“อนุทิน” ยอมรับเลิกตรึง “ดีเซล” กระทบราคาสินค้าสั่งดีเอสไอ-ตำรวจ จัดการลอบเก็งกำไร มั่นใจการลักลอบจะลดลงตามธรรมชาติ จะผ่านวิกฤติพลังงานไปได้ ย้ำ สงกรานต์ต้องไม่ขาด “เอกนิติ” สั่งไล่บี้เส้นทางขนส่งน้ำมัน ผุด 5 กลุ่ม ช่วยเหลือค่าครองชีพ ขณะที่ค่าไฟงวดใหม่จ่อพุ่ง “พาณิชย์” เพิ่มสินค้าควบคุมเป็น 71 รายการ ก.ยุติธรรม-ดีเอสไอ ลุยตรวจคลังน้ำมันเขียว จ.ระยอง หลังราคาพุ่งลิตรละ 40 หวั่นลอบขายต่างประเทศ ด้านบรรยากาศประชาชนหลายจังหวัด ทั่วไทยยังแห่เติมแถวยาวเหยียด ส่วนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โชเฟอร์สิบล้อเปิดแอร์นอนรอน้ำมันนาน 10 ชั่วโมง ดับสลดคารถวิกฤติสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อทำให้หลายจังหวัดทั่วไทยตกอยู่ในสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซลที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน มีรถต่อแถวรอคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด กลายเป็นภาพชินตาที่เห็นได้ทุกวัน ขณะที่รัฐบาลอุ้มดีเซลต่อไม่ไหวปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง“อนุทิน” รับเลิกตรึงดีเซลกระทบสินค้าที่อาคารรัฐสภา เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 25 มี.ค. ผู้สื่อข่าวสอบถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ถึงกรณีวิกฤติพลังงานทำให้ประชาชนวิวาทแย่งชิงน้ำมัน นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าถามเรื่องนี้ไม่ตอบ เมื่อถามย้ำว่า วิกฤตินี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเข้ามาแก้ไขใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบ ยังไม่ได้รับรายงาน ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลิกตรึงราคาน้ำมันดีเซลจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและปัจจัยความเป็นอยู่ของประชาชนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มันต้องมีบ้าง ต้องใช้กลไกที่มีอยู่ของกระทรวงต่างๆ เมื่อถามว่า จะบริหารอารมณ์ของประชาชนในช่วงนี้อย่างไร นายอนุทินตอบว่าทุกคนกำลังทำงานอยู่สั่งดีเอสไอ–ตำรวจจัดการลอบเก็งกำไรที่ทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ว่า รถคันนี้จองมาเป็นเดือนตั้งแต่ออกมาตรการประหยัดหลังงานวันนี้จะขับกลับเองแต่ยังใช้ไม่ค่อยเป็น เมื่อถามว่าก่อนเทศกาลสงกรานต์ สถานการณ์พลังงานจะดีขึ้นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องที่กังวลที่สุด คือจะมีน้ำมันใช้หรือไม่ แต่วันนี้ผ่านมา 3 สัปดาห์กว่าก็ชัดเจนว่าน้ำมันไม่ได้ขาด ส่วนที่มีการลักลอบเก็งกำไร ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมถึงตำรวจดำเนินการ นึกไม่ถึงว่าจะมีคนคิดทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ประเทศกำลังเกิดความเดือดร้อนมีปัญหา เราต้องดูปริมาณน้ำมันให้ชัวร์ว่ายังมีมั่นใจการลักลอบจะลดลงนายอนุทินกล่าวอีกว่า ตนได้จี้ถามไปยังกรรมการบริหารจัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถึงการสั่งปริมาณน้ำมันดิบที่ลากไปถึงสิ้นเดือน พ.ค.ยังจะเข้ามาเรื่อยๆ วันที่ 24 มี.ค.มีข่าวเป็นบวกมา เราส่งรายชื่อเรือไทยที่สั่งซื้อน้ำมันและสินค้า ทางการอิหร่านให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ ติดตามจนผ่านได้แล้วรายงานมา และวันนี้ได้บอกให้ทางคลังและโรงกลั่นต้องประกาศราคาหน้าคลังห้ามสูงกว่าโรงกลั่น ทุกคนก็ปฏิบัติตาม ขณะที่ราคาลอยตัวตามกลไกก็ทำแล้ว ฉะนั้นเรื่องการลักลอบก็จะลดลงโดยธรรมชาติ เมื่อลักลอบไปแล้วความผิดสำเร็จก็ต้องไปดำเนินการ มีรายชื่อ มีการตรวจ มีการสืบขยายผลเพิ่มเติมกลับบ้านสงกรานต์ต้องไม่มีปัญหาเมื่อถามย้ำว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ประชาชนเดินทางกลับต่างจังหวัด มั่นใจหรือไม่ว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลน นายอนุทินกล่าวว่า เป้าหมายคือประชาชนเดินทางไปกลับสงกรานต์ต้องไม่มีปัญหา เมื่อลดความตระหนกลงก็จะไปไล่จับพวกกักตุน ไม่ใช่ไอ้โม่งหรอก ที่เห็นๆกันนี่แหละ การกักตุนไม่ทำแค่ 50-100 ลิตร ต้องใช้คลังเยอะ ถ้าเราตรวจเจอ รมว.ยุติธรรม และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ดำเนินการอยู่แล้ว ได้สั่งการ รมว.คลัง และหน่วยงานที่หามาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะเรื่องภาษีต่างๆที่เราจะช่วยได้ เช่น ด้านการขนส่งน้ำมันหรือสินค้า เราจะดูให้ครบมากที่สุด เมื่อถามว่าจะต้องกลับมาใช้มาตรการเวิร์กฟรอมโฮมที่เคยสั่งการไปแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นมาตรการปกติ ถ้าทำได้ก็ดีที่สำคัญคือ อยากให้ตระหนักว่าแม้เราไม่มีปัญหาเรื่องการนำเข้าน้ำมันดิบก็ควรตระหนักถึงสถานการณ์โลกที่มีสงครามอยู่ ต้องพึ่งพาตัวเอง ใช้พลังงานด้วยความประหยัดมั่นใจผ่านวิกฤติพลังงานไปได้นายอนุทินกล่าวต่อว่า ตนได้บอกทุกหน่วยงานให้ประหยัด เพราะปริมาณน้ำมันที่ใช้แต่ละวันปกติคือ 67 ล้านลิตร แต่ตอนนี้เพิ่มมาเป็น 80 ล้านลิตร อาจมีคนที่กังวลและไปกักตุน ขอย้ำว่าไม่ต้องกังวลเรามีพอ หากปริมาณกลับมาที่ 67 ล้านลิตร เท่ากับยังไม่ทำอะไรเลย สถานการณ์เหมือนช่วงก่อนจะมีสงคราม เมื่อถามว่าข้อมูลมีในมือทุกอย่างต้องมีการปรับกลยุทธ์อย่างไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า บางทีตนก็พยายาม รับรองทุกคนเขาทำงานกันหมด แต่บางทีเรื่องการพูดการออกไปตอบโต้ตรงนั้นตรงนี้ ถ้ามัวออกไปตอบโต้ก็ไม่ต้องทำงาน หรือถ้ามัวแต่ไปตอบโต้ แล้วหวั่นไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ทุกเรื่องสิ่งที่เขามั่นใจว่าเขาทำอย่างนี้ถูก เขาก็เกิดอาการไขว้เขวก็จะไม่ทำ ถ้าไปพูดว่าทำไมไม่สื่อสารอย่างนั้นอย่างนี้ทำไมไม่ไปตอบโต้ อีกหน่อยเขาก็นั่งเงียบอย่างเดียว ก็ต้องมานั่งคิดคนเดียว แทนที่จะระดมสมองกันได้ เมื่อถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อจะพิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงานหรือไม่ นายอนุทินส่ายหน้าไม่ตอบ เมื่อถามว่าเจอเรื่องหินแบบนี้เครียดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มันก็ธรรมดา เราก็ต้องรับผิดชอบ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ทุกคนมีประสบการณ์ในการบริหารสถานการณ์วิกฤติ เราต้องผ่านตนมั่นใจถกแก้วิกฤติน้ำมัน–มาตรการช่วยเหลือต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินหารือแก้วิกฤติพลังงาน มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีชื่อจะมาเป็น รมว.พลังงาน ในรัฐบาลชุดใหม่ และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายเอกนิติเปิดเผยว่า จะมีเรื่องน้ำมันและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ วันนี้ราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนมาก เมื่อถามว่าประชาชนกังวลวิกฤติพลังงานกับค่าครองชีพรัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลืออย่างไร นายเอกนิติกล่าวว่า เตรียมพร้อมไว้ทุกอย่างแล้ว เมื่อมีรัฐบาลก็พร้อมดำเนินการ“เอกนิติ” สั่งไล่บี้เส้นทางขนส่งน้ำมัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ สั่งการให้กระทรวงพลังงานลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่นถึงสถานีบริการน้ำมัน เพื่อหาคำตอบต่อประชาชน หลังเกิดปัญหาน้ำมันหมดปั๊ม และมีการต่อคิวยาว ทั้งที่ทุกฝ่ายยืนยันว่าปริมาณน้ำมันในประเทศเพียงพอ โดยให้ตรวจสอบตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ รายกลาง จนถึงปั๊มน้ำมัน ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังได้เสนอแนวทางปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา หากลดภาษีลิตรละ 1 บาท จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ราว 2,700-2,800 ล้านบาทต่อเดือน จากปัจจุบันที่จัดเก็บภาษีดีเซลลิตรละ 6 บาท5 กลุ่มช่วยค่าครองชีพนายเอกนิติเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชนจากวิกฤติพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เตรียมเสนอแพ็กเกจช่วยเหลือต่อคณะรัฐมนตรีทันทีที่รัฐบาลทำงานอย่างเป็นทางการ จะครอบคลุม 5 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.45 ล้านคน ภาคขนส่ง ภาคเกษตร ผู้รับเหมาภาครัฐ และผู้ประกอบการผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยเบื้องต้นอาจเพิ่มเงินช่วยเหลือบัตรสวัสดิการอีกคนละ 300 บาทต่อเดือนเป็นเวลา 3-6 เดือน ใช้งบจากงบกลางฉุกเฉินและการบริหารงบประมาณที่ยังไม่เบิกจ่าย พร้อมย้ำขณะนี้ยังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดวงเงินและระยะเวลาแต่พร้อมเสนอ ครม.ทันทีเมื่อแล้วเสร็จ เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของประชาชนอย่างเร่งด่วนค่าไฟฟ้างวดใหม่จ่อพุ่งนายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ.มีมติเปิดรับฟังความคิดเห็นอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) งวดเดือน พ.ค.-ส.ค.นี้ จำนวน 3 ทางเลือก จะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95-4.59 บาทต่อหน่วย ทางเลือกสูงสุดจะเรียกคืนภาระต้นทุนคงค้างทั้งหมดของ กฟผ. ส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น 18% ขณะที่ทางเลือกกลางให้ กฟผ.รับภาระต้นทุนแทนประชาชน ค่าไฟเพิ่ม 5% และทางเลือกต่ำสุดให้ กฟผ.รับภาระต้นทุนพร้อมนำเงิน Claw back มาช่วยพยุงราคา ทำให้ค่าไฟเพิ่มเพียง 2% โดย กกพ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 25-31 มี.ค.นี้ พร้อมระบุว่าหากรัฐบาลมีนโยบายตรึงค่าไฟไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย หรือช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟน้อย รัฐจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณ 878 ล้านบาท มาอุดหนุนกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน หรือใช้มาตรการทางการเงินเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม“พาณิชย์” ลุยตรวจเข้ม 2,726 แห่งที่ทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกัน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันของศูนย์บริหารและติดตาม สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า พาณิชย์จังหวัด 16 จังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับพลังงานจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งแต่วันที่ 5-24 มี.ค. รวมทั้งสิ้น 2,726 แห่ง แบ่งเป็นสถานีน้ำมัน 1,650 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ย 569 แห่ง ตลาดห้างค้าปลีก 57 แห่ง ตรวจพบการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการใน 9 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 14 ราย ไม่ปิดป้ายประกาศราคาสินค้า ได้แจ้งข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบปรับ ส่วนเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 รวม 372 คำร้อง ตรวจพบไม่ติดป้ายราคา 14 ราย ราคาไม่ตรงป้าย 3 ราย ติดป้ายไม่ชัดเจน 1 ราย ไม่พบการกระทำความผิด 119 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 235 คำร้องเพิ่มสินค้าควบคุม 71 รายการนายนันทพงษ์กล่าวอีกว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) พิจารณาสินค้าควบคุมเพิ่ม 12 รายการ ตั้งแต่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพ เช่น น้ำขวด และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนจากเดิมมี 59 รวมเป็น 71 รายการ สินค้าที่ต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ก่อนขึ้นราคาเดิมมี 8 รายการ จะเพิ่มอีก 13 รายการ รวม 21 รายการ อาทิ กระดาษชำระ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน สบู่ แชมพู หากได้รับการอนุมัติภายใต้ กกร. จะนำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาในวันที่ 31 มี.ค. เมื่อถามว่ามีบางพื้นที่ราคาสินค้าปรับขึ้นแล้ว นายนันทพงษ์ตอบว่า ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก อาทิ อาหารสด เช่น ไก่ หมู เพิ่มประมาณ 10 บาท เกิดจากราคาโครงสร้างราคาต้นทุน เช่น พลังงานและค่าขนส่ง“พิพัฒน์” ทางออกสู้สงครามยืดเยื้อเวลา 17.50 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบก. กล่าวภายหลังการประชุมสถานการณ์น้ำมันว่า นายกฯได้สั่งการให้หลายหน่วยงานเร่งบูรณาการหาทางออกกรณีสงครามอาจยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร รัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรบ้าง ให้กระทรวงการคลังไปศึกษาและรายงานในเรื่องของข้อเสนอให้มีการเก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่นรวมทั้งข้อเสนอในเรื่องการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ตลอดจนให้ สศช. กระทรวงพลังงาน และกองทุนน้ำมันฯ เตรียมมาตรการรับมือวิกฤติที่อาจลากยาวออกไป การปราบปรามการลักลอบกักตุน กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมธุรกิจพลังงาน จะลงพื้นที่สุ่มตรวจเข้มงวด โดยกระทรวงคมนาคมจะสนับสนุนข้อมูล GPS เพื่อแกะรอยผู้กระทำผิด โดยนายพิพัฒน์ยังได้ชี้แจงถึงการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน มีข้อจำกัดของอำนาจรัฐบาลรักษาการ และเรียกร้องให้ผู้ที่โจมตีหันมาเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ร่วมกันคลายสต๊อก 0.5% น้ำมันไหลมากขึ้นด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ที่ประชุม ศบก.พูดคุยสองเรื่องหลักๆคือ เรื่องสถานการณ์หลังจากที่ได้มีการกระจายน้ำมันไปยังประชาชน มีการกระจายน้ำมันออกไปอย่างไรบ้าง และเรื่องของระบบข้อมูล (Dash board) จากการหารือกับผู้ค้ามาตรา 7 ที่ได้ให้ความร่วมมือในการรายงานข้อมูลเพื่อให้ประชาชนทราบเส้นทางน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่ต้นทางจนถึงสถานีบริการ จากที่ได้มีการพูดคุยกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ทุกรายรายงานว่า ขณะนี้น้ำมันเชื้อเพลิงได้มีการปล่อยออกไปมากขึ้นกว่าในช่วงก่อนหน้าจากผลของการที่ผ่อนคลายตัวของสำรองน้ำมันของผู้ค้าที่ลดลง 0.5% รัฐบาลได้ออกประกาศให้เลื่อนไปก่อน ส่วนการกระจายน้ำมันไปยังผู้ค้ารวมทั้งสถานีบริการไปยังให้กับผู้ค้ามาตรา 10 และสถานีบริการสามารถทำได้ดีขึ้นจากการที่มีการผ่อนคลายระยะเวลาการขนส่งรถน้ำมันทำให้การขนส่งไปยังสถานีบริการน้ำมันที่น้ำมันหมดที่สถานีบริการสามารถทำได้เร็วขึ้น และตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. ได้จัดสรรน้ำมันออกไปให้กับผู้ค้าจ๊อบเบอร์ 7,000,000 ลิตรต่อวัน ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดปัญหาน้ำมันขาดในประเทศลุยตรวจคลังน้ำมันเขียว จ.ระยองที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบผู้ค้าน้ำมัน ว่า บ่ายวันนี้จะไปตรวจคลังน้ำมันบริษัท IRPC จ.ระยอง เป็นบริษัทแห่งเดียวที่ผลิตน้ำมันเขียวใช้ในกลุ่มเรือประมงขนาดใหญ่ จึงต้องตรวจให้ครบวงจร เนื่องจากเป็นน้ำมันได้สิทธิพิเศษยกเว้นภาษี ไม่ถูกเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ปัจจุบันน้ำมันเขียวมีราคาสูง จำหน่ายลิตรละ 40 บาท เกรงว่าอาจมีการลักลอบนำไปขายต่างประเทศ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ดีเอสไอ ได้สรุปผลการตรวจผู้ค้าน้ำมัน 55 ราย เป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ตามมาตรา 7 และผู้ค้าคนกลางตามมาตรา 10 จำนวน 245 ราย เบื้องต้นไม่พบการกระทำผิดหรือมีการกักตุนน้ำมัน ผู้ค้าทุกรายปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ดี การไปตรวจหน้าคลังน้ำมัน เพื่อต้องการทราบปริมาณน้ำมัน ตัวเลขนี้ตรวจสอบกับทางกรมธุรกิจพลังงานก็ได้ แต่ที่ดีเอสไอไปดูเพราะต้องการทราบมีปริมาณน้ำมันที่เหลือแค่ไหน ที่ก้นคลังเหลืออยู่เท่าใด พบว่ามีบางส่วนที่ไม่สามารถดึงออกมาได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็สามารถเข้าใจได้ ทั้งหมดเป็นไปตามคำสั่งอย่างเข้มงวดจับลักลอบกักตุน จ.สระบุรีนายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศปค.) เปิดเผยว่าได้ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี หลังได้รับข้อมูลการลักลอบค้าหรือกักตุนน้ำมัน จากการตรวจสอบพบจุดต้องสงสัย 3 จุด มีการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้แจ้งและไม่ได้รับอนุญาตรวม 40,000 ลิตร เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ที่ห้ามมีการเก็บรักษาน้ำมันในปริมาณเกิน 15,000 ลิตร เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไปสิบล้อนอนรอดับคาปั๊มที่บริเวณลานจอดรถปั๊มน้ำมัน ปตท.กุยบุรี ฝั่งล่องใต้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร.ต.อ.บัญชา สุขกรง พนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังรับแจ้งพบผู้เสียชีวิตภายในรถบรรทุกสิบล้อที่จอดอยู่ภายในปั๊ม พบรถบรรทุกสิบล้อสภาพคลุมผ้าใบมิดชิด เครื่องยนต์ยังสตาร์ตทิ้งไว้ ภายในรถพบร่างของนายพุธ นุชบุตร อายุ 51 ปี บ้านอยู่ ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นอนแน่นิ่งอยู่ภายในแค็บหลังเบาะคนขับ พนักงานของปั๊มเผยว่า รถเลี้ยวเข้ามาจอดเวลา 22.53 น. วันที่ 24 มี.ค. นานกว่า 10 ชั่วโมง มาพบศพในช่วงเช้า ไม่ทราบว่าจอดรอคิวเติมน้ำมันหรือรอเวลาให้บริการ เปิดแอร์นอนไม่แง้มกระจกทำให้ก๊าซจากไอเสียรถวนกลับเข้ามาในห้องโดยสารอาจทำให้ขาดอากาศหายใจหรืออาจมาจากปัญหาสุขภาพ แพทย์ได้นำร่างส่งชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่