นิทานเรื่อง “มนุษย์ในบ่อน้ำ” ที่ผู้คนเล่าขานสู่กันฟังหลายๆสำนวน ต้นเรื่องจริงมาจาก “สมราทิตย์กถา” การผจญภัยของ “มหาวีระ” ศาสดาศาสนาเชน ในเก้าพระชาติ ลองอ่านกันดู(บ่อเกิดลัทธิประเพณีอินเดีย เล่ม 1 จำนงค์ ทองประเสริฐแปล ราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2540)มีชายคนหนึ่ง ซึ่งถูกความยากจนบีบคั้นมาก ได้ทิ้งบ้านเรือนของตนเพื่อไปยังอีกประเทศหนึ่ง เขาได้เดินทางผ่านดินแดนที่มีหมู่บ้าน เมือง และท่าเรือมากมายหลายแห่งและหลังจากนั้นสองสามวัน เขาก็หลงทางเขาก็มาถึงป่าแห่งหนึ่งที่มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบ เต็มไปด้วยสัตว์ป่า ที่ป่านั้นเอง ในขณะที่เขาเดินโซซัดโซเซไปตามทางที่ขรุขระ ทั้งหิว และกระหาย ก็เห็นช้างตัวหนึ่งร้องแปร๋แปร้นอย่างน่ากลัววิ่งเข้าใส่พร้อมกันนั้นก็มีนางยักษ์ที่ชั่วร้าย หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว มือถือดาบคมกริบ โผล่ขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะเสียงแหลมดังลั่นชายคนนั้นเจอทั้งช้างและนางยักษิณีก็ขาสั่นด้วยความกลัวตาย หันไปดูรอบๆ ทิศตะวันออกเขาเห็นต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง เขาวิ่งเข้าไปแต่พอไปถึง เขาก็ตกใจ ต้นไม้นั้นสูงเกินไป แม้แต่นกก็ไม่อาจบินเหนือความสูงของมัน และตัวเขาก็ไม่สามารถที่จะปีนลำต้นที่ใหญ่ขนาดวัดไม่ได้ ขาสองข้างเริ่มสั่น ความกลัวเพิ่มเป็นทวีคูณหันไปมอบรอบๆตัวอีกที คราวนี้เขาเห็นบ่อน้ำเก่าแก่มีหญ้าปกคลุมอยู่ใกล้ๆ ไม่มีทางเลือกหนีที่ไหนอีกแล้ว เขาตัดสินใจกระโดดลงผนังบ่อน้ำนั้นเต็มไปด้วยต้นอ้อ เขาหล่นลงไปได้หน่อยหนึ่ง ก็ตะกายเกาะต้นอ้อพยุงตัวไว้ได้โชคร้ายยังไม่จบ เขามองไปเห็นงูน่ากลัวยั้วเยี้ย พวกมันกำลังโกรธเมื่อได้ยินเสียงคนตกลงไป ยังไม่พอ ก้นบ่อ งูหลามสีดำลำตัวหนาดุจลำตัวช้างนัยน์ตาดุดัน กำลังอ้าปากขู่ฟ่อๆขณะที่ชายคนนั้นกำลังปลงตก ชีวิตเขาฝากไว้กับต้นอ้อ เรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิด หนูใหญ่สองตัว ตัวหนึ่งดำ อีกตัวขาว อ้าปากเห็นฟันแหลมคม...โผล่หัวออกมาตั้งท่ากัดรากกออ้อสะดุ้งให้หนูก็ต้องสะดุ้งเฮือกทั้งตัว เจ้าช้างตกมันตัวนั้นตามมาเอาตัวชนต้นไทร แรงชนของมัน รังผึ้งที่ห้อยบนกิ่งไม้ใหญ่ปากบ่อก็สั่นสะเทือน ฝูงผึ้งนับพันบินกรูกันออกมารุมต่อยใครจะมโนได้ โลกนี้จะมีมนุษย์คนหนึ่งเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดซับซ้อนได้ถึงขนาดนี้ แต่กระนั้น...ก็เกิดปาฏิหาริย์ น้ำผึ้งหยดใหญ่หล่นลงถูกหัวเขาอย่างจังแล้วมันก็ไหลลามลงถึงคิ้ว ลงถึงริมฝีปาก ลองทายกันซี! ชายคนนั้นคิดถึงอะไร? ขณะนั้นเขาไม่ได้คิดถึงงูหลาม งูเล็กช้าง หนู หรือกระทั่งผึ้งที่รุมต่อยชายคนนั้นขยับริมฝีปากเลียน้ำผึ้งเข้าปาก ลิ้นเขาซาบซึ้งกับรสหวานฉ่ำนั้น และแน่ละ! เขากำลังรอน้ำผึ้งหยดใหม่...ขอให้มันหล่นแหมะลงมาอีกสักครั้งนิทานเชนฉบับนี้ อุปมาอุปไมย ชายคนนั้นหมายถึงวิญญาณ ล่องลอยไปในป่า ป่าคือสวรรค์ มนุษย์ ดิรัจฉาน นรก ช้างคือความตาย นางยักษิณี ความชรา ต้นไทร ความหลุดพ้น บ่อน้ำ ชีวิตมนุษย์ งูคือกิเลส หนูดำขาวที่กัดพงอ้อคือข้างขึ้นข้างแรม ผึ้งคือโรคภัยไข้เจ็บ งูหลามคือนรกที่รอมนุษย์ผู้กำลังหลงบ่วงตัณหา ฯลฯแต่หากจบตามฉบับพระอาจารย์พรหม...ศิษย์หลวงปู่ชา...ผมว่าง่ายกว่าซึ้งกว่า ไม่ว่าชีวิตจะติดตรึงอยู่กับทุกข์โศกโรคภัย...หนักหนาขนาดไหน...ทำไม? ไม่หยุด...อยู่กับรสฉ่ำหวาน...จากน้ำผึ้งที่ปลายลิ้น...คิดเรื่องอื่น เรื่องคุณทรัมป์ คุณอนุทินให้เสียเวลาเสียอารมณ์ทำไม? เล่าโยม.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม