วันนี้ผมได้รับเชิญไปฟังสัมมนาเรื่อง “The Successor : Sustaining Family Business” การวางแผนส่งต่อธุรกิจครอบครัวอย่างยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องธุรกิจครอบครัว ศ.พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ คุณเปรมฤดี เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองประธานกรรมการบริหาร Family Office บล.เกียรตินาคินภัทร คุณอุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง รองกรรมการผู้จัดการเมืองไทยประกันชีวิต มาร่วมให้ความรู้ โดยมีทายาทธุรกิจตัวจริงมาร่วมแชร์ประสบการณ์ คุณจตุพร ดำเนินชาญวนิชย์ ทายาทธุรกิจกระดาษดั๊บเบิ้ลเอ (AA) คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ทายาทธุรกิจทองคำ วายแอลจี บูลเลี่ยน คุณธิดา แก้วบุตตา ทายาทธุรกิจสินเชื่อรายย่อยศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่นงานนี้จัดขึ้นที่ SCBX Next Tech ชั้น 4 สยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 13.00-16.30 น. ผู้จัดคือ วารสารการเงินธนาคาร และมีการเปิดตัวหนังสือ “ภูเขาไฟอยู่ในบ้าน” เขียนโดย คุณนวพล วิริยะกุลกิจ เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เรื่องความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัว และแนวทางในการจัดการกับความขัดแย้งเหล่านั้นเมื่อพูดถึง “ธุรกิจครอบครัว” หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆทางเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจครอบครัวมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่มาก ประเทศทุนนิยมในโลกส่วนใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัว เช่น สหรัฐฯ บริษัทใหญ่เล็กกว่า 70% เป็นธุรกิจครอบครัว ใน อังกฤษ ยุโรป เป็นธุรกิจครอบครัวเกินกว่า 80% แบรนด์เนมหรูที่คนไทยชอบใช้เกือบทุกยี่ห้อ ก็เป็นธุรกิจในครอบครัวทั้งสิ้น ยิ่งตะวันออกกลางน่าจะเกือบ 100% ในเมืองไทย เซ็นทรัล เดอะมอลล์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ไทยเบฟ และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กว่า 80% ก็เป็นธุรกิจครอบครัวมีคำกล่าวที่เป็นเหมือนคำสาปว่า “ธุรกิจครอบครัวอยู่ได้ไม่เกิน 3 ชั่วคน” ใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจครอบครัวจะเข้าใจดี การส่งต่อธุรกิจครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้มีการจัดการอย่างดีมีธรรมนูญครอบครัวแล้ว ก็ยังมีโอกาสขัดแย้งในหมู่พี่น้องได้ ตระกูลใหญ่หลายตระกูลจึงมีการตั้ง “สภาครอบครัว” ขึ้นมาเป็นองค์กรกลางในการแก้ปัญหาธุรกิจครอบครัวการส่งธุรกิจครอบครัวเป็นเรื่องใหญ่ของโลกทุกปี ข้อมูลล่าสุดจาก “The Great Wealth Transfer” ระบุว่า ปี 2569 คาดว่าจะมีการส่งต่อความมั่งคั่งในธุรกิจครอบครัวจากพ่อแม่ในยุคเบบี้บูมเมอร์ไปยังเจน Z และมิลเลนเนียม สูงถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ เอา 33 บาทต่อดอลลาร์คูณ ปีนี้จะมีส่งต่อมรดกความมั่งคั่งในธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นสูงถึง 198 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว ข้อมูลที่สนใจในการส่งต่อความมั่งคั่งในปีนี้ก็คือ ส่งต่อให้กับทายาทผู้หญิงสูงถึง 70% ในอนาคตจะมีมหาเศรษฐินีมากกว่ามหาเศรษฐีจากทายาทธุรกิจที่รับเชิญมาแชร์ประสบการณ์ในวันนี้ จะเห็นว่า เป็นผู้ชาย 1 ผู้หญิง 2 เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายตามเทรนด์โลกเลยทีเดียวเรื่องที่น่าสนใจในการเสวนาครั้งนี้เรื่องหนึ่งก็คือ “The Heart of Family Business : ความเข้าใจในบ้านคือรากฐานของความมั่งคั่งที่มั่นคง” โดย คุณเปรมฤดี เทพหัสดิน ณ อยุธยา ซึ่งสำคัญมากในหนังสือ “ภูเขาไฟอยู่ในบ้าน” ก็ได้ยกตัวอย่าง “ภูเขาไฟในบ้านกุชชี่ (GUCCI)” แบรนด์เนมชื่อดังที่คนไทยรู้จักดี เป็นกรณีศึกษาที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง แม้แบรนด์ GUCCI จะยังอยู่ แต่ไม่ใช่ของครอบครัวกุชชี่ ถูกซื้อไปเป็นธุรกิจในครอบครัวของ คุณเบอร์นาร์ด อาร์โนลด์ มหาเศรษฐีเจ้าของ หลุยส์ วิตตอง LVMHหนังสือ “ภูเขาไฟในบ้าน” ได้ชี้ให้เห็นถึง “7 ปัญหาที่สร้างความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัว” ที่น่าทึ่งก็คือ “ทั้ง 7 ปัญหาทำงานกันเป็นทีม” จึงไม่แปลกที่ครอบครัวเศรษฐีมากมายมักก้าวไม่ข้ามรุ่นที่ 3 เพราะทะเลาะแตกหักกันเองเหมือนครอบครัวกุชชี่ความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัว ไม่ใช่ทุกปัญหาแก้ได้ แต่สามารถบริหารจัดการได้ การส่งต่อธุรกิจครอบครัวให้ราบรื่น ต้องใช้ทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” วันนี้ผมตั้งใจไปฟัง ถ้ามีโอกาสจะนำมาเล่าสู่กันฟัง บริษัทในเมืองไทย 90% เป็นธุรกิจครอบครัว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ถ้าธุรกิจครอบครัวแข็งแรง เศรษฐกิจประเทศไทยก็แข็งแรงแน่นอนครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม