สมรภูมิตะวันออกกลางยังเดือดระอุ สหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดศึกทำลายจุด ยุทธศาสตร์อิหร่านและมุ่งหวังตัดท่อน้ำเลี้ยง ส่วนอิหร่านส่งอาวุธหนักถล่มกลุ่มประเทศพันธมิตรยับทำลายระบบป้องกันทางอากาศสหรัฐฯ มีกลุ่มกบฏฮูตีเข้ามาเสริมเขี้ยวเล็บ ยอมเปิดทาง “ฮอร์มุซ” เดินเรือกับประเทศไม่ใช่ศัตรู “ทรัมป์” ยังแข็งกร้าว มีแผนปิดฉากรบไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่สถานการณ์ในไทยนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมตัวที่เชียงใหม่ ชูป้ายหน้ากงสุลมะกันต้านสงคราม ส่วนศพ แรงงานไทยถึงบ้านเกิดแล้ว ญาติต่างโศกเศร้าเผาศพ วันที่ 30 มี.ค.นี้ก้าวเข้าสู่เดือนที่สองของสงครามในตะวันออก กลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน นับตั้งแต่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ภาพรวมสถาน การณ์ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ยังคงเต็มไปด้วยการปะทะตอบโต้ที่ทวีความรุนแรงครอบคลุมทั่วภูมิภาค สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าทำลายจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์และ ระบบพลังงานในกรุงเตหะรานและเมืองอิสฟาฮาน ขณะที่อิหร่านปฏิบัติการส่งฝูงโดรนพิฆาตและขีปนาวุธ สวนกลับ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านพุ่งสูงกว่า 1,900 ราย และมีรายงานทหารสหรัฐฯบาดเจ็บสะสม กว่า 300 นาย สถานการณ์ยืดเยื้อนี้ฉุดเศรษฐกิจโลก ให้เผชิญภาวะวิกฤติ หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานทะลุ 106.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเปิดศึกหนักมุ่งเป้าประเทศพันธมิตรความรุนแรงยังแผ่ขยายวงกว้างต่อเนื่องไปยัง ประเทศเพื่อนบ้าน โดยกองทัพซาอุดีอาระเบียแถลงยืนยันการสกัดกั้นและทำลายขีปนาวุธที่มุ่งเป้าโจมตีกรุงริยาดได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศและฝูงบินขับไล่ได้ปฏิบัติการสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านที่รุกล้ำน่านฟ้าได้ทั้งหมด เช่นเดียวกับในคูเวตที่เผชิญกับการโจมตีอย่างหนัก ทางการระบุว่าโดรนหลายลำได้พุ่งเป้าโจมตี ท่าอากาศยานนานาชาติคูเวต ส่งผลให้ระบบเรดาร์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก แม้จะไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่การโจมตีดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกแก่ ประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนภัย ตลอดทั้งคืน ส่วนที่อิรัก กระทรวงกลาโหมอิรักรายงานเหตุโดรนตกภายในแหล่งน้ำมันมัจญ์นูน พื้นที่ยุทธศาสตร์ สำคัญในจังหวัดบาสรา ทางตอนใต้ของประเทศ แต่ ไม่เกิดการระเบิดและไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ หรือความ เสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานIRGC โชว์ภาพถล่มฐานมะกันกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เผยแพร่ภาพดาวเทียมยืนยันความเสียหายหนักหลังระดมโดรนและขีปนาวุธเจาะระบบป้องกันทางอากาศ สหรัฐฯ เข้าถล่มฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่านในซาอุดี อาระเบีย ส่งผลให้เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-135 เสียหายอย่างน้อย 2 ลำ และทหารสหรัฐฯบาดเจ็บ 12 นาย (สาหัส 2 นาย) ถือเป็นการโจมตีครั้งรุนแรง ที่สุดในรอบ 1 เดือนของสงคราม ขณะเดียวกัน IRGC ยังแถลงย้ำจุดยืนเคารพอธิปไตยของโอมาน แม้จะเพิ่งเปิดฉากโจมตีเรือสนับสนุนทางทหารของสหรัฐฯ ในน่านน้ำสากลนอกชายฝั่งเมืองซาลาลาห์ เพื่อเดินหน้า มาตรการตอบโต้กองทัพสหรัฐฯในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในระยะที่ห่างจากตัวท่าเรือพอสมควร“กลุ่มกบฏฮูตี” ประกาศเสริมทัพอิหร่านสถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน พันธมิตรหลักของอิหร่าน ประกาศกระโดดเข้าสู่สมรภูมิอย่างเป็นทางการ หลังเปิดฉากยิงขีปนาวุธ พิสัยไกลถล่มเป้าหมายทางทหารในอิสราเอลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ความขัดแย้งในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น พล.ต.ยะห์ยา ซารี โฆษกของกลุ่มฮูตี แถลง ผ่านสถานีโทรทัศน์อัล-มาซีราห์ ยืนยันว่า การโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญและประกาศจะเดินหน้าปฏิบัติการต่อไปจนกว่าอิสราเอลจะยุติการ โจมตีในทุกแนวรบอิสราเอลทำลายปฏิกรณ์นิวเคลียร์ด้านกองทัพอิสราเอลระบุว่า สามารถสกัดขีปนาวุธได้อย่างน้อย 1 ลูก อย่างไรก็ตาม เสียงไซเรนเตือนภัยได้ดังระงมในหลายพื้นที่ของประเทศรวมถึงเมืองเบเอเชบา ศูนย์กลางเทคโนโลยีไซเบอร์แห่งอิสราเอล ทางตอนใต้ของอิสราเอลและบริเวณใกล้ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์สำคัญ ก่อนหน้านี้กลุ่มฮูตีเคยโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดง ใกล้ช่องแคบบับเอลมันเดบมาแล้วกว่า 100 ลำ ก่อนเข้าร่วมสู้รบอย่างเป็นทางการส่งผลให้มีเรือจม 2 ลำ และผู้เสียชีวิต 4 ราย กองทัพอิสราเอลยืนยันการทำลายเป้าหมายทางยุทธศาสตร์สำคัญอย่างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์น้ำหนักเบาอารัก (Arak heavy-water reactor) หรือ IR-40 โครงการนิวเคลียร์สำคัญของอิหร่านตั้งอยู่ใกล้เมืองอารัก อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงว่าเกี่ยวข้องกับการผลิตพลูโตเนียมสำหรับอาวุธนิวเคลียร์ ขัดต่อเจตนารมณ์ของข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558เปิดทาง “ฮอร์มุซ” กับรัฐไม่ใช่ศัตรูสถานีโทรทัศน์เพรสทีวีของทางการอิหร่านรายงานว่า นายอาลี บาห์เรนี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา ยืนยันเจตจำนงในการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำหรับรัฐที่ไม่เป็นศัตรู พร้อมประกาศเปิด “ทางสะดวก” ในช่องแคบฮอร์มุซให้แก่เรือบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์ตามคำขอขององค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อมนุษยธรรม ท่ามกลางภาวะสงครามเต็มรูปแบบกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ อิหร่านยังคงย้ำสิทธิโดยชอบธรรมในการป้องกันตนเองด้วยการสกัดกั้นและตอบโต้ “ฝ่ายรุกราน” ที่ละเมิดอธิปไตย โดยมาตรการคุ้มครองเรือขนส่งสินค้าจำเป็นจะมีการประสานงานเชิงเทคนิคร่วมกับ UN ในลำดับถัดไป เพื่อลดความเสี่ยงต่อลูกเรือและป้องกันวิกฤติเศรษฐกิจโลกซ้ำเติมจากไฟสงครามที่กำลังลุกโชนประเทศอาหรับหารือเพื่อสันติภาพขณะเดียวกันกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเร่งหาทางออกเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานแถลงว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถานเตรียมเปิดทำเนียบในกรุงอิสลามาบัด ต้อนรับการมาเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศจากซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ และตุรกี ระหว่างวันที่ 29-30 มี.ค.นี้ เพื่อหารือแนวทาง “ลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาค” โดยคณะรัฐมนตรีกลุ่มประเทศมุสลิมมีกำหนดเข้าพบ นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ซึ่งกำลังสวมบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยสันติภาพ ด้วยการส่งผ่านข้อความทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อระงับวิกฤตการณ์ก่อนที่จะบานปลาย“ทรัมป์” ปลื้มพันธมิตรแข็งแกร่งส่วนความเคลื่อนไหวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นกล่าวในเวทีการลงทุนสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ว่า สงครามกับอิหร่านจะนำไปสู่การผงาดของตะวันออกกลางพร้อมเชิดชูความแข็งแกร่งของพันธมิตรอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับกระแสข่าวว่า เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MBS) มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียกำลังกดดันให้สหรัฐฯเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเตือนถึงความเสี่ยงของสงครามยืดเยื้อก็ตาม นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงช่องแคบฮอร์มุซพูดติดตลก โดยเปลี่ยนชื่อเป็นช่องแคบทรัมป์เพื่อแสดงถึงอิทธิพลของตนเองและสหรัฐฯในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ขณะเดียวกันยังกล่าวว่า รู้สึกผิดหวังอย่างมากกับท่าทีขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ต่อสงครามในอิหร่าน โดยตราหน้าว่าเป็นเพียงเสือกระดาษ ยังย้ำว่าสหรัฐฯเป็นฝ่ายช่วยเหลือนาโตมาโดยตลอด แต่ในยามวิกฤตินาโตกลับนิ่งเฉยสหรัฐฯคาดปิดฉากรบไม่กี่สัปดาห์ด้านนายมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกลุ่ม G7 ในฝรั่งเศส โดยมั่นใจว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านมีความคืบหน้าตามแผนและคาดว่าจะปิดฉากลงได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรทั้งในยุโรปและเอเชียที่ได้รับประโยชน์จากเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาเสรีภาพการเดินเรือที่ถูกอิหร่านปิดกั้นหวั่นคลังแสงหมดหากรบต่อเนื่องรายงานพิเศษจาก นสพ.วอชิงตันโพสต์ชี้ว่ากองทัพสหรัฐฯกำลังอยู่ในภาวะกระสุนใกล้หมด หลังปฏิบัติการ มหากาพย์แห่งความเดือดดาล (Epic Fury) ในอิหร่านดำเนินมาเพียง 4 สัปดาห์ แต่มีการใช้จรวดร่อนโทมาฮอว์กสูงถึง 850 ลูก หรือคิดเป็นเกือบ 25% ของคลังแสงทั้งหมดที่มีอยู่ ปัจจุบันสหรัฐฯ มีโทมาฮอว์กเหลือเพียง 3,000-4,000 ลูก ขณะที่อัตราการผลิตทำได้เพียง 600 ลูกต่อปี และแต่ละลูกต้องใช้เวลาผลิตนานถึง 2 ปี การใช้ที่สูงกว่าอัตราการผลิตหลายเท่าตัว สร้างความกังวลอย่างหนักต่อกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯว่าคลังอาวุธในตะวันออก กลางลดลงสู่ระดับอันตราย กลายเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงในระยะยาว หากสงครามยืดเยื้อหรือเกิดความขัดแย้งหรือแนวรบใหม่ขึ้น โดยเฉพาะในอินโด-แปซิฟิกอิหร่านส่งสัญญาณ “กำลังเล่นกับไฟ”นายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ประกาศกร้าวเตรียมตอบโต้อิสราเอลอย่างสาสม หลังกองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ทั้งโรงงานเหล็ก โรงไฟฟ้า และโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติหลายแห่ง พร้อมตราหน้าว่าเป็นการกระทำที่ทำลายกระบวนการเจรจาอย่างสิ้นเชิง ด้านกองทัพอิหร่านส่งสัญญาณเตือนระดับสูงสุดไปยังสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า กำลังเล่นกับไฟ จากการพุ่งเป้าโจมตีระบบพลังงานของอิหร่าน สถานการณ์การปะทะที่ขยายวงกว้างสู่โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติในครั้งนี้ สะท้อนถึงความขัดแย้งที่ทวีความซับซ้อนและยากจะหาข้อยุติในอนาคตอันใกล้“สีหศักดิ์” ไม่รู้ชะตากรรม 3 ลูกเรือที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือ “มยุรี นารี” อีก 3 คนว่า ขณะนี้ยังคงติดตามจากฝ่ายอิหร่านอยู่ และอย่างที่ตนเคยบอกฝ่ายอิหร่านเข้าถึงเรือได้แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจในชะตากรรมของ 3 ลูกเรือ ตอนนี้ตนก็ติดตามกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย และเพิ่งมีหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านว่า ให้ช่วยเร่งรีบเข้าให้การช่วยเหลือ เพราะเราต้องการทราบถึงชะตากรรมของลูกเรือทั้ง 3 คนโดยเร็วที่สุด เมื่อถามย้ำว่ายังไม่มีการยืนยันสถานะของ 3 ลูกเรือใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ยังติดตามอยู่พร้อมยืนยันว่าจะทำอย่างเต็มที่นักท่องเที่ยวชุมนุมต้านสงครามที่ จ.เชียงใหม่ ชาวต่างชาติหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่รวม 50 คน รวมตัวกันที่บริเวณหน้าสถานกงสุลสหรัฐฯ ประจังหวัดเชียงใหม่ ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ ชูป้ายเชิงสัญลักษณ์ระบุข้อความว่า “ต่อต้านสงครามและเรียกร้องสันติภาพ” ผู้ชุมนุมต้องการสื่อให้เห็นไปยังผู้นำประเทศสหรัฐอเมริกาให้ยุติสงคราม หลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก มีตำรวจ สภ.แม่ปิง จำนวน 20 นาย มารักษาความปลอดภัยและดูแลความสงบเรียบร้อย หลังจากผู้ชุมนุมจัดกิจกรรมเสร็จต่างก็พากันแยกย้ายกลับโดยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นส่งศพแรงงานไทยถึงบ้านเกิดสำหรับการเคลื่อนศพนายชัยวัฒน์ แววนิล แรงงานไทยในอิสราเอลที่ถูกระเบิดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ส่งศพกลับบ้านเกิดเลขที่ 292 หมู่ 2 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ถึงเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 มี.ค. มีนางพูนศรี แววนิล แม่ผู้เสียชีวิต ภรรยานายชัยวัฒน์ และญาติมารอรับศพ จากนั้นทำพิธีรดน้ำศพ และดำเนินการทำพิธีตามประเพณีพื้นถิ่นก่อนจะนำร่างเข้าหีบศพและนำบรรจุในโลงเย็นท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ ด้านนางพูนศรีเปิดเผยว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือนำศพลูกชายกลับบ้านทางครอบครัวจะจัดพิธีสวดและฌาปนกิจศพในวันที่ 30 มี.ค.นี้ ขณะที่นายปัญญา ฤกษ์ใหญ่ แรงงานจังหวัดชัยภูมิ เผยว่า คุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิตพร้อมกับชี้แจงแนวทางการเยียวยาช่วยเหลือในด้านต่างๆและในส่วนของเงินประกันของต่างประเทศนั้นอาจจะล่าช้าเพราะจะต้องแปลเอกสารและดำเนินการหลายขั้นตอนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่