจำเพาะกับ hemagglutinin (HA) และ neuramiridase (NA) ใน 19 HA subtypes ของไข้หวัดใหญ่ ตัว H1 H2 H3 พบเป็นประจำอยู่แล้วในมนุษย์ และไวรัสไข้หวัดนกที่ติดมายังมนุษย์มักเป็น H5 H7 H9 รายงาน ในวารสาร CellPress Immunity 10/2/2026 จากการศึกษาตัวอย่างจาก 66 ราย ที่ปลอด H5N1 และไม่มีประวัติสัมผัส พบว่ามีภูมิคุ้มกันในน้ำเหลืองต่อ H5N1 clade 2.3.4.4b isolate A/Texas/37/2024 เทคนิคการตรวจนั้นครอบคลุมความสามารถที่จะยับยั้งไวรัสได้ (neutralizing antibody) รวมทั้งการใช้ HA pseudotyped virus HA neutralization ทั้งนี้ยังยืนยันด้วยการแยกเซลล์ความจำ memory B cells และพัฒนาได้ โมโนโคลนอล แอนติบอดี 136 ตัว...โดยที่ภูมิเหล่านี้มีความสามารถในการเจาะจงเป้าหมายที่ไม่ค่อยมีการปรับเปลี่ยน (conserved hemagglutinin stem) แทนที่จะเป็นตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนแปลงสูง (highly variable region) โดยใช้ส่วนของยีนส์ IGHV1-69 ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้กว้างขวางระดับของภูมิต่อไวรัสไข้หวัดนกนั้น แม้อยู่ในระดับต่ำแต่เพียงพอที่จะยับยั้งไวรัสได้ ทั้งนี้โดยที่ในบางคนอยู่ในระดับสูงถึงมาตรฐานด้วยซ้ำ การศึกษาเพื่อยืนยันว่าแอนติบอดีเหล่านี้สามารถป้องกันไวรัสไข้หวัดนกได้จริงหรือไม่ เป็นการศึกษาในหนูโดยให้แอนติบอดีก่อน จากนั้นทำให้มีการติดเชื้อด้วยไวรัส ในปริมาณรุนแรงที่ทำให้ตายหมดหนูทั้งหมดไม่เสียชีวิต ขณะที่กลุ่มที่ไม่ได้รับแอนติบอดีตาย แอนติบอดีที่ให้หนูนั้นอยู่ในขนาดไล่เลี่ยกับที่พบในมนุษย์ผลการศึกษาเป็นหลักฐานโต้แย้งที่ว่ามนุษย์ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสไข้หวัดนก H5N1 และเป็นไปได้ที่จะเกิดเป็นการระบาดทั้งโลก จนมีการสร้างไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ เพื่อนำไปพัฒนาเป็นวัคซีน และมีการดำเนินการให้ฉีดในบางกลุ่มในบางประเทศแล้วด้วยซ้ำ รวมทั้งมีการวางแผนให้ฉีดในทุกประเทศทั่วโลก.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม