เมื่อข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์กลายเป็นอุปสรรค จึงต้องคิดนอกกรอบ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ เหมือนอย่างอินเดียที่กำลังเผชิญโจทย์หินกับพรมแดนทางตะวันออกติดกับบังกลาเทศกว่า 4,096 กม. แม้จะทุ่มงบก้อนโตสร้างรั้วกั้นไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือช่องโหว่อีกประมาณ 850 กม. ที่ยังไร้รั้วรอบขอบชิด โดยเฉพาะช่วง 175 กม. ที่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ การก่อสร้างทำได้ยากลำบากและเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมซ้ำซากงานนี้รัฐบาลอินเดียเลยผุดไอเดียบรรเจิด เล็งใช้บริการทีมงานคุณภาพจากธรรมชาติ อย่าง “จระเข้สายโหด” และ “แก๊งอสรพิษเขี้ยวลากดิน” มาเป็นปราการด่านสุดท้ายสกัดกั้นผู้อพยพดูเป็นทางเลือกที่ประหยัดและไม่ต้องพึ่งพาวิศวกรให้เสียเวลา เพราะใช้สัญชาตญาณสัตว์ป่าล้วนๆแต่บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกองกำลังรักษาความปลอดภัยชายแดน (BSF) แสดงความกังวลในหลายประเด็น ตั้งแต่อันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับชาวบ้าน ไปจนถึงความยากลำบากในการฝึกสอนสัตว์อันตรายเหล่านี้ให้รู้จักแยกแยะระหว่าง “ผู้บุกรุก” กับ “คนถิ่น” เพราะนี่มัน ชีวิตจริงนะจ๊ะ ไม่ใช่หนังบอลลีวูด.อึ่งอ่างกลางฝนคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดม่าน joke opera” เพิ่มเติม