มีรายงานข่าวว่าวันนี้ 24 มีนาคม คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ “ครม.อนุทิน–2” ขึ้นทูลเกล้าฯ คาดว่าปลายสัปดาห์นี้ ครม.ใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ทำให้ ครม.รักษาการสิ้นสุดลง และวางไทม์ไลน์ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา 7–9 เมษายน เมื่อแถลงนโยบายแล้ว รัฐบาลอนุทิน–2 ก็มีอำนาจบริหารประเทศก่อนวันสงกรานต์พอดี แต่ทั้งนี้ ครม.ทุกคนจะต้องผ่านคุณสมบัติตามมาตรฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ มีข่าวว่าบางรายกำลังถูกดีเอสไอออกหมายเรียก ไม่รู้คดีฮั้ว สว.จะเข้าข่ายหรือไม่ภาระใหญ่ ของรัฐบาลใหม่ “อนุทิน–2” ก็คือ การควานหาตัว “ไอ้โม่งขโมยน้ำมัน” ทีี่ทุกฝ่ายกำลังตามหากันจ้าละหวั่น แต่ไม่ใช่ “ประชาชนคนไทย” ที่ถูก นายกฯอนุทิน กล่าวหาว่า เป็นตัวกักตุนน้ำมัน เพราะความกังวลจนน้ำมันขาดแคลน ไม่รู้คิดได้ยังไงก่อนหน้านี้ คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ/รมว.คมนาคม/ผอ.ศบก. ได้เรียกซัพพลายเชนทุกฝ่ายมาจับเท็จ ตั้งแต่ โรงกลั่น จ๊อบเบอร์ ไปจนถึง ผู้ขนส่ง โดยตั้งข้อสงสัยว่า อาจมีการแอบส่งออกทางเรือ หรือลักลอบไปขายประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อฟันกำไรส่วนต่างลิตรละ 20 บาท คุณพิพัฒน์บอกกับสื่อว่า ต้องเอามาแก้ผ้าดูทีละคนว่า ใครเป็นคนกักตุนน้ำมัน ใครที่โกหก พร้อมกับตั้งคำถามว่า น้ำมันมันล่องหนได้เหรอ เพราะฉะนั้นต้องมีคนโกหกอย่างน้อยหนึ่งคนแต่ยังไม่ทันได้แก้ผ้าจับเท็จใคร นายกฯ หนู อนุทิน ก็สรุปเปรี้ยงไม่มีไอ้โม่ง น้ำมันไม่ได้หายไปไหน มันเหมือนตู้เอทีเอ็ม ใส่เงินไว้ 2 ล้านบาท มีคนมาเบิก 6 ล้านบาท เกิดจากความกังวลของประชาชน มีการมาเติมเพิ่ม นำไปเก็บสำรองมากขึ้นในครัวเรือนไม่รู้ นายกฯอนุทิน ไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน วันเสาร์ที่ผ่านมาคุณประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้เปิดเผยถึงเรื่อง “น้ำมันหาย” ในทิศทางเดียวกับ คุณพิพัฒน์ ว่า กระทวงพลังงานอยู่ระหว่างเจาะลึกตรวจสอบเส้นทางน้ำมันอยู่ที่ไหน กันแน่ ตอนนี้โรงกลั่นน้ำมันกลุ่ม ปตท.ก็เดินเครื่อง 24 ชั่วโมง กลั่นแล้วกว่า 109% โรงกลั่นกลุ่ม ปตท.มีสัดส่วนกว่า 60% โรงกลั่นกลุ่มบางจาก ก็เดินเครื่องเต็มที่ ตอนนี้ทุกโรงกลั่นเดินเครื่องเต็มที่ ในภาวะปกติ การใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละ 67 ล้านลิตร กำลังการกลั่นอยู่ที่ 72–75 ล้านลิตร ตอนนี้กำลังการกลั่นสูงถึง 77 ล้านลิตรแล้ว ช่วงเหตุการณ์ปกติกลั่นวันละ 67 ล้านลิตรก็ใช้เหลือเฟือสบายมากนั่นน่ะซีครับ น้ำมันปริมาณมหาศาลหายไปไหนได้ทุกวัน คนไทยไม่มีใครสามารถตุนน้ำมันเพิ่มวันละ 10-20 ล้านลิตรได้แน่นอน นายกฯหนู อนุทิน โปรดเข้าใจข้อเท็จจริงนี้ด้วยคุณประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ท่านกำลังจะเกษียณเดือนกันยายนนี้ ผมเชื่อว่าท่านพูดความจริง ท่านเองก็สงสัยตั้งข้อสังเกตว่า มีการใช้นํ้ามันสูงถึงวันละ 84 ล้านลิตร บางวันสูงถึง 100 ล้านลิตรต่อให้ผู้บริโภคแพนิก ก็ไม่น่าจะมีปริมาณมากถึงขนาดนี้ เพราะความสามารถในการเก็บของชาวบ้านมีจำกัด ตอนนี้ กระทรวงพลังงาน พลังงานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกันปูพรมตรวจสอบ นํ้ามันวันละ 84 ล้านลิตรมันหายไปไหนกันแน่ เพราะไม่มีทางใช้หมด รถก็มีอยู่แค่นี้ ถ้ามีแท็งก์กักตุน กักตุนไปสักพักก็ต้องเต็ม แต่ตอนนี้ผลิตเท่าไหร่ก็หายหมด ยอดใช้ที่เพิ่มมาวันละ 20–30 ล้านลิตร ไม่ใช่แค่กักตุนธรรมดาแล้วก่อนหน้านี้ น้ำมันเถื่อนจากมาเลเซียขายถูกกว่าไทยลิตรละ 10 กว่าบาท มาเลเซียลิตรละ 20 กว่าบาท ไทยลิตรละ 30 กว่าบาท กำไรลิตรละ 10 กว่าบาท น้ำมันเถื่อนเลยเต็มภาคใต้ แต่ตอนนี้ กองทุนนํ้ามันอุดหนุนดีเซลลิตรละ 20 กว่าบาท ทำให้นํ้ามันไทยถูกกว่าน้ำมันเถื่อนแล้ว เลยมียอดการใช้เพิ่มมาวันละ 20-30 ล้านลิตรภารกิจแรกของ นายกฯอนุทิน รมว.มหาดไทย รมว.พลังงาน คือ จับตัวไอ้โม่ง ลักลอบส่งออกน้ำมันมาเข้าคุกด่วน มันเข้าข่าย บ่อนทำลายเศรษฐกิจชาติ น้ำมันที่หายไปวันละ 20–30 ล้านลิตร เท่ากับเงินอุดหนุนวันละ 400–1,200 ล้านบาท เดือนละ 12,000–36,000 ล้านบาท ภาษีคนไทยก็หายไปด้วย มันคือการ “ปล้นชาติ” ที่โหดมาก หวังว่า นายกฯอนุทิน จะเร่งลากตัว “ไอ้โม่งทำลายชาติ” มาเข้าคุกโดยเร็ว ยิ่งยื้อนานเศรษฐกิจยิ่งเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะคนยากจนที่ต้องซื้อสินค้าแพงขึ้นมาก.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม