สส. 6 พรรคฝ่ายค้าน-รัฐบาล รุมขย่ม รัฐล้มเหลวแก้ขาดแคลน พลังงาน “วีระยุทธ” ถล่มนายกฯ ไม่ยืนเคียงข้างประชาชนยามวิกฤติ จี้เลิกบริหารแบบปกปิด ไล่ไปมอนิเตอร์ ราคาแก้ลำโก่งราคากักตุนค้ากำไรเกินควรลากคอคนผิดมาลงโทษ ขยี้ “พิพัฒน์” รีบจับกุมไอ้โม่ง ล้างครหาผลประโยชน์ทับซ้อน “กรณ์” หวด ไอ้โม่ง โรงกลั่นมีจริง บี้รัฐบาลเอาจริงอย่าให้คนคิดเป็นพวก เดียวกัน จี้ลดภาษีสรรพสามิตลิตรละ 6 บาท กระชากราคาน้ำมันถูกลงลิตรละ 9 บาท “อรรถวิชช์” จวก โรงกลั่นอมน้ำมันขายกลุ่มค้าส่ง แนะใช้ พ.ร.ก. ปี 16 ทุบให้ขายราคาเดียวตายตัว “ยศชนัน” ชี้แนวทาง 3 มิติ แก้วิกฤติต้องรื้อทั้งระบบ “เสรีพิศุทธ์” เหน็บนายกฯ ผู้รับเหมา-รองนายกฯ พ่อค้าน้ำมัน คิดถึงแต่กำไร แก้น้ำมันแพงไม่มีทางสำเร็จ นายกฯโชว์ขับรถไฟฟ้า ขณะที่ สส.พกปิ่นโตมากินที่สภาฯสส. 6 พรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านพร้อมใจยื่นญัตติด่วนวิกฤติพลังงานมาหารือในที่ประชุมสภาฯ โดยได้อภิปรายไปในทิศทางเดียวกัน ตำหนิการบริหารจัดการของรัฐบาลล้มเหลว บริหารแบบปกปิดความจริง ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนคลายความตื่นตระหนก“เชน” ชี้วิกฤติพลังงานต้องรื้อทั้งระบบเมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 25 มี.ค.ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าประชุมครั้งแรกว่า จะหารือเรื่องพลังงาน ควรปรับโครงสร้างทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะพลังงาน ต้องปรับในเชิงโครงสร้างทั้งระบบ เริ่มดูสิ่งที่เดือดร้อนและกระจายไปแต่ละเรื่อง การบริหารงบฯช่วงวิกฤติ ต้องบริหารแบบบูรณาการให้เกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อถามว่าในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลกังวลว่าวิกฤติพลังงานจะทำให้สะเทือนกับรัฐบาลใหม่หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ถ้าเราอาสาเข้ามาไม่ว่าเรื่องไหนต้องจัดการให้ดีที่สุด“อนุทิน” นั่งรถไฟฟ้าโชว์เซฟน้ำมันขณะที่เวลา 09.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย นั่งรถรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ยี่ห้อ BYD รุ่น byd sealion 7 สีเทาเข้ม ป้ายแดงทะเบียน ฎ-9798 กรุงเทพมหานคร มาพร้อมคนขับและผู้ติดตามอีก 2 คน เข้าร่วมประชุมสภาฯ รณรงค์มาตรการประหยัดน้ำมัน ยกเลิกไม่ใช้รถนำขบวนและรถคณะผู้ติดตาม6 พรรคชงญัตติกู้วิกฤติพลังงานที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ มีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ที่ประชุมรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯประกาศแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ จากนั้นหารือกรอบเวลาการประชุมสภาฯ เห็นตรงกันให้ประชุม 2 วันต่อสัปดาห์ในวันพุธและวันพฤหัสบดี ในแต่ละเดือนให้เพิ่มการประชุมวันศุกร์ 1-2 ครั้งเพื่อเร่งพิจารณากฎหมาย ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ประชุมสภาฯพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาถึงแนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย มี สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมเสนอญัตติด่วน 6 คน ได้แก่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน (ปชน.) นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม (กธ.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ (ปช.)“โรม-มาร์ค” บี้นายกฯมาชี้แจงขณะที่นายรังสิมันต์ โรม และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงแนวทางแก้ปัญหา เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน แต่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. แย้งว่า จะให้นายกฯมาชี้แจงทำได้หากประธานสภาฯอนุญาต ญัตติด่วนนี้ต้องส่งให้รัฐบาลพิจารณาอยู่แล้ว ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายกฯมาชี้แจงการตอบกระทู้สดอยู่แล้ว ขณะที่นายโสภณกล่าวว่า ไม่สามารถบังคับให้ฝ่ายบริหารมาตอบญัตติด่วนด้วยวาจา อยู่ที่ฝ่ายบริหารจะมาชี้แจงหรือไม่ ก่อนตัดบทเข้าสู่ญัตติด่วนต่อไป“เอกนัฏ” จี้เปิดข้อมูลการส่งน้ำมันจากนั้นนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. กล่าวเสนอญัตติว่า แม้กระทรวงพลังงานยืนยันมีน้ำมันดิบเพียงพอใช้ได้เป็นร้อยวัน โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มสูบกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง น้ำมันออกจากโรงกลั่นไปถึงผู้ค้าน้ำมันมากกว่า 77-84 ล้านลิตร แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดปั๊มน้ำมันหลายแห่งได้รับโควตาน้ำมันน้อยลง ข้อมูลสวนทางกัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการรวบรวมข้อมูลทุกขั้นตอนเปิดเผยให้ประชาชนรับรู้เรื่องการผลิตน้ำมันส่งออกให้ปั๊ม เหตุใดไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผยต่อสาธารณะช่วยรักษาโรคความตื่นตระหนกประชาชนได้ ทุกหน่วยงานต้องนำเสนอข้อมูลว่ากลั่นน้ำมันเท่าไร ส่งให้ปั๊มเท่าไร เพื่อให้รัฐบาลทำงานง่ายขึ้น ถ้าสถานการณ์บานปลายต้องใช้มาตรการเข้มงวดขึ้น ควรทบทวนกลไกกองทุนน้ำมัน ต้องใช้ชดเชยชั่วคราว ไม่ใช่ถาวรปชน.ขยี้ “พิพัฒน์” ประโยชน์ทับซ้อนด้านนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน.อภิปรายเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนแนวทางการทำงาน 3 เรื่องใหญ่กู้วิกฤติน้ำมันว่า เรื่องแรกรัฐบาลต้องเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการวิกฤติแบบปกปิด เป็นแบบเปิดรับฟังข้อมูลและลงโทษคนผิด เมื่อวันที่ 6 มี.ค.รัฐบาลมีคำสั่งตั้ง ศบก.ขึ้นมา แต่เกิดคำถามตั้งแต่วันแรกเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ผอ.ศบก. มีธุรกิจครอบครัวเป็นบริษัทรายใหญ่ในอุตสาหกรรมน้ำมัน รัฐบาลย้ำแต่ว่าไทยมีน้ำมันพอ มีสำรองเป็นร้อยวันเยอะสุดในอาเซียน แต่ทำไมประชาชนไปปั๊มแล้วน้ำมันหมด ตกลงเติมน้ำมันได้ที่ไหน การทำงานแบบเปิดเท่านั้นจะทำให้ประชาชนมั่นใจในความโปร่งใสของรัฐบาลว่าจะไม่ได้อยู่ข้างใคร วันที่นายกฯไม่ได้อยู่ประเทศไทย นายพิพัฒน์ ผอ.ศบก. ประกาศเองว่าจะจับไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน แต่พอนายอนุทินกลับมาทุกอย่างเข้ารูปแบบการเมืองแบบเดิม เรียกบริษัทใหญ่เข้ามาปิดห้องคุยแล้วออกมาแถลงว่าไม่มีอะไร หน้าที่ตรวจสอบจับกุมไอ้โม่งอยู่ที่รัฐบาล เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของ รมว.พลังงาน ผอ.ศบก. และรอง ผอ.ศบก.ที่จะลบข้อครหา เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเฉ่งผู้นำไม่อยู่ข้าง ปชช. ยามวิกฤตินายวีระยุทธกล่าวอีกว่า นายกฯยอมรับหรือยังความปั่นป่วนหน้าปั๊มน้ำมัน เพราะรัฐบาลประกาศล่วงหน้าจะตรึงราคา 15 วัน ความโกลาหลสร้างช่องว่าง ช่องโหว่ในระบบ ต้องเปลี่ยนจากการตรึงราคาแบบกำหนดวันตายตัวที่วุ่นวาย โกลาหล รั่วไหล โครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส ไทยใช้ปุ๋ยปีละ 5 ล้านตัน ช่วยแค่ 5 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นสัดส่วน 0.1% ของความเดือดร้อน ไม่ต่างอะไรจากการหยดน้ำลงไปในทะเลทราย พรรค ปชน. เสนอว่าควรเดิน 2 ขาไปพร้อมกัน 1.รัฐบาลต้องกล้าเข้าไปมอนิเตอร์ดูแลราคาทั้งซับพลายเชน ไม่ให้โก่งราคา กักตุนทำกำไรเกินควร 2.การแจกคูปองปุ๋ย ยิงตรงไปให้เกษตรกรเลยนำไปลดราคาปุ๋ย ลดปัจจัยการผลิตอื่นได้ด้วย นี่คือ 3 เรื่องใหญ่ ที่รัฐบาลต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานเพื่อกู้วิกฤติ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดตอนนี้คือรัฐบาล ผู้นำประเทศไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเขาในยามวิกฤติ การเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมาต้องอาศัยการทำงานที่โปร่งใสและเป็นธรรม“กรณ์” กระพือไอ้โม่งโรงกลั่นมีจริงนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.อภิปรายว่า ความล้มเหลวการบริหารจัดการของรัฐบาลมี 3 ข้อคือ 1.โรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันอย่างเพียงพอให้ปั๊มน้ำมัน ยืนยันไอ้โม่งมีจริง รัฐบาลรู้ว่าโรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันให้ปั๊ม แต่ไม่ติดตามว่าน้ำมันไปอยู่ในมือใคร 2.โครงสร้างราคาน้ำมันมีปัญหา ไทยมีราคาน้ำมัน 3 ตลาดคือ ราคาหน้าปั๊มที่ได้รับชดเชยมีราคาต่ำสุด ราคาขายส่งผ่านจ๊อบเบอร์ ไม่ได้รับชดเชย และราคาน้ำมันเขียวชาวประมง ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิต แต่รัฐบาลไม่สามารถป้องกันให้ผู้ซื้อจากตลาดอื่นแห่มาซื้อราคาหน้าปั๊มที่ได้รับชดเชย ภาคอุตสาหกรรมควรซื้อจากจ๊อบเบอร์มาแย่งซื้อหน้าปั๊มที่ถูกกว่า 3.กองทุนน้ำมันมีหนี้สะสม 2 หมื่นกว่าล้านบาท แต่ไม่มีมติ ครม.ให้กองทุนน้ำมันกู้เงินมาชดใช้ให้ผู้ค้าน้ำมันได้ ทำให้โรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันให้ปั๊มน้ำมัน เพราะยิ่งขายยิ่งขาดสภาพคล่อง ประชาชนทราบไอ้โม่งมีอยู่จริง รัฐบาลควรเอาจริงแก้ปัญหา เพราะสุ่มเสี่ยงให้ประชาชนคิดเลยเถิดว่ารัฐบาลกับไอ้โม่งเป็นพวกเดียวกันบี้ลดภาษีสรรพสามิตลดราคาน้ำมันนายกรณ์กล่าวว่า นายกฯส่งสัญญาณลอยตัวราคาน้ำมัน ประชาชนสับสนว่าราคาหน้าปั๊มจะไปถึง 50 บาทหรือไม่ ความล้มเหลวการควบคุมราคา เพราะรัฐบาลไม่ได้ไปดูสต๊อกน้ำมันของโรงกลั่นตั้งแต่แรก ปล่อยให้โรงกลั่นฟันกำไรขายน้ำมันในสต๊อกเดิมก่อนมีวิกฤติราคาน้ำมัน และให้โรงกลั่นขายน้ำมันในราคาค่าการกลั่นที่สูงกว่าปกติ 3 เท่า ได้กำไรจากสต๊อกน้ำมันเดิม และค่าการกลั่น ถึงเวลาต้องทบทวนเพราะทำให้น้ำมันแพงเกินจริง และรัฐบาลควรลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 6 บาท 2 ข้อเสนอนี้จะช่วยให้น้ำมันถูกลงลิตรละ 9 บาท รัฐบาลควรพูดความจริง ไม่ผลักให้ข้าราชการ อธิบดี ปลัดกระทรวงออกมาพูดแทน ฝากรัฐมนตรีอย่าแอบ อย่าซ่อน อย่าหนี ประชาชนต้องการฟังคำชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจ คลายความตื่นตระหนกขยี้พ่อค้าน้ำมันมาแก้ไม่มีทางสำเร็จผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายญัตติด่วนแนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยยังดำเนินการต่อเนื่องจนถึงช่วงเย็น เนื่องจากมี สส.สนใจอภิปรายร่วม 100 คน ส่วนใหญ่ อภิปรายไปทางเดียวกัน ให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำมัน แพงโดยด่วน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ส่งน้ำมันไปยังปั๊มน้ำมันต่างๆได้เพียงพอกับความ ต้องการของประชาชน และให้เตรียมรับมือปัญหาสินค้า อื่นๆขึ้นราคา ทำให้ค่าครองชีพประชาชนพุ่งขึ้นตาม ไปด้วย อาทิ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ยังใช้สต๊อกน้ำมันเดิม ทำไมน้ำมันขึ้นราคา เป็นการ บริหารจัดการผิดพลาด ยึดผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก นายกฯ เป็นนักธุรกิจ ผู้รับเหมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เป็นนักธุรกิจน้ำมัน ต้องคิดถึงกำไร การแก้น้ำมันแพงไม่มีทางสำเร็จ ถ้าจะทำให้สำเร็จ ต้องให้คนไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนดำเนินการฉะโรงกลั่นฯอมโควตาขายกลุ่มค้าส่งต่อมา เวลา 15.30 น. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อภิปรายว่า วิกฤติขาดแคลนน้ำมันของจริง ยังมาไม่ถึง จะตามมาจริงในอีก 1 เดือนข้างหน้า หลัง ช่วงสงกรานต์ เหมือนดูดหลอดกาแฟลมยังมาไม่ถึง ไอ้โม่งคือโรงกลั่นน้ำมัน ต้องไปถามโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 โรง และเครือข่ายว่าน้ำมันหายไปไหนมากกว่า ช่วงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช.เป็น รมว.พลังงาน ปี 68 น้ำมันปกติของไทยกลั่นวันละ 1 ล้านบาร์เรล 1 บาร์เรล เท่ากับ 159 ลิตร ปี 68 ไทยผลิตน้ำมันอย่างน้อย 159 ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเพียงพอ มากเกินความต้องการใช้ แต่เหตุใด หน้าปั๊มน้ำมันจึงไม่มีน้ำมันพอขาย สงครามเกิดวันที่ 28 ก.พ.69 ราคาน้ำมันสำเร็จรูปกระชากขึ้นเมื่อต้นเดือน มี.ค. เกิด 2 ราคา ราคาค้าปลีกไม่ถึง 30 บาท/ลิตร ที่หน้าปั๊ม แต่ราคาค้าส่งกลับสูงไปถึง 50 บาท/ลิตร โรงกลั่นย่อมต้องขายให้กลุ่มค้าส่งเพราะขายได้ราคา แพงกว่า กำไรมากกว่า เป็นเหตุให้กลุ่มค้าปลีกหน้าปั๊มน้ำมัน เกิดขาดแคลนน้ำมันที่หน้าปั๊ม โดยเฉพาะปั๊ม ที่เป็นระบบแฟรนไชส์ถูกตัดโควตาก่อน เพราะโรงกลั่น และคลังน้ำมันนำน้ำมันส่วนนี้ไปขายให้กลุ่มค้าส่งแนะใช้ ก.ม.ทุบบังคับขายราคาเดียวเมื่อรัฐบาลประกาศอุ้มตรึงราคา ใช้กองทุนน้ำมันฯชดเชยส่วนต่างให้เปลี่ยนราคาเรื่อยๆ โรงกลั่น จึงเก็บน้ำมันรอนำออกไปขายตอนราคาสูงกว่า นายกฯ มาถูกทางแล้ว ใช้ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันสภาวะการ ขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ.2516 ห้ามส่งออก แต่ยังไม่ได้ใช้กฎหมายนี้สั่งตรึงราคาโดยไม่ชดเชย รัฐบาลควรใช้กฎหมายทุบโรงกลั่นน้ำมัน ประกาศให้ขายราคาเดียว หรือใช้คณะกรรมการกลางของกระทรวงพาณิชย์ให้กำหนดราคาแทนรัฐบาลต้องคิดใหม่ใช้ พ.ร.ก. ปี 16 ต้องกำหนดราคาขายน้ำมันราคาตายตัว เพราะเขาใช้ต้นทุนเก่าเดือนที่แล้ว ที่มีราคาสมมติที่เพิ่มสูงขึ้น หากนายกฯสั่งให้เป็นราคาเดียวได้ ไม่เกิดกลไก 2 ราคา หากโรงกลั่นจะขอชดเชยขาดทุน ให้ทำเรื่องขอมาที่ คณะกรรมการกองทุนน้ำมันฯ ไม่ใช่ชดเชยอัตโนมัติที่ทำกันทุกวันนี้ โรงกลั่นย่อมต้องรู้ต้นทุนและกำไรขาดทุนดีอยู่แล้ว ขอขีดเส้นใต้ 500 ครั้ง กองทุนน้ำมัน ไม่ได้มีไว้ชดเชยกำไรโรงกลั่น นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ“ยศชนัน” ชี้แนว 3 มิติทางแก้วิกฤตินายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพท. ลุกขึ้นอภิปรายในสภาฯเป็นครั้งแรกว่า วิกฤติครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับกระทรวงพลังงานอย่างเดียว เป็นความร่วมมือของหลายกระทรวง เป็น 3 มิติบริหารจัดการวิกฤติตะวันออกกลางได้แก่ มิติที่ 1 ปัจจัยสี่ ต้องดูแลเรื่องกลไกราคา การรักษาพยาบาล มิติที่ 2 ที่อยู่อาศัย ค่าไฟ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จำเป็นต้องดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน มิติที่ 3 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาน้ำมันในอนาคต ใช้ระบบดิจิทัลติดตามตั้งแต่โรงกลั่น ไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน หวังว่าจะผลักดันเรื่องนี้อย่างทั่วถึง ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด แต่ต้องวางลำดับการจัดการให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศปชน.ฉุน รมต.เมินแจงญัตติด่วนต่อมาช่วงเย็น นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ทวงถามความคืบหน้าจะมี ครม.มาตอบญัตติด่วนหรือไม่ ถ้าไม่กล้ามาให้บอกมาตรงๆ มีเหตุผลอะไรที่ไม่มาแม้เป็นญัตติด่วน แต่เป็นเรื่องสำคัญที่รู้ล่วงหน้าขอให้ชี้แจง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท.ว่าที่ประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นญัตติด่วนด้วยวาจา ไม่ใช่กระทู้ถามสด ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ได้ประสานให้ ครม.ทราบแล้ว แต่ถ้าต้องการให้มาตอบตอนนี้ขออภัย ควรให้ฝ่ายบริหารแก้ปัญหาประชาชน ส่วนประชุม ศบก.เสร็จแล้วจะมาตอบหรือไม่จะแจ้งให้ทราบอีกทีแฉเรือขนน้ำมันเถื่อนส่งโรงกลั่นเวลา 18.15 น. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. อภิปรายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เราพบเห็นแล้วคือเรือที่ออกไปหาปลาเห็นเรือที่แอบขนน้ำมันเถื่อนมาขึ้นทางชายฝั่งไปยังโรงกลั่นที่มีการขออนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น รง.105 รง.106 ขอให้ไปตรวจสอบว่าระยะเวลาที่ผ่านมา มีการอนุญาตให้โรงกลั่นใดบ้าง มีการขนขึ้นที่ จ.สมุทรสาคร สมุทรปราการ อยุธยา ไปตรวจสอบได้ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกอย่างดี สุดท้ายเมื่อกลั่นเสร็จเอาไปขายฟันกำไร ทั้งประมงและเกษตรรับรู้เรื่องนี้ แต่นั่งดูตาปริบๆทำอะไรไม่ได้ เรื่องเหล่านี้หน่วยงานภาครัฐมองไม่เห็น คนเป็นรัฐบาลต่อเนื่องมามองไม่เห็นเลยหรือ ทนดูได้อย่างไรให้ประชาชนนอนเฝ้าและกางมุ้งในปั๊มน้ำมันในรัฐบาลท่าน ไม่อายหรือที่เกิดขึ้นแล้วจริงๆในประเทศไทยชี้เป้าไอ้โม่งตุนน้ำมันอยู่ 6 แห่งนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายว่า กำลังตามหาไอ้โม่งที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงในประเทศไทย หากวันนี้เปิดให้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทยได้ ไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันอยู่ต้องปล่อยน้ำมันออกมา จะมาเฉลยไอ้โม่งตัวนั้นเป็นใคร คนที่กักตุนตามหาง่ายที่สุดจากผู้กลั่นน้ำมันในไทยที่มีอยู่ 6 โรง 3 โรงถือหุ้นโดย ปตท. 45% อีก 2 โรงถือหุ้นโดยบางจาก ประกอบด้วยกองทุนวายุภักษ์ สำนักงานประกันสังคมและกระทรวงการคลัง ถือหุ้นรวม 34% ส่วนอีก 1โรงถือหุ้นโดยเอกชน คือ เชฟรอน หากจะตามหาน้ำมันให้ตามจาก 6 โรงนี้ หากนายกฯเรียกโรงกลั่น 6 แห่งมาคุยแล้วพูดกันไม่รู้เรื่อง ให้เปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ เพื่อให้โรงกลั่น 6แห่งนี้ต้องขายแข่งกับตลาดโลก ทำให้น้ำมันลดลงทันที 7 บาท และยังยกเว้นเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แม้รัฐจะเสียรายได้ 2.4 แสนล้านบาท แต่เคยทำมาแล้วปี 65 สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 3 บาทต่อลิตร ขณะนั้นน้ำมันบาร์เรลละ 100 เหรียญสหรัฐฯแพงกว่าตอนนี้ยังทำได้ หากวันนี้เปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ยกเลิกแวตน้ำมันทุกประเภท รวมเสียรายได้ 3 แสนล้านบาท แต่ประชาชนมีน้ำมันใช้อีกครั้ง รัฐต้องเสียสละถ้าทำ 3 เรื่องนี้สำเร็จจะกลับไปใช้น้ำมันได้เพียงพอบอกใบ้ “พิพัฒน์” รู้ดีไอ้โม่งคือใครเวลา 19.45 น. นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า มี 4 ไอ้โม่งที่เคยกักตุนน้ำมันคือ 1.โรงกลั่นน้ำมัน ที่รัฐบาลไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการผลิตน้ำมันของโรงกลั่น 2.คลังน้ำมัน 3.พ่อค้าคนกลาง ที่ล่าสุดมีการกักตุนน้ำมัน 3 แสนลิตร ที่ จ.อ่างทอง ผ่านมาหลายวันรัฐบาลไม่พยายามเอาผิด 4.รถขนส่งน้ำมัน ที่รถหลายร้อยคันจอดเฉยๆนิ่งๆ คือเครื่องมือที่ไอ้โม่งใช้กักตุนน้ำมันหรือไม่ ยังมีไอ้โม่งที่เป็นโจรเอาน้ำมันไทยไปขายต่างประเทศ ทำกำไรเกือบเท่าตัว หากรัฐบาลยังตีรวนไม่ตรวจสอบ ไอ้โม่งก็รวยต่อไป ไอ้โม่งเหล่านี้มีศักยภาพกักตุนน้ำมันมากกว่าประชาชนแน่นอน ถ้าถามว่าไอ้โม่งที่มีส่วนกักตุนน้ำมันคือใคร นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม น่าจะตอบเรื่องนี้ได้ดีกว่าตนแน่นอน เพราะมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ในธุรกิจนี้อย่างดี วิกฤติพลังงานประเทศเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แต่ไม่เห็นความพยายามรัฐบาลอุดรูรั่ว ยิ่งรัฐบาลนิ่งเฉยไม่ตอบว่าน้ำมันหายไปไหน ประชาชนยิ่งสงสัยว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ หรือมีส่วนรู้เห็นเข้าไปหากินในวิกฤติพลังงานสส.แห่พกปิ่นโตมากินในสภาฯผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังมีกระแสสังคมกดดันให้ตัดลดงบฯอาหารเลี้ยง สส. พรรค ภท.มีมติให้ สส.นำอาหารมาทานเอง ในการประชุมสภาฯวันที่ 25 มี.ค. มี สส.หลายคนและหลายพรรคต่างหอบปิ่นโตอาหารกลางวันมาทานเองที่สภาฯ ต่างโชว์ปิ่นโตให้ผู้สื่อข่าวดู อาทิ นายชนะวุธ อุทโท สส.กาฬสินธุ์ พรรค พท. นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ลงมาซื้ออาหารกลางวันที่โรงอาหารสั่งข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว ระบุว่าจะลองซื้ออาหารไปเรื่อยๆให้ครบทุกร้าน โปรโมตร้านให้โรงอาหารไปด้วย โอเคที่ สส.หลายคนพกปิ่นโตมาด้วย อย่างน้อยมีจิตสำนึกที่ดี ทั้งนี้บรรยากาศโรงอาหารรัฐสภา ชั้นบี 2 ช่วงกลางวันคึกคักเป็นพิเศษ มีบรรดา สส.ลงมาซื้ออาหารทานเองจำนวนมากโดยเฉพาะ สส.พรรค ภท.ยกคณะลงมานั่งทานอาหารกันเป็นกลุ่ม นำทีมโดยนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯครม. “หนู 2” ส่งประวัติครบถ้วนแล้วสำหรับความคืบหน้าการส่งประวัติและคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ใน ครม. อนุทิน 2 ให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ตรวจสอบ ล่าสุดบุคคลที่ถูกเสนอรายชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีส่งประวัติและคุณสมบัติให้ สลค.ตรวจสอบครบแล้ว อยู่ระหว่างส่งให้หน่วยงานต่างๆเร่งตรวจสอบให้เสร็จโดยเร็ว ขณะเดียวกันมีการเผยแพร่เอกสารแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ลาออกจากประธานกรรมการและประธานกรรมการอิสระ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.ให้เหตุผลลาออกจากตำแหน่ง/บริษัท เนื่องจากมีภารกิจอื่น โดยมีชื่อมาเป็นรองนายกฯฝ่ายกฎหมายแทนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ“ทวี” จี้จับกุมคนยิง “สส.กมลศักดิ์”เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) พร้อมนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรค ปช.และ สส.ของพรรค ร่วมแถลงถึงกรณีนายกมลศักดิ์ถูกลอบยิงที่ทางเข้าบ้านพักส่วนตัวใน จ.นราธิวาส เรียกร้องให้ตำรวจหรือผู้เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนให้ถึงผู้บงการหรือผู้ใช้ผู้จ้างวาน สะท้อนความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ขนาด สส.ในพื้นที่ที่คะแนนมากที่สุดใน จ.นราธิวาสยังถูกลอบยิง ไม่ได้รับความปลอดภัย แล้วประชาชนจะเป็นอย่างไร ก่อนลงมาแถลงข่าวนายกฯได้เข้ามาพูดคุยกับตน รับปากว่าจะเร่งรัดติดตามให้ แต่อยากให้มีการสืบสวนจับกุมถึงต้นทาง ไม่ใช่การกดดันตามหลักวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เชื่อว่ามีการทำเป็นขบวนการ ติดตามตั้งแต่จากสนามบินถึงหน้าบ้าน จนคนร้ายมั่นใจจึงลงมือ ขณะที่นายกมลศักดิ์กล่าวว่า ยืนยันไม่มีความขัดแย้งกับใคร ให้โอกาสฝ่ายสืบสวนทำงานก่อน หวังว่าจะหาตัวผู้กระทำผิดและจะถึงตัวผู้บงการปชน.จี้ศาล รธน.เปิดงบฯดูงานอียิปต์เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรค ปชน.แถลงกรณีสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะไปดูงานประเทศอียิปต์ วันที่ 24 เม.ย.-2 พ.ค.69 วงเงิน 2,954,000 บาท ว่า เป็นเรื่องใหญ่ใช้ภาษีประชาชน ช่วงที่รัฐบาลเพิ่งประกาศให้หน่วยงานรัฐระงับไปดูงานต่างประเทศ มีอะไรต้องบินไปถึงอียิปต์ ควรเป็นประเทศที่โดดเด่น ด้านนิติธรรม สิทธิเสรีภาพ ความเป็นอิสระศาล แต่อียิปต์ไม่ใช่ประเทศแบบนั้น ต้องเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบที่ถูกปิดไปครึ่งสนามบินจะไปได้หรือไม่ หากยกเลิกจะคืนเงินได้หรือไม่ ป.ป.ช.คงต้องไปตรวจสอบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ พิจารณาความคุ้มค่าการเดินทางมีผู้ร่วมคณะ 37คน ใช้งบฯเกือบ 3 ล้านบาท เดินทาง 9 วัน 8 คืน แต่เรียนรู้จริงเพียง 22 ชั่วโมง เรียกร้องให้เปิดเผยสัญญาทั้งหมด ค่าใช้จ่ายแยกรายการโดยละเอียด เหตุผลเลือกอียิปต์เป็นประเทศต้นแบบและผลลัพธ์ที่คาดจะได้รับอย่างเป็นรูปธรรมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่