อัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งฟ้อง “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา พรรคกล้าธรรมกับพวกกราวรูด หลังมีความเห็นขัดแย้งกันระหว่างตำรวจบช.ภ.9 และอัยการจังหวัดสงขลา ทั้งคดีฟอกเงินท้องที่ สภ.เมืองสงขลา และคดีจัดให้เล่นการพนันออนไลน์ของ สภ.หาดใหญ่ สั่งให้พนักงานสอบสวนทั้ง 2 โรงพักนำตัวผู้ต้องหามาส่งพนักงานอัยการเพื่อนำตัวฟ้องคดีต่อศาลต่อไป ด้านโฆษก ตร.ตีปีก ยันหลักฐานในสำนวนคดีที่ตำรวจดำเนินการแน่นหนา พร้อมใช้ในชั้นศาลที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 เม.ย. นายไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยความคืบหน้าการดำเนินคดีฟอกเงิน และคดีจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กับพวก ตามสำนวนคดีของ สภ.เมืองสงขลา และ สภ.หาดใหญ่คดีแรกเป็นคดีของ สภ.เมืองสงขลา เกี่ยวเนื่องมาจากคดีมูลฐานกล่าวหานายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ผู้ต้องหาที่ 1 และนายภัทรศักดิ์ หรือตั๊ก แสงสว่าง ผู้ต้องหาที่ 2 กระทำผิดฐานร่วมกันจัดให้เล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 แต่สั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 หลังจากนั้นศาลแขวงสงขลามีคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.517/2568 เมื่อวันที่ 13 พ.ค.68 ลงโทษจำเลย (ผู้ต้องหาที่ 2) มีความผิดตามฟ้องโจทก์ให้จำคุก 6 เดือน รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือนนอกจากนี้ยังมีในส่วนของข้อหาร่วมกันฟอกเงิน พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 12 ต.ค.65 มีนายชนนพัฒฐ์ เป็นผู้ต้องหาที่ 1 และนายภัทรศักดิ์เป็นผู้ต้องหาที่2 ต่อมาวันที่ 28 ธ.ค.65 อัยการจังหวัดสงขลามีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง ส่งสำนวนกลับไปให้ บช.ภ.9 พิจารณาตามกฎหมาย จนกระทั่งวันที่ 27 เม.ย.66 รอง ผบช.ภ.9 มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าว ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดชี้ขาดอัยการสูงสุดมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.66 หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมไปยังพนักงานอัยการ แต่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามคำสั่ง จนเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.68 พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนครบถ้วนสมบูรณ์ตามคำสั่งอัยการสูงสุดแล้ว ต่อมาวันที่ 3 เม.ย.69 อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาที่ 1 เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน และผู้ต้องหาที่ 1 มีการโอน รับโอน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้นทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยความผิดมูลฐานในคดีเดียวกันเป็นเงื่อนไขว่า ต้องดำเนินคดีอาญาความผิดมูลฐาน หรือมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดมูลฐานเสียก่อน ถึงจะดำเนินคดีผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงินได้ อีกทั้งผู้ต้องหาที่ 1 ยังเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานร่วมกันจัดให้เล่นการพนันออนไลน์ฯในสำนวนที่แยกดำเนินคดี โดยมีผู้ต้องหาที่ 1 และนายณัฐวุฒิ หรือบอย จันทร ผู้ต้องหาที่ 2 ที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องความผิดฐานร่วมกันจัดให้เล่นการพนันออนไลน์ด้วย การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานฟอกเงินในสำนวนคดีนี้จึงมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายชนนพัฒฐ์ หรือกฤต หรือกิต หรือกริช นาคสั้ว ผู้ต้องหาที่ 1 และนายภัทรศักดิ์ แสงสว่าง ผู้ต้องหาที่ 2 ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และให้แจ้งพนักงานสอบสวนให้มีหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์ของกลาง 2 รายการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 มาตรา 48 ต่อไปด้วยส่วนคดีที่ 2 ของ สภ.หาดใหญ่ กล่าวหานายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ผู้ต้องหาที่ 1 และนายณัฐวุฒิ จันทร ผู้ต้องหาที่ 2 ความผิดฐานร่วมกันจัดให้เล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 และเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 14 พ.ย.66 ต่อมาวันที่ 29 พ.ย.66 อัยการจังหวัดสงขลามีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองต่อมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค.67 ผบช.ภ.9 มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด วันที่ 18 ก.ย.67 อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม วันที่ 8 ม.ค.69 พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการสูงสุด ต่อมาวันที่ 3 เม.ย.69อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายชนนพัฒฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาที่ 2 ความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันฯ และใช้อำนาจอัยการสูงสุด อนุญาตให้ฟ้องนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาที่ 2 ความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 9 (เนื่องจากพ้นกำหนดเวลาผัดฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ตามกฎหมาย)ส่วนกรณีความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ แต่ได้ความว่าเป็นข้อมูลชักชวนให้เข้าเล่นการพนันจริง จึงมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐานดังกล่าว และยังมีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบอาวุธปืน 5 กระบอกที่ยึดได้ว่าเป็นของผู้ต้องหาทั้งสองหรือไม่ หากเกี่ยวข้องให้พนักงานอัยการนำสืบพยานหลักฐานในชั้นพิจารณาของศาลต่อไปด้วย ขั้นตอนหลังจากนี้คือ พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการตามคำสั่งของอัยการสูงสุด และนำตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว นายภัทรศักดิ์ แสงสว่าง และนายณัฐวุฒิ จันทร มาส่งพนักงานอัยการเพื่อฟ้องศาลต่อไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีอัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งฟ้องนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กับพวกในคดีฟอกเงินของ สภ.เมืองสงขลา และคดีจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ของ สภ.หาดใหญ่ว่า คดีนี้ตามที่ตกเป็นข่าว อัยการสูงสุดสั่งสอบสวนเพิ่มเติมตามความเห็นแย้งของตำรวจภูธรภาค 9 พิจารณาแล้วมีความเห็นเด็ดขาดสั่งฟ้องทั้งคดีฟอกเงินของ สภ.เมืองสงขลา และคดีร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ที่ สภ.หาดใหญ่“ถือว่าข้อเท็จจริงพยานหลักฐานตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมยืนยันมาตลอดถึงพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง ในที่สุดข้อเท็จจริงผ่านการพิสูจน์ตามกระบวนการ คดีนี้ถือว่าผ่านการตรวจสอบรายชั้น ไม่ว่าจะเป็นชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ ทั้งที่ตำรวจภูธรภาค 9 ทำความเห็นแย้ง จนกระทั่งมาถึงอัยการสูงสุดพิจารณาและมีคำสั่งในคดีนี้ ทำให้เห็นว่าในที่สุดข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรมก็ทำหน้าที่ไปตามกระบวนการตามพยานหลักฐานอย่างถูกต้อง” โฆษก ตร.กล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่