เช้าวันเสาร์ วันที่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล จัดแถลงใหญ่ Meet the Press “1 เดือนวิกฤติโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” หลังจากที่ ไฟเขียวให้ขึ้นราคาเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลิตรละ 6 บาท ดีเซลลิตรละ 6–8 บาท แบบถอนทุนในข้ามคืน ผมขับรถผ่านไปหลายปั๊ม ทุกปั๊มไม่มีรถเข้าคิวรอเติมน้ำมันให้เห็นแล้ว ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ พอขึ้นราคาปุ๊บไม่รู้น้ำมันจากไหนไหลเข้าเต็มปั๊ม เป็นการขึ้นราคาครั้งใหญ่โดยไม่มีการตรวจสต๊อกน้ำมันเก่าอย่างที่เคยทำในอดีต ย่อมมีปั๊มรวยแน่นอนมีคนนินทาให้ฟังว่า อาจมีเรือน้ำมันลอยเรืออยู่นอกเขตในอ่าวไทยก็ได้ เหมือนเรือน้ำมันรัสเซียที่ลอยอยู่ในทะเลสากล พอขึ้นราคาปั๊บน้ำมันก็เข้ามาขายราคาใหม่ทันที เลยไม่ต้องเข้าคิวเติมน้ำมัน ทั้งที่โรงกลั่นไทยปกติก็กลั่นได้เหลือใช้วันละกว่า 20ล้านลิตร ไม่รู้น้ำมันหายไปไหนจนมีการถามหา “ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน” แต่วันนี้น้ำมันมีเหลือใช้แล้วการแถลงใหญ่ของ นายกฯอนุทิน เช้าวันเสาร์ ไม่ได้พูดถึง “ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน” ซึ่งวันนี้รวยพุงปลิ้นไปแล้ว เพียงแต่ขอโทษประชาชนต่อความปั่นป่วนจากการบริหารน้ำมัน ช่วง 15 วันแรกพยุงราคาน้ำมันไว้ เพื่อให้ประชาชนได้ปรับตัว ก็ไม่รู้ นายกฯอนุทิน รู้หรือไม่ การประกาศตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน คือต้นเหตุที่ทำให้เกิดการกักตุนน้ำมัน ต้นเหตุทำให้น้ำมันขาดแคลนทันที ประชาชนต้องเข้าคิวรอเติมน้ำมันกันทั้งประเทศ พอครบ 15 วัน ก็ขึ้นราคาก่อนจะเทกระจาดที่เขาเรียกกันว่า “ลักหลับ” ขึ้นราคากลางดึกลิตรละ 6–8 บาท ช็อกกันทั้งประเทศน้ำมันดีเซลขึ้นไปลิตรละ 6 บาท เป็น 38.94 บาท ขึ้นไป 18.25% รัฐบาลยังให้กองทุนน้ำมันชดเชยลิตรละ 19.12 บาท ราคาจริงเท่ากับลิตรละ 58.06 บาท เงินชดเชยก็คือเงินภาษีที่เอาไปจ่ายแทนผู้ใช้น้ำมัน อย่าไปคุยว่าราคาน้ำมันไทยถูกกว่ามาเลเซีย มันไม่จริงในคอลัมน์นี้ฉบับวันเสาร์ ผมได้เล่าถึง การขึ้นราคาน้ำมันของมาเลเซียที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ลอยตัวแบบลอยแพประชาชน มาเลเซียไม่ได้ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดอย่างที่ไทยทำ แต่มีการช่วยเหลือเป็นเซ็กเตอร์อย่างชัดเจน เช่น น้ำมันในภาคขนส่งสาธารณะและโลจิสติกส์ รัฐบาลมาเลเซียตรึงราคาไว้ที่ลิตรละ 2.15 ริงกิต หรือลิตรละ 17.367 บาท โดยรัฐบาลใช้เงินอุดหนุนเดือนละ 3,000 ล้านริงกิต ราว 24,660 ล้านบาท เพื่อช่วยตรึงค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ราคาสินค้า แบบม้วนเดียวจบ ไม่ต้องเอาเงินไปอุดหนุนอะไรอีก มาเลเซียยังให้ความช่วยเหลือค่าน้ำมันเกษตรกรรายละ 300 ริงกิต ราว 2,466 บาท โดยไม่ต้องร้องขอ รัฐบาลมาเลเซียเขาบริหารราคาน้ำมันอย่างนี้ ไม่ใช่ “ลักหลับ” แล้ว “มีไอ้โม่งรวย” อย่างที่ขึ้นราคากันกลางดึกคืนวันที่ 25 มี.ค.เรื่องที่ นายกฯอนุทิน ขอกับประชาชนในการแถลงใหญ่คือ ขอให้ลดการใช้น้ำมัน “ถ้า 1 ครอบครัวลดใช้น้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร เราจะลดการใช้น้ำมัน 10 ล้านลิตร เป็นการเพิ่มสำรองวันละ 10 ล้านลิตร เราชดเชย 20 บาทต่อลิตร ประหยัดเงินชดเชย 200 ล้านบาทต่อวัน เซฟเงินได้วันละ 200 ล้านบาท เพื่อไปใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ”ไม่รู้ นายกฯอนุทิน แกล้งแถหรือเปล่า มันคนละเรื่องกับน้ำมันแพงและน้ำมันขาด ก่อนหน้านี้นายกฯก็พูดชัดเจนน้ำมันไม่ได้ขาด เรากลั่นได้เหลือใช้วันละกว่า 20 ล้านลิตร ที่ขาดเพราะน้ำมันหายมีการกักตุน จน คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ผอ.ศบก. ต้องประกาศไล่ล่า “ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน” และคุณพิพัฒน์ยังคาดว่า มีโอกาสที่น้ำมันดีเซลจะพุ่งขึ้นไปถึงลิตรละ 50 บาท ถ้าเหตุการณ์ยังไม่จบผมเหลือบไปดู ราคาน้ำมันดิบโลก ก่อนปิดต้นฉบับนี้ในบ่ายวันเสาร์น้ำมันดิบเวสท์เท็กซัส พุ่งขึ้นไป 6.70 เหรียญ ไปอยู่ที่ 101.18 เหรียญต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี น้ำมันดิบเบรนท์ ปิดตลาดที่ 112.57 เหรียญต่อบาร์เรล มีโอกาสสูงที่จะได้ใช้ น้ำมันดีเซลลิตรละ 50 บาท แน่นอน จะรวยกันจนต้องร้องว่า “พอแล้วๆๆรวยไม่ไหวแล้ว ไม่มีที่เก็บตังค์แล้ว” อย่างที่ นายกฯอนุทิน หาเสียงไว้ค่อนข้างแน่ แต่ประชาชนอาจต้องร้องว่า “พอแล้วๆๆจนต่อไปไม่ไหวแล้ว” แน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม