พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกแผนงานช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ จำนวน 2 แสนล้านบาท ส่วนที่สองแผนงานส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงานและรองรับการเปลี่ยนผ่าน จำนวน 2 แสนล้านบาท รัฐบาลยื่นเข้าพิจารณาในสภาเพื่อขอมติอนุมัติในวันพฤหัสนี้ ซึ่งฝ่ายค้านจะเบรกไว้ก่อนโดยยื่นตีความในส่วนของแผนงานเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน เพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน ก็ต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาอย่างไรวันนี้ผมสนใจ อัตราค่าไฟสูตรใหม่ มากกว่าว่าจะเริ่มใช้ได้ทันรอบบิลเดือน มิ.ย.หรือไม่ สูตรคำนวณใหม่นี้โอบอุ้มคนรากหญ้าได้ตรงจุดและครอบคลุม พร้อมกับเป็นการขับเคลื่อนคนชั้นกลางและคนรวยสู่การใช้พลังงานยั่งยืนด้วยการติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ไว้ใช้เองสูตรค่าไฟอัตราใหม่คิดเฉพาะบ้านอยู่อาศัย ไม่เกี่ยวกับโรงงาน ร้านค้า การใช้ไฟ 200 หน่วยแรก คิดราคาต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 200-400 คิดราคาเท่าปัจจุบันประมาณ 4.20 บาทต่อหน่วย ส่วนหน่วยที่ 400 ขึ้นไป กำลังรอเคาะตัวเลข แต่ไม่ต่ำกว่า 5 บาทการกดราคาค่าไฟ 200 หน่วยแรกให้ถูกลง ทำให้ทุกครัวเรือนได้อานิสงส์กันหมด โดยเฉพาะ 17 ล้านครัวเรือนรากหญ้าที่ใช้ไฟฟ้าเดือนละไม่เกิน 200 หน่วย จะจ่ายค่าไฟถูกลงถึง 20% บ้านที่ใช้ไฟไม่เกิน 400 หน่วย มีประมาณ 6 ล้านครัวเรือน จะจ่ายค่าไฟถูกลง 10% ส่วนบ้านที่ใช้ไฟ 400-500 กว่าหน่วย ค่าไฟแทบไม่ต่างจากเดิมแต่บ้านที่ใช้ไฟเกินกว่า 500 หน่วย ซึ่งมีไม่ถึง 2 ล้านครัวเรือน ค่าไฟจะแพงขึ้น ทางออกที่ดีที่สุดคือการติดโซลาร์เซลล์ จะเรียกว่าเอากลไก ราคามาบีบก็ได้ แต่นโยบายนี้ส่งผลดีกับส่วนรวมมากกว่า และเป็นประโยชน์ระยะยาวรัฐบาลยังเตรียมมาตรการช่วยเหลือไว้ให้หลายอย่าง เช่น จัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยถูก หรืออาจถึงขั้นช่วยค่าดาวน์คนละครึ่ง ปรับลดขั้นตอนขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้เหลือเพียง 7 วัน จากเดิมที่ใช้เวลาหลายเดือน และขยายโควตารับซื้อไฟส่วนเกินคืน จากเดิมรับซื้อ 90 เมกะวัตต์ เป็น 500 เมกะวัตต์ ในราคาหน่วยละ 2.20 บาท และพร้อมขยายโควตาเพิ่มแบบไม่จำกัดบางคนรู้สึกว่าการติดโซลาร์เซลล์เป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ ขนาด 5 กิโลวัตต์ ราคาประมาณ 1.5 แสนบาท แต่ถ้ามองในเชิงเศรษฐศาสตร์คือการย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา แทนที่จะจ่ายค่าไฟทิ้งทุกเดือน ก็เอาค่าไฟที่ประหยัดได้มาเป็นเงินผ่อน พอผ่อนหมดหรือถึงจุดคุ้มทุน หลังคาโซลาร์เซลล์ก็จะเป็นสินทรัพย์ที่ผลิตไฟให้ เราใช้ฟรีทุกวัน ค่าบำรุงรักษารายปีไม่เท่าไหร่ แต่ได้กำไรระยะยาวบ้านผมติดโซลาร์เซลล์มาปีกว่าแล้ว จากที่เคยจ่ายค่าไฟเดือนละ 3,500-5,000 บาท เหลือจ่ายไม่เกิน 3,000 บาท หน้าร้อนแผดเผาแค่ไหนก็ไม่หวั่น แดดแรงยิ่งผลิตไฟได้เยอะ เปิดแอร์ฉ่ำทั้งวันอย่างสบายใจ เสียดายตอนนั้นผมไม่ได้ขอติดตั้งแบบขายไฟส่วนเกินคืนหลวง เพราะขั้นตอนยุ่งยาก ใช้เวลานาน แต่ตอนนี้ ครม.มีมติให้ทำวันสต็อปเซอร์วิสจบไม่เกิน 7 วัน ก็อาจไปยื่นคำร้องเพิ่มเติม จะได้มีรายได้จากการขายไฟให้หลวงมีข่าว คุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กำลังศึกษา แนวทาง ESCO Model ให้การไฟฟ้าเข้าไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ตามบ้านให้ฟรี เพื่อผลิตไฟให้หลวง โดยเจ้าของบ้านได้สิทธิซื้อไฟราคาถูกแบบเหมาจ่ายเช่นหน่วยละ 3 บาท นับว่าเป็นแนวคิดก้าวล้ำ ประชาชนนอกจากเป็นผู้ซื้อไฟแล้วยังเป็นพาร์ตเนอร์กับการไฟฟ้าด้วยผมอยากแนะนำให้ทุกท่านพิจารณาดูว่าแต่ละบ้านเหมาะกับรูปแบบไหน จังหวะนี้เป็นโอกาสดีที่จะติดโซลาร์เซลล์ รัฐมีมาตรการอุดหนุน แถมต้นทุนตอนนี้ถูกลงกว่าเมื่อก่อน ใครเริ่มก่อนก็คุ้มทุนก่อน เปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นโรงไฟฟ้า ลงทุนแบบนี้คุ้มค่าแน่นอน.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม