“บัตรเครดิต” ไม่ใช่เงินฟรีแต่คือสินค้ามหาโหด พึงสังวรเพื่อจะได้ไม่เข้าใจผิด หลงมองเป็น...“ขุมทรัพย์สำรอง” จนพาตัวเองหลงป่า เข้าไปติดกับดัก “พลาสติกสังหาร” ...ยิ่งรูดยิ่งจน ความจริงมุมหนึ่ง...“บัตรเครดิตไม่ใช่เงินในอนาคต” แต่คือ “สินค้าทางการเงิน” ที่มีราคาแพงลิบลิ่วและอันตรายที่สุดหากใช้ไม่เป็น ตัวเลขดอกเบี้ยจะกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามให้กลายเป็น “ทาสหนี้”กระนั้นแล้ว “บัตรเครดิต” ก็กลายเป็นค่านิยมสุดอันตรายที่ระบาดไปทั่ว ตั้งแต่พนักงานออฟฟิศยันรากหญ้ากับความเชื่อที่ว่าการมีบัตรเครดิตคือการมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” หรือ “เงินอนาคต” มาใช้แก้ขัด แต่ในโลกความเป็นจริงอีกฟากฝั่ง บัตรเครดิตคือ “สินค้า” ชนิดหนึ่งที่คุณต้องจ่ายค่าเช่าใช้ในราคาสูงเสียดฟ้าข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ชัดว่า “หนี้บัตรเครดิต” และ “สินเชื่อส่วนบุคคล” คือ “หนี้เปราะบาง” อันดับ 1 ของครัวเรือนไทย เพราะพฤติกรรม “รูดเกินตัว” โดยลืมไปว่าเงินทุกบาทที่รูดไปนั้นมี “ต้นทุน” มหาศาลซ่อนอยู่ภายใต้คำโฆษณาที่ดูสวยหรูหลายคนเข้าใจผิดว่าดอกเบี้ย 16% ต่อปีนั้นดูไม่เยอะ แต่รหัสลับที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ “วิธีคำนวณแบบรายวัน” และ “ย้อนหลังถึงวันแรกที่รูด”...เป็นวังวนดอกเบี้ยเขี้ยวลากดิน...ยิ่งช้า ยิ่งพูน ยิ่งตาย หากคุณค้างชำระแม้เพียงบาทเดียว หรือจ่ายช้าไปแค่หนึ่งวัน ดอกเบี้ยจะไม่ถูกคิดจากยอดที่เหลือ แต่จะถูกดีดกลับไปคิดจาก “ยอดเต็ม” ตั้งแต่วันแรกที่คุณซื้อสินค้า นี่คือ...“กับดักวันเดียว”ถัดมา...มหกรรมจ่ายขั้นต่ำ กลลวงที่ดูใจดีที่สุดคือการอนุญาตให้จ่ายขั้นต่ำ 8-10% แต่รู้หรือไม่... นี่คือการ “เลี้ยงไข้” ที่โหดเหี้ยมที่สุด เพราะเงินที่จ่ายไปเกือบทั้งหมดถูกนำไปจ่าย “ดอกเบี้ย” ส่วนเงินต้นขยับลดลงเพียงแค่เศษเงิน กว่าจะหมดหนี้ ...สมมติหมื่นบาท คุณอาจต้องใช้เวลาผ่อนนานถึง 10 ปี!อีกทั้ง “ผ่อน 0%” เหยื่อล่อชั้นดี...จองจำรายได้ในอนาคตโปรดอย่าหลงกลคำว่า “ฟรีดอกเบี้ย” เพราะ 0% นาน 10 เดือน คือกลยุทธ์การตลาดที่จงใจให้คุณ “จองจำตัวเอง”...เพราะทำลายอำนาจซื้อที่แท้จริง ทำให้คุณกล้าซื้อของราคาแพงเกินรายได้ เพราะมองแค่ตัวเลขผ่อนรายเดือน เกิดความเสี่ยงสะสม...เมื่อมีรายการผ่อน 0% หลายใบรวมกัน “รายจ่าย...คงที่ต่อเดือนจะพุ่งสูงจนเต็มเพดานรายได้ ทันทีที่มีเรื่องฉุกเฉินคุณจะเข้าสู่กงล้อหนี้นอกระบบทันที”“Thairath Money” ถอดรหัสดอกเบี้ยบัตรเครดิตตอกย้ำ 3 เรื่องที่คนไทยเข้าใจผิด สร้างหนี้เพิ่มไม่รู้ตัวเอาไว้น่าสนใจ ความจริงแล้วบัตรเครดิตไม่ได้ดีหรือร้ายในตัวมันเองแต่ขึ้นอยู่กับความเข้าใจในกลไกของมัน สำหรับผู้ที่เข้าใจระบบ บัตรเครดิตสามารถเป็นเครื่องมือบริหารกระแสเงินสดที่มีประสิทธิภาพแต่...หากใช้งานโดยไม่เข้าใจวิธีคิดดอกเบี้ย ก็อาจทำให้ภาระ หนี้เพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดคิดความเข้าใจผิดที่ 1 “จ่ายขั้นต่ำก็ถือว่าจ่ายแล้ว ไม่น่ามีดอกเบี้ยมากนัก” เป็นหนึ่งในจุดเด่นของบัตรเครดิต คือระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย (Grace Period) ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 45-51 วันในช่วงเวลานี้ เราสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ โดยไม่เสียดอกเบี้ย หากมีการชำระเต็มจำนวนและตรงเวลา แต่หากเลือกชำระเพียงยอดขั้นต่ำ สิทธิ์ปลอดดอกเบี้ยจะสิ้นสุดทันทีและ...“ดอกเบี้ย” จะเริ่มถูกคำนวณตั้งแต่วันที่มีการใช้จ่าย จุดนี้จึงเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า “จ่ายขั้นต่ำแล้วไม่น่ามีดอกเบี้ยมากนัก”ความเข้าใจผิดที่ 2 “ดอกเบี้ย 16% ต่อปี ไม่ได้สูงมาก” ซึ่งตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดอกเบี้ยบัตรเครดิตมีเพดานไม่เกิน 16% ต่อปี ตัวเลขนี้อาจดูไม่สูงนักเมื่อเทียบกับสินเชื่อบางประเภท อย่างบัตรกดเงินสด แต่สิ่งที่ผู้ใช้บัตรจำนวนมากไม่ทราบคือ ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคำนวณแบบรายวันและ...เมื่อเริ่มจ่ายขั้นต่ำ ดอกเบี้ยจะถูกคิดในสองช่วงเวลาความเข้าใจผิดที่ 3 “จ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆก็ช่วยลดหนี้ได้” และในทางปฏิบัติ การจ่ายขั้นต่ำอาจทำให้ยอดหนี้ที่เป็นเงินต้นลดลงเพียงเล็กน้อยในแต่ละงวด เพราะเงินส่วนใหญ่จะถูกนำไปตัดดอกเบี้ยก่อน หากเรายังคงใช้จ่ายผ่านบัตรที่มียอดหนี้ และยังจ่ายขั้นต่ำต่อเนื่องหลายเดือน ยอดหนี้อาจลดลงช้ามากและ...ดอกเบี้ยจะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องไปทุกงวดถึงตรงนี้หากไม่อยากให้บัตรเครดิตกลายเป็น “กุญแจมือ” ที่พันธนาการชีวิต หากอยากจะมีทางรอด ไม่อยากเปลี่ยนสถานะจาก “เจ้านาย” ให้เป็น “ขี้ข้า” จำไว้ให้แม่นๆ คุณจะต้องใช้กฎเหล็ก 3 ข้อนี้เท่านั้น...หนึ่ง รูดเท่าที่มี คิดเสมอว่าบัตรคือ “บัตรเดบิต” มีเงินในบัญชีเท่าไหร่ รูดได้เท่านั้นสอง จ่ายเต็ม–ตรงเป๊ะ อย่าให้ธนาคารได้ดอกเบี้ยแม้แต่สตางค์เดียว สาม อย่าถือเกิน 2 ใบ ยิ่งบัตรเยอะ รูรั่วในกระเป๋ายิ่งแยะ และควบคุมยาก บทสรุปสั้นๆง่ายๆตรงนี้คือ...ถึงเวลาตื่นจากฝันหวาน “บัตรเครดิต” คือสินค้าที่ธนาคารเอามาขายเพื่อให้คุณ “เช่าเงิน” มาใช้ในราคาแพง ตราบใดที่คุณยังมองบัตรคือเงินฟรี คุณก็คือ “เหยื่อ” ชั้นดีในห่วงโซ่อาหารของนายทุน ถึงเวลาเลิกหน้าใหญ่รูดปรื๊ดๆๆประจานความจน...แล้วจ้าหากไม่อยากให้ชีวิตพัง ต้องปรับพฤติกรรมด่วน...จ่ายเต็ม–ตรงเวลา คือกฎทองเพียงข้อเดียวที่ทำให้บัตรเครดิตเป็น “ประโยชน์” ไม่ใช่ “โทษ”...หยุดรูดเพิ่ม ทันทีที่มีหนี้ค้างชำระ ให้หยุดใช้บัตรนั้นทันที เพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยรายวันบานปลาย และ รวมหนี้ดอกเบี้ยต่ำ หากเริ่มไม่ไหว ให้ปรึกษาโครงการ “คลินิกแก้หนี้”เพื่อปรับโครงสร้างหนี้เป็นดอกเบี้ยทางเลือกที่ต่ำกว่า“บัตรเครดิต” ไม่ใช่เงินอนาคตที่ใช้ได้ฟรีๆแต่เป็นสินค้าทางการเงินราคาแพงที่สุดหากใช้ไม่เป็น ตราบใดที่ยังติดกับดักจ่ายขั้นต่ำ...ผ่อนตามใจอยาก เราจะไม่มีวันหลุดพ้นจาก “วงจรหนี้”.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม