แค่คำว่าปล่อย “ลอย” เรตติ้งหวิด “ปลิว” เป็นว่าวดีที่คนรัฐบาลพากันมาโดดอุ้มได้ทัน เพราะทุกขลาภทำเป๋แท้ๆ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ยังไม่ทันประกอบร่างรัฐบาลภูมิใจไทยจนเสร็จสิ้นกระบวนการ หน้างานร้อนๆจากสถานการณ์สงครามกระทบพลังงาน สินค้าข้าวของเครื่องใช้ตรึงราคาพลังงานมาไม่กี่วัน ฝืนอุ้มไม่ไหว พ่วงด้วยเสียงค่อนขอด ปล่อยน้ำมันขาด ทั้งที่ป่าวประกาศว่ามีล้นสต๊อก มีให้ใช้กันชิลๆได้อีก 100 กว่าวัน พ่วงข้อสงสัยถึงไอ้โม่ง ไอ้กั๊ก ไอ้โกง ที่ยังไม่เคลียร์ถ้าพิสูจน์ทราบว่ามีโยงเครือข่ายรัฐบาลได้ประโยชน์เสี่ยงพังแน่วันนี้สถานการณ์ก็เดินมาถึงจุดที่รัฐบาลต้องประกาศเลิกตรึง เลิกแทรกแซงราคา นายกฯบอกต้องปล่อยตามกลไกตลาด ลอยเคว้งแบบไม่มีเพดาน จะลากไปถึงลิตรละ 50 บาทหรือไม่ก็ไม่บอกให้ชัดแต่ก็ยังดีที่คนรัฐบาลยังไวต่อกระแส จัดมืออาชีพออกมากางแผนเปิดมาตรการดูแลผลกระทบ บริหารความรู้สึกของชาวบ้านทันทีทันควันแล้วก็ไม่เกินคาด ต้องใช้บริการ “เทคโนแครต” มาตรึงแต้ม เป็นรายการที่ “ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและ รมว.คลัง ได้ฤกษ์ออกมาโชว์ของแท้ นักบริหารการคลังระดับมืออาชีพจัดแผนมากางโชว์ชัด ออก 5 มาตรการ ดูแล 5 กลุ่ม อุ้มเกือบครบทุกภาคส่วน พร้อมกับคุมผลกระทบข้างเคียง ทั้งกลุ่มเปราะบาง รายได้น้อย ภาคขนส่ง รถรับจ้าง แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ เกษตรกร ประมง ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรม ผู้รับเหมาก่อสร้างยังไม่รวมแผนบริหารจัดการราคาน้ำมันระยะยาว ลดภาษีสรรพสามิต กู้เพิ่มเข้ากองทุนน้ำมันแต่ชุดมาตรการทั้งหมดที่ว่ามา ต้องรอรัฐบาลเข้ามาบริหารมีอำนาจเต็มอย่างเป็นทางการวันนี้แค่นำร่อง งัดแผนมาเบรกอารมณ์ หยุดความแตกตื่นเพราะบริหารบ้านเมือง บริหารอารมณ์ความรู้สึกประชาชน ไม่รีบไม่ได้เรื่องนี้ถ้าผู้นำและที่ปรึกษาใหญ่ไม่มั่นใจจนล้น จนเหิมห้าวจากแต้มต่อ ทั้งกระแสหนุน เสียงแน่น เส้นใหญ่แบ็กอัปดี เชื่อว่าสูตรนั้นเกมอยู่แล้ว และได้มืออาชีพ “ดร.เอกนิติ” ปั่นงานช่วยทันควันเช่นกันในทีม 3 แม่ครัว โชว์อยู่ข้างกระป๋องค่ายบ้านใหญ่ภูมิใจไทย อีก 2 ราย ก็เริ่มเข้าฝักโดยที่คงเส้นคงวา คงดีกรีเก๋าอย่าง “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ทักษะการทูต การเจรจาความเมือง ช่วงภาวะสงครามสู้รบ สงครามภาษี ประสบการณ์ถูกนำมาใช้ครบล่าสุดทั้งเจรจาอิหร่านช่วยดูแล 3 ลูกเรือไทยที่ตกค้าง และยังประสานช่วยเรือขนน้ำมันของไทยผ่านช่องแคบอันตรายฮอร์มุซสำเร็จแล้ว 1 ลำ จ่อฉลุยอีก 1 ลำเพื่อขนน้ำมันมาเติมเข้าแท็งก์ ตุนสต๊อกให้ประเทศขณะที่ฟอร์มฝืดมีคิวหลุดไปบ้าง “ซุปเปอร์จี” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ รู้แล้วว่าบริหารกิจการบ้านเมือง แตกต่างจากบริหารภาคเอกชน บริษัทต่างชาติ ธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่เคยสร้างชื่อมารับงานรอบนี้หนักหนาสารพัด ทั้งคุมราคาสินค้า น้ำมัน ก๊าซ และต้นทุนการผลิตเกษตรสำคัญอย่างปุ๋ยแม้ยังบริหารแนวรูทีนงานประจำ ออกมาตรการเฉพาะหน้า ที่ข้าราชการถนัดชงป้อนให้แต่ภาพรวมก็ยังประคองทรงได้อยู่เสียอย่างเดียว ไม่รู้เงื่อนไขของ “ซุปเปอร์จี” รับตำแหน่งแล้ว อยากโชว์เดี่ยว หรือแผนของภูมิใจไทย ต้องการปล่อยให้ “สาวแกร่ง” ได้อวดฝีมือเต็มๆเลยไม่ส่งรัฐมนตรีช่วยมาช่วยงานทำให้คิวบริหารวิกฤติ จัดการความหวังเป็นภาระหนักอึ้งแต่ถึงที่สุด “ศุภจี” หรือ “รมต.แต๋ม” คงไม่ยอมเสียแต้มเสียชื่อ ไม่ให้คำปรามาสที่ว่าแฟนคลับอวยเชียร์จนโอเวอร์เรต ไม่ให้คำว่า “ค่าเกินจริง” ต้องเป็นจริงทั้งหมดทั้งปวง ทั้ง 3 มืออาชีพสายแข็ง ณ จุดรอยต่ออำนาจรัฐบาลกับภาวะวิกฤติพลังงานถาโถม ทั้ง 3 คนก็คงต้องเป็น“เดอะแบก” ของรัฐบาลสีน้ำเงินเป็นความหวังของนายกฯ และเป็น “ความคาดหวัง” ของคนไทยมืออาชีพจะวัดความแท้จริงในคิวเผชิญวิกฤติหนนี้.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม