“ตำรวจทางหลวง” สกัดจับ “แก๊งตำรวจปลอม” กลางถนนพระราม 2 หลังได้รับการประสานว่า มีรถตู้กร่างโชว์ปืนข่มขู่ผู้ใช้รถใช้ถนน สกัดจับได้ยังเบ่งยื่นบัตรประจำตัวนายตำรวจยศ ร.ต.ต.สืบภาค 2 ให้ดู แต่ชุดจับกุมเอะใจตรวจสอบพบเป็นบัตรปลอม ในรถยังพบปืน 2 กระบอก วิทยุสื่อสาร 8 เครื่อง โดรน เสื้อเกราะ และป้ายทะเบียนรถปลอมอีกเพียบ แถมยาไอซ์ไว้เสพอีกจำนวนหนึ่ง ตรวจสอบประวัติหัวโจกพบเคยอ้างเป็นตำรวจกองปราบฯตบทรัพย์ชาวจีนจนถูกจับติดตะรางมา 3 ปี หลังพ้นโทษไม่เข็ดตั้งก๊วนตำรวจปลอมหากินอีกเดนคุกตั้งแก๊งตำรวจปลอมถูกล็อกตัวบนถนนหลวงรายนี้ เปิดเผยขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มี.ค. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. และ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. พร้อมกำลังร่วมกันแถลงจับกุมนายประกายเพ็ชร พิมล อายุ 51 ปี และนายอุทัย คำรัง อายุ 43 ปี บริเวณหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัย ถนนพระราม 2 อ.เมืองสมุทรสาคร ความผิดรวม 8 ข้อหา ประกอบด้วยข้อหามีและใช้เอกสารราชการปลอม ข้อหาสวมทะเบียนรถ ข้อหาใช้บัตรข้าราชการตำรวจปลอม ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครอง ข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต (เสื้อเกราะ) และข้อหามีเครื่องวิทยุคมนาคม (โดรน) โดยไม่ได้รับอนุญาตพล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. เผยว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงรับการประสานจากศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม ให้ช่วยสกัดจับรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮอ 2167 กรุงเทพมหานคร หลังผู้ขับขี่ใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้ใช้รถใช้ถนนหลวงคนอื่น บริเวณด่านชั่งน้ำหนักพระราม 2 กม.53 จ.สมุทรสาคร ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ตำรวจทางหลวงวางกำลังตามจุดสำคัญ ก่อนพบรถตู้ต้องสงสัยทะเบียนตรงตามที่ได้รับแจ้ง เข้าสกัดกั้นเพื่อเรียกตรวจสอบพบนายประกายเพ็ชร พิมล เป็นคนขับ แสดงบัตรข้าราชการตำรวจระบุชื่อ “ร.ต.ต.สมบูรณ์ รุ่งโรจน์” ตำแหน่งรอง สว.กก.1 บก.สส.ภ.2 ตบตาตำรวจทางหลวง แต่ชุดจับกุมไม่เชื่อข้อกล่าวอ้าง นำบัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ รอง สว.ดังกล่าวไปตรวจสอบในระบบพบว่า เป็นบัตรข้าราชการตำรวจปลอม ควบคุมตัวนายประกายเพ็ชร พร้อมด้วยนายอุทัย คำรัง ที่นั่งรถมาสอบสวนพล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. เผยว่า จากการตรวจค้นภายในรถตู้พบอาวุธปืนซิกซาวเออร์ รุ่น P365 ขนาด 9 มม.พร้อมเครื่องกระสุน และปืนแบลงก์กันอีก 1 กระบอก นอกจากนี้ ยังพบ แผ่นป้ายทะเบียนรถอีกหลายรายการ ตรวจสอบเบื้องต้นพบมีทั้งป้ายทะเบียนปลอมและป้ายทะเบียนที่ถูกระงับการใช้งานไปแล้ว ทำให้เชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาเอาไว้สับเปลี่ยนเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องหาให้การรับว่า สั่งทำป้ายทะเบียนปลอมผ่านคนรู้จักราคาคู่ละ 4,000 บาท เพื่อนำมาใช้กับรถที่ก่อเหตุ นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่ใช้ปฏิบัติงานจำนวนมาก มีทั้งโดรนขนาดเล็ก DJI Mini 4 Pro วิทยุสื่อสารแบบใส่ซิม 8 เครื่อง เสื้อเกราะ กันกระสุน เสื้อหน่วยงานตำรวจหลายสังกัด ป้ายห้อยคอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงยาไอซ์อีก 1 ถุงเล็กสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพบางข้อหา และให้การปฏิเสธบางข้อหา อาทิ อ้างว่าไม่ได้โชว์ปืนข่มขู่ชาวบ้านบนถนนพระราม 2 และบัตรข้าราชการตำรวจปลอมไม่ใช่ของตัวเอง ทั้งที่เป็นคนนำบัตรนายตำรวจยศ ร.ต.ต.ส่งให้ตำรวจทางหลวงตั้งแต่แรก ก่อนถูกตรวจสอบพบว่า เป็นบัตรข้าราชการตำรวจปลอม เบื้องต้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดี แต่ชุดจับกุมเชื่อว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนอยู่ในกลุ่มสวมรอยเป็นตำรวจขบวนการใหญ่ ก่อเหตุข่มขู่ แอบอ้างเป็นตำรวจอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายมานาน หลังจากนี้ชุดสืบสวนตำรวจสอบสวนกลางจะเข้ามาขยายผลหาตัวผู้ร่วมแก๊งต่อไปจากการตรวจสอบประวัติพบว่า เมื่อปี 2563 นายประกายเพ็ชรเคยก่อเหตุอ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบปราม ไปข่มขู่นักธุรกิจชาวจีนเรียกเงิน 20,000 บาท แลกการไม่ดำเนินคดี แต่ถูกตำรวจจริงซ้อนแผนจับกุมตัวได้ก่อน หลังจากถูกจำคุกอยู่ 3 ปีเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2565 แต่ไม่เข็ดหลาบกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก ขณะที่นายอุทัยมีประวัติคดีอาวุธมีดและยาเสพติดหลายครั้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่