สส.พรรครัฐบาลเทใจโหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯท่วมท้น 293 เสียง งูเห่าสีส้มโผล่ 1 ตัว “สุริยา วงศ์อารีย์” สส.อุดรฯ แหกมติพรรค ปชน.มาโหวตให้ “นายกฯหนู” ย้ำพร้อมเปิดรับฟัง สส.ทุกคน รวมถึงฝ่ายค้านทำงานเพื่อชาติ “โรม” เปิดวอร์ว่าที่นายกฯขัดคุณสมบัติผู้นำ กังขาตัวการโกงเลือกตั้ง-ฮั้ว สว. “อภิสิทธิ์”ยกปมฮั้ว สว.เลยไม่โหวตให้ “จุลพันธ์” ส่งโผ รมต.เพื่อไทยถึงมือนายกฯ พรรคส้มจ่อเข็น “วีระยุทธ” ขึ้นหัวหน้า ปชน. สลับ “เท้ง” มานั่งเลขาธิการพรรค แฉดีล“งูดูดงู” เปย์ 20 ล้านบวกรายเดือนเดือนละ 4 แสน ออปชันเสริมอัดงบลงพื้นที่อีกต่างหากสส.พรรคร่วมรัฐบาลโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเสียงท่วมท้น 293 เสียง ปรากฏว่ามีงูเห่า 1 เสียง คือนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน มาร่วมโหวตให้นายอนุทินด้วย ทำให้ทางพรรคประชาชนเตรียมดำเนินการทางวินัยต่อนายสุริยา“อนุทิน” ถก สส.พรรคร่วมก่อนโหวตเมื่อเวลา 08.50 น.วันที่ 19 มี.ค.ที่ห้องประชุม CB 406 อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เรียกประชุม สส.พรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ พรรคเพื่อชาติไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ รวม 292 เสียง เตรียมความพร้อมก่อนพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก หัวหน้าและ สส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง นายอนุทินกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากทั้ง 16 พรรคมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล คาดว่าจะดำเนินการทุกเรื่องทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายบริหารได้อย่างราบรื่น มั่นใจว่าจะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองระยะยาวกธ.ห้ามเสียงแตกมติงดออกเสียงขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) พร้อมนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค กธ. ร่วมเป็นประธานการประชุม สส.พรรค กธ. เพื่อกำหนดทิศทางการโหวตเลือกนายกฯ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวในที่ประชุมว่า พรรคเราอยู่กันแบบพี่แบบน้อง แบบคนในครอบครัว เวลาจะโหวตใดๆ ขอให้เป็นเอกฉันท์ ทั้ง 58 ชีวิตตัดสินใจร่วมกัน ยืนยันว่าต้องไปทิศทางเดียวกัน ห้ามแตกแถวเด็ดขาด ณ เวลานี้ เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ขอให้เป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์จริงๆ พูดแล้วให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ เรื่องส่วนตัวพยายามอย่าไปพูด เพราะไม่เกิดประโยชน์ ไม่อยากให้บรรยากาศเป็นการเมืองน้ำเน่า เมื่อถามว่าเป็นเพื่อนกันจะโหวตให้เพื่อนหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ต้องฟังอีก 57 เสียง และพรรค กธ.มีมติเป็นเอกฉันท์งดออกเสียงเปิดประชุมสภาโหวตเลือกนายกฯต่อมาเวลา 10.00 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ก่อนเข้าสู่วาระประชุม นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ที่ประชุมรับทราบ ต่อมานายโสภณชี้แจงขั้นตอนโหวตนายกฯว่า ใช้วิธีลงคะแนนแบบเปิดเผยโดยขานชื่อ สส.ตามหมายเลขประจำตัว และให้ออกเสียงลงคะแนนรายบุคคล มติเห็นชอบต้องได้คะแนนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสส.ทั้งหมด หรือ 250 เสียงขึ้นไป“โรม” เปิดวอร์ “หนู” ขัดคุณสมบัติจากนั้นนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกฯ พร้อมเปิดโอกาสให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอภิปรายฝ่ายละ 70 นาที นายรังสิมันต์อภิปรายว่า ปัญหาราคาน้ำมันสะท้อนให้เห็นการบริหารประเทศเต็มไปด้วยการทุจริต ทุกคนรู้ว่าปัญหาน้ำมันเถื่อนมีมานาน เป็นองค์กรข้ามชาติฝังรากลึกในไทย สะท้อนถึงความกังขาความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ในการถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ แม้ยืนยันว่าน้ำมันมีเพียงพอ แต่น้ำมันหายไปไหนถ้าไม่ใช่ทำนโยบายเชิงทุจริต ทำให้นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่าอภิปรายนอกประเด็น ไม่เกี่ยวกับคุณสมบัตินายกฯ นายโสภณจึงกล่าวเตือนไม่ให้อภิปรายก้าวไปถึงการอภิรายไม่ไว้วางใจกังขาตัวการโกงเลือกตั้ง–ฮั้ว สว.นายรังสิมันต์อภิปรายต่อว่า การเลือกตั้งปี 2569 สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง โดยนายอนุทินเป็นตัวการสำคัญทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต จากการใช้อำนาจนายกฯและ รมว.มหาดไทยโยกย้ายข้าราชการก่อนเลือกตั้ง ไม่ใช่มาตรฐานการเมืองไทย ส่อโกงเลือกตั้ง หวังว่านายอนุทินคงไม่ทำ และกรณีฮั้ว สว. ทำให้ประชาชนสิ้นศรัทธา ทำให้ สส.ภูมิใจไทยลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ จนนายโสภณต้องคอยเตือนนายรังสิมันต์ไม่ให้พูดลงลึกในรายละเอียด นายรังสิมันต์อภิปรายต่อว่า เรื่องที่ยกตัวอย่างมาสะท้อนจากความรู้สึกประชาชน เป็นตัวอย่างแสดงว่านายอนุทินเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์“เท้ง” ยุกล้าชนปัญหาเชิงโครงสร้างนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่าจากวิกฤติที่แวดล้อมประเทศไทยทั้งภัยจากภายนอกและภายใน เรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และธรรมาภิบาลภาครัฐ ขอให้ว่าที่นายกฯพรรค ภท.เข้าไปแล้วกล้าชนกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ตรวจสอบคนของตัวเองอย่างเข้มงวดตรงไปตรงมาว่าไม่ได้เข้าไปเพื่อทำธุรกิจการเมือง หรือผลประโยชน์ตอบแทน มีบุคคลสำคัญที่อาจมีส่วนพัวพันกับธุรกิจพลังงาน และเกี่ยวข้องกับปัญหาวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้น และบุคคลในรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจรับเหมางานก่อสร้างภาครัฐหลายส่วนหรือไม่ ที่ผ่านมามีปัญหาที่สะสมเรื่อยๆ ทำลายความหวังของประชาชน อยากฝากไปยังเพื่อนสมาชิกพรรค ปชน. จงเชื่อมั่นสิ่งที่ทุกท่านทำอยู่มีความหมาย วันนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายจะโดนสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่คงเดินหน้าทำหน้าที่เคียงข้างกับทุกท่านต่อไป จนกว่าอำนาจจะส่งต่อประชาชน“หนิม” หยอด “หนู” ได้เสียงสวรรค์นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พรรค พท.ทั้ง 74 คน มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกฯ เพราะได้ สส.เข้ามาถึง 191 เสียง มากกว่าพรรคอันดับ 2 และอันดับ 3 อย่างมีนัยสำคัญ คือเสียงของประชาชนตัดสินให้ประเทศเดินหน้า และให้ความไว้วางใจต่อนายอนุทิน พรรค พท.เรายอมรับ เมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้วเสียงของประชาชนคือเสียงที่พวกเราทั้งหมดในฐานะ สส.ต้องรับฟังและต้องขอบคุณพรรค ภท. ที่ให้เกียรติส่งเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล“อภิสิทธิ์” ยกปมฮั้ว สว.ไม่โหวตให้ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เหตุผลที่ไม่สามารถให้ความเห็นชอบนายอนุทินเป็นนายกฯได้ เพราะมีคดีเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่ง สว. หรือคดีฮั้ว สว. มีผลร้ายแรงถึงขั้นทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หาก สว.ขาดความเป็นกลางทางการเมือง และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรค การเมือง จะส่งผลให้องค์กรอิสระขาดความเป็นกลาง และไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้ นายอนุทินปัจจุบันตกอยู่ในสถานะผู้ถูกกล่าวหาในการดำเนินการของ 2 หน่วยงานหลัก คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับอั้งยี่และการฟอกเงิน การที่บุคคลซึ่งมีคดีค้างเช่นนี้มาดำรงตำแหน่งนายกฯ เป็นการบั่นทอนความศรัทธาของพี่น้องประชาชน ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความสามารถในการหาบุคคลที่เหมาะสมกว่า และหลักเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน ก็ไม่สามารถสนับสนุนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้เช่นกัน เพราะถูก ป.ป.ช.ชี้มูลคดีแก้ไขมาตรา 112กธ.แซะนายกฯลืม “ผู้กอง” ไปแล้วนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ไม่สบายใจกระบวนการเลือกนายกฯ เพราะศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งรับคำร้องกรณีบัตรเลือกตั้ง ไม่แน่ใจว่าถ้ามีมติเป็นลบ กระบวนการลงมติครั้งนี้จะชอบหรือไม่ วันนี้ไม่แน่ใจนายอนุทินยังมีความจำดีหรือไม่ กลัวว่าประเทศไทยจะได้นายกฯขี้ลืม 1.ลืมตั้งภาคการท่องเที่ยวอยู่ในศูนย์ ศปก. แก้วิกฤติปัญหาสงคราม 2.ลืมที่บอกจะทำให้คนไทยรวย เพราะขณะนี้เสียงประชาชนสะท้อนมาเป็นทางตรงข้าม 3.กลัวลืมพี่ ลืมน้อง ลืมเพื่อน คนที่ร่วมสู้กันมา วันนี้นายอนุทินลืมชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แล้ว แต่สิ่งสำคัญอย่าลืมประชาชน และขอให้เป็นคนใจกว้าง พรรคกล้าธรรมขอใช้สิทธิงดออกเสียงจับมือ สส.ทุกคนทำงานเพื่อชาติขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นอภิปรายว่า ขอบคุณที่เสนอชื่อเป็นนายกฯ ยืนยันไม่ว่า สส.จากพรรคใด จะลงคะแนนสนับสนุนหรือไม่ แต่ในหัวใจ สส.ทุกคนคือผู้แทนปวงชนชาวไทย เสียงทุกคนดังเท่ากัน พร้อมรับคำแนะนำ คำวิจารณ์ ไปปฏิบัติ ขอยืนยันจะเป็นนายกฯที่ทำงานร่วมกับ สส.อย่างสุดความสามารถ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน น้อมรับกระแส พระราชดำรัสที่ขอให้ยึดความถูกต้อง ประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด จะสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติเต็มที่ และพร้อมรับการตัดสินของ สส.ทุกคน โอกาสนี้ขอบคุณทุกเสียงที่เคยมอบให้เป็นนายกฯ รัฐบาลจะบริหารประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป“อนุทิน” เสียงท่วมท้น 293 คะแนนกระทั่งเวลา 12.20 น. หลัง สส.อภิปรายครบถ้วนจึงเริ่มขั้นตอนโหวตนายกฯ โดยขานชื่อ สส.เรียงคนตามตัวอักษร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายโสภณได้ประกาศผลคะแนนโหวต ปรากฏว่านายอนุทินได้รับความเห็นชอบ 293 คะแนน นายณัฐพงษ์ได้ 119 คะแนน และงดออกเสียง 86 เสียง โดยนายโสภณแจ้งต่อที่ประชุมว่านายอนุทินได้คะแนนเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง ที่ประชุมจึงมีมติแต่งตั้งนายอนุทินเป็นนายกฯงูเห่าสีส้มอุดรฯโผล่ไหลลงรู “หนู”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวน 293 เสียง มีงูเห่า 1 เสียง คือนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน ร่วมโหวตให้นายอนุทินด้วย โดยผลการลงคะแนนส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ พรรคร่วมรัฐบาลเห็นชอบนายอนุทิน ยกเว้นนายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย แม้จะเป็นเสียงฝ่ายรัฐบาล แต่โหวตงดออกเสียง ขณะที่พรรคฝ่ายค้านมีเพียงพรรคประชาชน และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เท่านั้นที่โหวตให้นายณัฐพงษ์เป็นนายกฯ ขณะที่พรรคฝ่ายค้านอื่นอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยภักดี โหวตงดออกเสียง รวมถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานฯอีก 2 คน ขณะที่พรรคไทรวมพลัง จำนวน 6 เสียง แม้จะไม่ถูกเชิญเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ทั้งหมดต่างโหวตให้นายอนุทิน“จุลพันธ์” ส่งโผ รมต.ถึงมือนายกฯนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมนโยบายไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยว่า เตรียมทีมเรียบร้อยแล้ว ภายในต้นสัปดาห์หน้าจะเข้าไปพูดคุยกัน เมื่อถามว่านโยบายใดที่ต้องการผลักดันเป็นนโยบายเรือธงร่วมกับพรรค ภท. นายยศชนันตอบว่า นโยบายแก้ไขปัญหาปากท้อง แก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนให้ดีขึ้น ทั้งสองพรรคมีนโยบายหลายส่วนที่คล้ายคลึงกัน เมื่อถามว่าให้ความมั่นใจได้หรือไม่ว่าจะจับมือกันไปตลอดรอดฝั่งครบ 4 ปี นายยศชนันตอบว่า ความไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกันนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า มีการพูดคุยเรื่องโควตารัฐมนตรีกันเรียบร้อยแล้ว คงไม่มีการพูดคุยอะไรเพิ่มเติมแล้ว เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค พท. นายจุลพันธ์พยักหน้าพร้อมกล่าวว่า ครับ เมื่อถามว่ารวมถึงในสัดส่วนของรัฐมนตรีช่วยด้วยหรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบรับว่า ส่งไปแล้วเรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯปชน.จ่อฟันวินัย สส.งูเห่าอุดรฯขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวกรณีนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรค ปชน. ยกมือโหวตสวนมติพรรคสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯว่า มองว่าการโหวตสวนในครั้งนี้มีผลประโยชน์อื่น พร้อมดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินการทางวินัยเป็นการภายใน ส่วนที่สังคมพุ่งเป้าไปที่นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค ปชน. ผู้รับผิดชอบคัดสรรผู้สมัครนั้น นายศรายุทธิ์ยื่นหนังสือลาออกกับตนนานแล้ว แต่ปฏิเสธไว้ก่อนจนกว่าจะมีการประชุมใหญ่ปลายเดือน เม.ย. เพิ่งโหวตนายกฯเสร็จ รัฐบาลชุดใหม่กำลังเข้ามาทําหน้าที่ แต่กลายเป็นว่ารัฐบาลเองที่กำลังทําสิ่งแบบนี้ ขอเรียกร้องให้ทุกคนช่วยกันเรียกร้องระบบการเมืองที่ดีขึ้น ส่วนกระแสปฏิบัติการงูดูดงูนั้น ทราบข้อมูลหลังบ้านมาบ้าง แต่ความเป็นจริงจะเป็นอย่างไร ขอเวลาสอบสวน เมื่อถามถึงกระแสข่าว สส.มีปัญหาการเงินในการหาเสียง จะเป็นปัจจัยให้เขาออกไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า เราตรวจสอบแบ็กกราวด์ทุกอย่างอย่างรอบด้านแล้ว คงยังตอบตอนนี้ไม่ได้ว่าเป็นเหตุผลใดเข็น “วีระยุทธ” นั่งหัวหน้า ปชน.แทนนายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงการปรับทีมกรรมการบริหารพรรคว่า ต้องปรึกษาหารือร่วมกันว่าจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดหรือไม่ ขอรอความชัดเจนจากเรื่องคดี 44 สส.ก่อน ยังมีเรื่องตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน กระบวนการต้องใช้เวลาอีกระยะ เมื่อถามว่านายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ปชน. จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบทันทีว่า รอดูความชัดเจนดีกว่า ยังไม่อยากไปพูดอะไรล่วงหน้าสำหรับการปรับโครงสร้างพรรคและเลือกกก.บห.ใหม่พรรค ปชน.จะเกิดขึ้นช่วงเดือน เม.ย. มีรายงานยืนยันว่านายวีระยุทธจะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทนนายณัฐพงษ์ และนายณัฐพงษ์จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคแทนแฉ “งูดูดงู” เปย์ 20 ล./รายเดือน 4 แสนผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับข่าว สส.งูเห่า พรรค ปชน.ว่า แกนนำพรรค ปชน. ทำการตรวจสอบจนทราบแน่ชัดมาตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 18 มี.ค. ก่อนการโหวต สืบจนทราบรายละเอียดของแรงจูงใจ ว่า มีการเสนอตัวเลขสูงถึง 20 ล้านบาท เพื่อซื้อตัวงูเห่า พร้อมเงินรายเดือนเดือนละ 4 แสนบาท รวมถึงอัดงบลงพื้นที่ให้อีกต่างหาก นอกจากนี้ยังทราบว่าผู้ที่เปิดดีลดูดรอบนี้เป็น สส.พรรคหนึ่งที่ในอดีตเคยมีพฤติกรรมเป็นงูเห่าเช่นกัน“ชัชวาล” ขอแยกตัวเป็นฝ่ายค้านนายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเลือก สส.เข้าสภา 2 ที่นั่ง แต่จากสถานการณ์การเมืองยังคลุมเครือหลายด้าน ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ เรื่องเลือกตั้งที่ยังคงอยู่ในกระบวนการ เห็นว่าในเวลานี้รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนที่มีเสถียรภาพมั่นคงแล้ว ขณะที่งานในสภาผู้แทนราษฎรต้องการผู้ตรวจสอบที่มีคุณภาพ พรรคจึงควรเดินหน้าในฐานะฝ่ายค้านไปก่อน จำเป็นต้องหาทางออกที่ดีสุดในเรื่องนี้ และขอให้สมาชิกพรรคและประชาชนเข้าใจในแนวทางการทำงานและการตัดสินใจของตน และได้แจ้งถึงแนวความคิดนี้ให้พรรคได้ทราบแล้ว“ชวลิต” ไขก๊อกรับผิดชอบคุมไม่ได้นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ตอนเลือกตั้งจบเคยสอบถาม สส.ของพรรคทั้ง 2 คนแล้วว่า อยากเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ทั้งสองคนตอบว่าอยากอยู่ฝ่ายรัฐบาลจะได้มีผลงานในพื้นที่ พอประชุมคณะ กก.บห.พรรค มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เข้าร่วมรัฐบาล ไม่มีผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่น เมื่อนายชัชวาลลงมติขัดมติ กก.บห.พรรคจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ สังคมจะทราบในโอกาสต่อไป แต่ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค เมื่อไม่สามารถทำให้สมาชิกพรรคทำตามมติกก.บห.ได้ ขอแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และรักษาการหัวหน้าพรรค พรรคจะดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามขั้นตอนต่อไป“หนู” รับหน้าแทน รมต.เทคโนแครตช่วงหัวคํ่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์อีกครั้งกรณีถูกตั้งข้อสังเกต สส.ในพรรค ภท.ไม่ปกป้องกลุ่มรัฐมนตรีเทคโนแครต โดยนายอนุทินย้อนถามว่า เทคโนแครตคืออะไร ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่าหมายถึงรัฐมนตรีคนนอก นายอนุทินตอบว่า สื่อไปเอาข่าวมาจากไหน เทคโนแครตถูกลอยแพ วันนี้ทุกคนก็มานั่งประชุมร่วมกับตนจนถึงบ่าย เมื่อถามย้ำว่าดูเหมือน สส.ไม่ปกป้องรัฐมนตรีคนนอก นายอนุทินตอบว่า เทคโนแครตเป็นโควตาหัวหน้าพรรคที่ไปเชิญมาทำงานให้ หลายท่านยอมเสียรายได้มหาศาล หลายคนยอมทิ้งอนาคตทางราชการ ฉะนั้น คนที่รับผิดชอบเทคโนแครตเหล่านี้คือหัวหน้าพรรค ภท.ที่เป็นนายกฯอยู่ด้วย ถ้า สส.สงสัยอะไร เราได้ตกลงกันในพรรคเป็นที่เรียบร้อยว่าให้มาที่หัวหน้าพรรค ไม่ต้องไปวิตกกังวลอะไรกับรัฐมนตรีทั้งหลาย วันนี้รัฐมนตรีสมัยนี้ไม่ใช่เทคโนแครตแล้ว ทุกท่านใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ และทุกท่านปฏิบัติตามครรลอง เป็นสมาชิกพรรค เป็นนอมินี เป็นแคนดิเดตที่พรรคเสนอชื่อ ทุกคนสามารถทำงานได้อิสระเต็มที่ อย่าไปกังวล“สมชาย-เยาวภา” เยี่ยม “ทักษิณ”วันเดียวกันที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขณะที่บริเวณหน้าเรือนจำยังคงมีมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเดินทางมารอต้อนรับและให้กำลังใจต่อเนื่อง ต่อมานายสมชายเปิดเผยว่า ไม่ได้พบกันประมาณเดือนกว่า มีการสอบถามสารทุกข์สุกดิบและเรื่องราวภายในครอบครัวตามประสาญาติพี่น้อง ไม่มีประเด็นหนักใดๆที่ต้องหารือกันเป็นพิเศษ มีพูดคุยกันบ้างในประเด็นทางการเมือง เนื่องจากนายทักษิณยังคงติดตามข่าวสารบ้านเมืองเป็นประจำ วันนี้สภาพจิตใจนายทักษิณสดชื่นแจ่มใสและทำใจได้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ กล่าวให้กำลังใจในลักษณะการนับถอยหลังสู่การได้รับอิสรภาพ คาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนหรือภายในเดือน พ.ค. นายทักษิณจะได้รับอิสรภาพอย่างเต็มตัว สมาชิกในครอบครัวทุกคนต่างรอคอยด้วยความหวังจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเอ่ยชม “อ.เชน” เรียนรู้การเมืองเร็วเมื่อถามว่ามีการพูดคุยเกี่ยวกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บ้างหรือไม่ นายสมชายตอบว่า นายทักษิณเอ่ยชมว่านายยศชนันมีบุคลิกท่าทางดีขึ้นหลังเข้ามาทำงานการเมือง แม้จะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่แต่เรียนรู้เร็วและใส่ใจสืบค้นข้อมูล เตรียมพร้อมการทำงานการเมืองในอนาคต นายทักษิณฝากให้กำลังใจและชื่นชมในความสามารถ เราอยู่ในฐานะผู้ติดตามและคอยให้กำลังใจลูกชายเท่านั้น ทั้งนี้ในวันที่ 11 พ.ค.อาจได้พบกันที่นี่อีกครั้งศาลฎีกายืนยกฟ้องคดีฆ่า “ร่มเกล้า”ช่วงบ่ายที่ห้องพิจารณา 608 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฆ่า พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) กับลูกน้อง โดยพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายสุขเสก พลตื้อ น.ส.กนกพร ศิริพรรณา ภิรัตน์ อดีตผู้ดำเนินรายการทีวีสถานีประชาชน ช่องเอเชียอัปเดต และนายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ แนวร่วม นปช. เป็นจำเลยที่ 1-3 ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีและใช้เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง กระทำให้ระเบิดเป็นเหตุบุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตาย คดีนี้ศาล ชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยสรุปว่า การฟ้องจำเลยที่ 1 และ 3 ในคดีนี้ ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นการฟ้องซ้อนกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.2542/2553 (คดีก่อการร้าย นปช.) ถือเป็นฟ้องซ้อน ศาลพิพากษายกฟ้องตามศาลอุทธรณ์ ส่วนประเด็นจำเลยที่ 2 ถูกฟ้องในฐานะผู้สนับสนุน จัดหาเงินทุนและระเบิด แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ยกฟ้องเนื่องจากคำฟ้องที่อ้างว่าสนับสนุนด้านการเงิน ขาดรายละเอียด ว่าให้เงินอย่างไร ที่ไหน เมื่อใด หรือให้ใคร ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการสู้คดี และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าระเบิดที่ใช้ขว้างในที่เกิดเหตุ มาจากบ้านของจำเลยที่ 2 จริงตามที่กล่าวอ้าง ส่วนการพบรายชื่อ “การ์ด” ในบ้านจำเลยที่ 2 พิสูจน์ได้เพียงว่าจำเลยมี “ความคิดเห็นทางการเมืองชุดเดียวกัน” กับกลุ่ม นปช.เท่านั้น แต่ไม่ใช่หลักฐานที่ยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้จัดหาระเบิดให้ เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง ยืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่