ทนายความ “พระสิ้นคิด” สมภาร พุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ออกมาโต้หลังชุดพยัคฆ์ไพรเข้าตรวจสอบรุกป่าสงวนฯ พบสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก พร้อมนำเอกสารบันทึกข้อตกลงขออนุญาตจัดตั้งพุทธอุทยานมีเนื้อที่ไม่เกิน 500 ไร่มายืนยัน ทางวัดปรับเนื้อที่ไม่ให้เกินข้อกำหนดและล้อมรั้วป้องกันรุกป่า หากมีสิ่งใดที่ต้องแก้ไขพร้อมดำเนินการให้ถูกกฎหมายภายหลังที่นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจกองปราบปราม เข้าตรวจสอบพุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ หรือวัดของพระสิ้นคิด (หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม) อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี หลังรับเรื่องร้องเรียนว่าที่พักสงฆ์ปลูกสิ่งก่อสร้างต่างๆจำนวนมาก และรุกล้ำเข้าไปในป่ารวมเป็น 494 ไร่ 1 งาน 78 ตารางวา ตรวจพบสิ่งก่อสร้างศาลา กุฏิพระกับแม่ชี รวมผู้ที่อาศัยอยู่ในที่พักสงฆ์แห่งนี้ 950 คน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพิกัดทุกมุมของพื้นที่ว่ารุกล้ำป่ากี่ไร่ มีสิ่งก่อสร้างเกินพื้นที่ไปกี่หลัง สร้างอาคารที่เกินความจำเป็นที่ขัดต่อระเบียบการเป็นพุทธอุทยานหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำผิดจะดำเนินการบันทึกการจับกุมและส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปความคืบหน้าเช้าวันที่ 4 เม.ย. นายอัศวิน เรือนเงิน ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระสิ้นคิดนำเอกสารการบันทึกเรื่องกำหนดพื้นที่พุทธอุทยานมาให้กับผู้สื่อข่าวพร้อมชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ทางพุทธอุทยานและที่พักสงฆ์ครอบครอง และดูแลมาก่อนการขออนุญาตเป็นที่พุทธอุทยานประมาณ 1,000 ไร่ ต่อมายื่นเรื่องขออนุญาตจัดตั้งพื้นที่เป็นพุทธอุทยานร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และส่วนที่เกี่ยวข้องในการรังวัด และกำหนดพิกัดเพื่อขออนุญาตจัดตั้งพุทธอุทยานเมื่อวันที่ 5 ก.ย.67 จากการตรวจวัดพื้นที่ร่วมกันทุกฝ่ายทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ สำนักงานทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 ฝ่ายปกครอง วัดพื้นที่ทั้งหมดได้ 592 ไร่ ลงนามในบันทึกการตรวจสอบไว้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอจัดตั้งพุทธอุทยาน แต่ตามระเบียบข้อกำหนดจัดตั้งพื้นที่ต้องไม่เกิน 500 ไร่ ทำให้มีการสำรวจและปรับลดพื้นที่เหลือ 484 ไร่ ส่งผลให้บางพื้นที่ของที่พักสงฆ์ในขณะนั้นเคยใช้ประโยชน์เดิม กลายเป็นพื้นที่ที่ดูเหมือนเกินแนวเขตการอนุญาต เมื่อเทียบกับแผนที่ทางราชการนายอัศวินเปิดเผยอีกว่า หลังจากปรับลดพื้นที่แล้ว ทางที่พักสงฆ์ได้รับใบอนุญาตให้เป็นพุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์เมื่อต้นปี 2568 ส่วนพื้นที่ที่ทางพุทธอุทยานดูแลแต่ก่อน หลังจากที่จัดตั้งเป็นพุทธอุทยานแล้ว ทางพระสงฆ์ยังคอยดูแลกั้นพื้นที่ดังกล่าวด้วยการล้อมรั้วไว้เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า ไม่ใช่การบุกรุกใหม่ แต่เป็นพื้นที่เดิมที่ทางพุทธอุทยานดูแลรักษามาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดี ที่จะตรวจสอบความถูกต้องของทางพุทธอุทยานให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง หากมีสิ่งใดที่ต้องแก้ไขทางพุทธอุทยานยินดีที่จะดำเนินการ ส่วนประเด็นของการกล่าวหาเรื่องแนวเขตนั้นต้องนำข้อเท็จจริง เรื่องของจำนวนพื้นที่ก่อนการดูแลพื้นที่ตั้งเป็นพุทธอุทยานก่อนว่าเป็นอย่างไร เป็นการรุกพื้นที่หรือเป็นการลดพื้นที่การดูแลเดิมจนถูกมองว่ารุกพื้นที่ใหม่หรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่