ที่ปรึกษา รมว.ทส.นำทีมกรมป่าไม้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจสอบสวนกลาง ดำเนินคดีขบวนการฮุบป่า “เขาปากเตรียม” หลังทีมพยัคฆ์ไพรบุกตรวจสอบ ตะลึงพบป่าดงดิบสมบูรณ์ที่มีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ บางต้นอายุกว่า 100 ปี แต่ดันมีเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. ถูกตัดเหี้ยนกว่า 2,000 ไร่ พบไม้รอขนย้ายเกลื่อนกว่า 500 ท่อน หลังรับแจ้ง บช.ก.ตั้งคณะทำงานทันที ประกอบด้วย ตำรวจ บก.ปปป. และบก.ทส. ร่วมตรวจสอบเอาผิดทั้งเจ้าหน้าที่รัฐที่มั่วออกเอกสารสิทธิและนายทุนที่อยู่เบื้องหลังที่อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 เม.ย. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายนิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์ รองปลัด ทส. และนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร เข้าพบ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อมอบพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีกรณีการตรวจยึดไม้กว่า 450-500 ท่อน ปริมาตรรวมประมาณ 490 ลูกบาศก์เมตร ในเขตป่าเขาปากเตรียม-อ่าวจาก จ.ระนอง และร้องขอให้ตำรวจขยายผลตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.โดยมิชอบจำนวน 105 ฉบับ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ในเขตป่าเขาปากเตรียมพล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล เผยว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับให้กรมป่าไม้ดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ข้อหาครอบครองไม้หวงห้ามที่ยังไม่ได้แปรรูป โดยนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการสอบสวนครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่อ้างสิทธิในที่ดินนำเอกสาร น.ส.3 ก. มาแสดงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง หากพบว่าออกเอกสารโดยมิชอบหรือฝ่าฝืนกฎหมายจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเข้าแจ้งความเพิ่มเติมเพื่อบูรณาการสืบสวนขยายผลให้ถึงตัวการใหญ่พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม เผยถึงแนวทางการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีว่า จะแบ่งความผิดออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.ความผิดเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิซึ่งเข้าข่ายความผิดของเจ้าพนักงาน รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ที่ดิน 2.ความผิดของภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง บก.ปปป. และ บก.ปทส. เพื่อระดมบุคลากรและเครื่องมือที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษเข้ามาจัดการคดีที่มีความซับซ้อนนี้ให้รวดเร็วและรอบคอบกว่าการดำเนินการในระดับพื้นที่ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ระบุว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพจริงพบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าดงดิบสมบูรณ์ มีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เช่นต้นตะเคียนอายุกว่า 100 ปี แต่มีการออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. ในช่วงปี 2532-2553 และบุกรุกทำลายป่า ไปกว่า 2,000 ไร่ จากการประเมินเบื้องต้นเชื่อว่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ กระทรวง ทส.เตรียมทำหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดินเพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิทั้งหมด พร้อมเตือนเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ว่าต้องรับโทษตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้นส่วนนายนิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์ รองปลัด ทส. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เริ่มกระบวนการส่งเรื่องขอเพิกถอนเอกสารสิทธิแล้ว 21 แปลงแรก และจะขยายผลให้ครบทั้ง 105 แปลงที่เหลือ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นจากการบุกรุกและตัดไม้ครั้งนี้ประเมินว่าสูงกว่า 200 ล้านบาท กระทรวงจะดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายควบคู่ไปกับคดีอาญา เพื่อนำผืนป่าที่เป็นสมบัติของชาติกลับคืนมาเป็นของประชาชนโดยเร็วที่สุดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่