ทะเลเดือดอิหร่านบอมบ์เรือบรรทุกน้ำมันในน่านน้ำอิรัก 2 ลำ ลูกเรือดับ 1 ศพ รอดตาย 25 คน ผู้นำ IRGC ย้ำถล่มเรือสินค้าไทยเพราะเพิกเฉยต่อคำเตือน ลูกเรือไทยโพสต์ขณะหนีตาย “ขอโทษที่พาแม่ (แม่ย่านาง) กลับบ้านไม่ได้” ญาติบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ลูกหลานที่สูญหายแคล้วคลาดปลอดภัย เสธ. ทร.ประสานทหารโอมานเร่งหาลูกเรือ 3 คน กต.ประท้วงความรุนแรงเรียกทูตอิหร่านชี้แจง ขณะที่ “ทรัมป์” ขู่แผนถล่มโครงข่ายไฟฟ้า ส่วนอิหร่านมุ่งเป้าโจมตีคลังน้ำมันชาติตะวันออกกลางสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเต็มไปด้วยอันตรายจากภัยสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในสงครามวันที่ 13 หรือเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ยังคงมีเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีรอบใหม่ หลังก่อนหน้านี้ 1 วัน มีเรือสินค้า 3 ลำถูกโจมตีในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และ 1 ในนั้นคือเรือสินค้าสัญชาติไทย “มยุรี นารี” ที่ถูกอาวุธร่อนไม่ทราบชนิดโจมตีเข้าที่บริเวณกราบซ้ายท้ายเรือส่งผลให้มีลูกเรือสูญหาย 3 คนอิหร่านบอมบ์เรือน้ำมัน 2 ลำการโจมตีรอบใหม่ต่อเรือพาณิชย์เกิดขึ้น เมื่อเวลา 01.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นตะวันออกกลางศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ยืนยันว่าเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ เขตความร่วมมือพิเศษของสหรัฐฯ ถูกโจมตีด้วยเรือเล็กบรรทุกระเบิดที่เชื่อว่าเป็นของกองทัพอิหร่าน จนเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงและมีเพลิงลุกไหม้ ทางการอิรักประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือลูกเรือ 25 คน แต่พบศพลูกเรือ 1 คนลอยอยู่ในทะเล และยังคงมีลูกเรือสูญหายอยู่ 1 คน ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้รัฐบาลอิรักตัดสินใจปิดท่าเรือขนส่งน้ำมันเป็นการชั่วคราว พร้อมประณามว่าเป็นเหตุก่อวินาศกรรมในน่านน้ำของอิรักเข้าข่ายละเมิดอธิปไตยของอิรัก แต่ยืนยันว่าท่าเรือขนสินค้ายังให้บริการตามปกติ นอกจากนี้ UKMTO ยังรายงานเช่นกันว่ามีเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ไม่ระบุสัญชาติ ถูกโจมตีด้วยอาวุธร่อนไม่ทราบชนิดเมื่อช่วงเวลา 06.19 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในพื้นที่นอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่ไกลจากช่องแคบฮอร์มุซ เบื้องต้นมีรายงานความเสียหายและไฟลุกไหม้ แต่ลูกเรือได้รับการช่วยเหลือทั้งหมดถล่มเรือไทยเพราะเพิกเฉยคำเตือนพลเรือจัตวาอาลีเรซา แทงซีร์ ผู้บัญชาการกองทัพเรือสังกัดกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แถลงว่า ฝ่ายความมั่นคงอิหร่านรับประกันความปลอดภัยเฉพาะเรือสินค้าที่สามารถไปเกลี้ยกล่อมให้กองเรือสหรัฐฯส่งเรือรบมาคุ้มกันเพียงเท่านั้น หลังจากยอมรับว่าเมื่อคืนก่อนว่าเป็นผู้โจมตีเรือ มยุรีนารีของไทย ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องด้วยเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือน และระบุชัดเจนว่าเรือทุกลำที่ต้องการผ่านช่องแคบนี้ต้องขออนุญาตจากอิหร่านเท่านั้นขอโทษ “แม่ย่านาง” พากลับบ้านไม่ได้มีรายงานว่า นายเป็ก ลูกเรือไทยที่อยู่บนเรือสินค้ามยุรี นารี โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขอโทษที่พาแม่ (แม่ย่านาง) กลับบ้านไม่ได้ ไหนว่าจะไม่ยิงเรือไทย พักผ่อนนะแม่ถึงเวลาพักแล้ว ไม่อยากให้แม่ไปสภาพแบบนี้เลย ขอให้คนที่เหลือปลอดภัยนะ” เป็นข้อความหลังจากทหารเรือโอมานเข้าไปช่วยเหลือลูกเรือขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัยแจ้งสิทธิประโยชน์ลูกเรือสูญหายนายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการช่วยเหลือแรงงานไทยในเรือสินค้ามยุรี นารี ที่ถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซว่า อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี แจ้งว่าลูกเรือ 23 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไทย กองทัพเรือโอมานช่วยเหลือขึ้นฝั่งปลอดภัย 20 คน ปัจจุบันพักอยู่ที่โรงแรมที่บริษัทจัดหาให้ ส่วนลูกเรืออีก 3 คน ที่สูญหายคาดว่าติดอยู่บนเรือหรืออาจอยู่บริเวณห้องเครื่องยนต์ หน่วยงานของไทยและโอมานอยู่ระหว่างเร่งค้นหา ในส่วนของกระทรวงแรงงานตรวจสอบสิทธิประโยชน์ประกันสังคมลูกเรือทั้ง 3 คน พบว่านายเกียรติศักดิ์ ปะวะภูชะแก ตำแหน่งนายช่างไฟฟ้า ชาว จ.หนองบัวลำภู เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา33 มีเงินสะสมชราภาพ 60 งวด 35,988.40 บาท นายภาณุพงศ์ หมื่นแทน ตำแหน่งนายช่างกลประจำเรือ ชาว จ.สมุทรปราการ เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา33 มีเงินสะสมชราภาพ 6 งวด 678.94 บาท และนายชวลิต ไชยวงศ์ ตำแหน่งช่างเครื่อง ชาว จ.ตาก เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มีเงินสะสมชราภาพ 71 งวด 37,201.67 บาทป้าภาวนาขอให้หลานปลอดภัยผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 101 บ้านไทร หมู่ 11 ต.หนองเหล็ก อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พบนางสมหมาย บุตรดี อายุ 58 ปี เป็นป้าของนายภานุพงศ์ หรืออั้ม หมื่นแทน อายุ 26 ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าพร้อมร่ำไห้ บอกว่าพยายามติดต่อแม่น้องอั้ม จะสอบถามข่าวของหลานชาย น้องสาวตนไม่รับสายคาดว่าคงกำลังเครียดมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังทราบข่าวว่าน้องอั้มเป็นลูกเรือ 1 ใน 3 ที่สูญหายไปรู้สึกตกใจและเสียใจมาก ภาวนาขอให้หลานปลอดภัยมีชีวิตรอดกลับมาหาครอบครัวหลานชายเป็นเด็กดีมากดูแลทุกคนภายในครอบครัวทุกคนพึ่งพาได้ ขณะนี้มีความหวังว่าหลานต้องปลอดภัยบนขอให้ลูกแคล้วคลาดอันตรายขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 12 ต.ยกกระบัตร อ.สามเงา จ.ตาก บ้านของนายทรงกลด ไชยวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 พ่อของนายชวลิต ไชยวงศ์ 1 ใน 3 ลูกเรือไทยที่สูญหายหลังเรือสินค้า “มยุรี นารี” ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ พบว่ามีญาติและเพื่อนบ้านรวมทั้งนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผวจ.ตาก ได้มอบหมายให้นายบุญเหลี่ยม ตาคำ นายอำเภอสามเงา และ น.ส.อุทัยวรรณ ศรีสุภรณ์รจนา แรงงานจังหวัดตาก เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ ขณะที่ภรรยาของนายชวลิตติดต่อกับสถานทูตขอให้ช่วยเช็กรายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ หวังว่าสามีจะยังมีชีวิตรอด นายทรงกลดกล่าวทั้งน้ำตาว่า ลูกชายไปทำงานกับบริษัทเดินเรือเป็นเวลา 5 ปี ในตำแหน่งผู้ช่วยช่างเครื่องยนต์รับเงินเดือนกว่า 3 หมื่นบาท ก่อนเกิดเหตุ 1-2 วัน ยังโทรศัพท์มาบอกแม่ว่าไปส่งสินค้าที่อินเดีย จากนั้นไม่ได้ติดต่อกันเลยจนทราบข่าวว่าเรือส่งสินค้าถูกอิหร่านยิงและลูกยังหายสาบสูญไม่ทราบชะตากรรม ตอนนี้ทำได้แค่ขอสิ่งศักดิ์ช่วยเหลือ บนบานขอไว้ที่วัดพระบรมธาตุบ้านตาก ขอให้ลูกคลาดแคล้วจากภัยอันตรายทั้งปวงยันเตือนบริษัทเดินเรือหลายรอบพล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ไทม์ไลน์การดำเนินการของกองทัพเรือในการประเมินความเสี่ยง และแจ้งเตือนการเดินเรือในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพเรือดำเนินการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงในการเดินเรือต่อเนื่อง พร้อมทั้งแจ้งเตือนและให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและทันสมัยแก่ภาคการเดินเรือของไทย ให้วางแผนการเดินเรือได้อย่างปลอดภัย ดังนี้ วันที่ 24 ก.พ. กรมยุทธการทหารเรือออกหนังสือแจ้งเตือนครั้งที่ 1 ถึงสมาคมเจ้าของเรือไทยและบริษัทเจ้าของเรือ เกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ยังคงอยู่ในระดับสูง พร้อมขอให้ผู้ประกอบการรับทราบสถานการณ์และพิจารณาดำเนินการตามข้อแนะนำด้านความปลอดภัยในการเดินเรือแนะเลี่ยงผ่านช่องแคบฮอร์มุซพล.ร.ต.ปารัชกล่าวว่า วันที่ 2 มี.ค. กรมยุทธการทหารเรือออกหนังสือแจ้งเตือนครั้งที่ 2 ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดโดยกองกำลัง IRGC ของอิหร่าน พร้อมเสนอแนะให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และแจ้งมาตรการเบื้องต้นสำหรับการเดินเรือในพื้นที่เสี่ยง วันที่ 6 มี.ค. กองทัพเรือจัดประชุมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และบริษัทเจ้าของเรือ ณ ห้อง War Room กองบัญชาการกองทัพเรือ เพื่อกำหนดแนวทางดูแลความปลอดภัยเรือสินค้าไทยในพื้นที่ความเสี่ยงสูง (High Risk Area: HRA) ผลการประชุมจัดทำเป็นคำแนะนำการนำเรือ (Sailing Instruction) วันที่ 7 มี.ค. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ โดยศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล (ศคจร.) ทำหน้าที่เป็นจุดประสานหลัก (POC) ในการติดตามสถานการณ์เรือไทยที่กำลังจะเข้าหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีการรับข้อมูลรายงานจากเรือและบริษัทเดินเรือทำการพล็อตและติดตามเป้าเรือ พร้อมรายงานสถานการณ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกวัน วันที่ 10 มี.ค. กรมยุทธการทหารเรือเผยแพร่คำแนะนำการนำเรือ (Sailing Instruction) อย่างเป็นทางการ พร้อม QR Code สำหรับการรายงานข้อมูลเรือ และคู่มือหลักปฏิบัติในการประสานการปฏิบัติและควบคุมเรือพาณิชย์ ให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดขอบคุณ ผบ.ทร.โอมานช่วยลูกเรือพล.ร.ต.ปารัช กล่าวอีกว่า พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. ส่งข้อความด่วนตรงถึง พล.ร.ต.ซาอีฟ บิน นัสเซอร์ อัล ราห์บี (Saif bin Nasser Al Rahbi) ผบ.ทร.โอมาน แสดงความขอบคุณต่อการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยได้ทันท่วงที สะท้อนถึงมิตรภาพและความร่วมมืออันดีระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ ขณะที่กองทัพเรือยังคงห่วงใยต่อชะตากรรมลูกเรือไทยอีก 3 คนที่ยังตกค้างบนเรือ ผบ.ทร.ขอความร่วมมือจากกองทัพเรือโอมาน ในการเร่งค้นหาต่อเนื่อง ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างเต็มกำลัง ยืนยันว่าจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในทุกช่องทางในการติดตามและช่วยเหลือลูกเรือไทยที่เหลือจนกว่าจะได้รับความชัดเจนศบก.เกาะติดเยียวยาสภาพจิตใจที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยจากเหตุเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย “มยุรี นารี” ว่า ตรวจสอบไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ยังคงต้องดูแลสภาพจิตใจ ผู้แทนท้องถิ่นบริษัทเจ้าของเรือได้พาไปพักที่โรงแรม จัดให้มีการพูดคุยกับจิตแพทย์ และอยู่ระหว่างส่งทีมค้นหาช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน ทั้งนี้สถานเอกอัคร ราชทูตอยู่ระหว่างการประสานเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวทางรถยนต์ เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่ห้ามบิน เพื่อเยี่ยมเยียนดูแลลูกเรือไทย พร้อมอำนวยความสะดวกในการพากลับประเทศไทย ทั้งนี้กรมเจ้าท่ารายงานว่า ปัจจุบันเรือสัญชาติไทยเดินทางออกจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมดแล้ว ไม่มีเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทยตกค้างอยู่ในพื้นที่ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานการค้นหา และให้ความช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไปเรียกทูตอิหร่านชี้แจงข้อเท็จจริงนายปาณิดลกล่าวว่า ในทางการทูตกระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อย้ำความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤติในภูมิภาค ที่ทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอล สหรัฐฯ และการตอบโต้ของอิหร่าน ก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนในภูมิภาค และยังมีผลต่อประชาชนในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงคนไทย เช่น กรณีลูกเรือไทยที่ประสบเหตุเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศขอประท้วงความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเรือพาณิชย์ และแสดงความกังวลในเรื่องนี้ ช่วงเช้าวันที่ 12 มี.ค. กระทรวงการต่างประเทศเรียกเอกอัครราชทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทย มาพบเพื่อหารือข้อเท็จจริงในประเด็นนี้โจมตีคลังน้ำมันชาติตะวันออกกลางสำหรับสถานการณ์สงคราม คลังน้ำมันในชาติตะวันออกกลางยังตกเป็นเป้าหมายการโจมตีจากกองทัพอิหร่านอย่างต่อเนื่อง มีรายงานคลังเก็บน้ำมันในท่าเรือซาแลลาห์ ทางภาคใต้ของประเทศโอมาน ถูกโจมตีด้วยโดรนพิฆาตจนได้รับความเสียหาย กรณีนี้นักวิเคราะห์ความมั่นคงระบุด้วยว่า ในช่วงต้นสงครามท่าเรือดังกล่าวจัดว่าอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากไม่ได้อยู่ในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ แต่อยู่ติดกับมหาสมุทรอินเดีย ดังนั้น การโจมตีที่เกิดขึ้นถือเป็นการโจมตีตามหลักยุทธศาสตร์ สกัดกั้นการปล่อยน้ำมันออกจากตะวันออกกลาง ส่วนที่สนามบินนานาชาติในบาห์เรน มีรายงานยืนยันการโจมตีคลังเก็บน้ำมันจนได้รับความเสียหาย“ทรัมป์” ขู่แผนถล่มโครงข่ายไฟฟ้าด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ รุดหน้าเกินกว่าแผนที่วางไว้ อ้างว่าขณะนี้อิหร่านตกอยู่ในสภาวะสูญเสียศักยภาพทางทหารอย่างหนัก ทรัมป์เคลมว่าอิหร่านสูญเสียทั้งกองทัพเรือ กองทัพอากาศ ระบบต่อต้านอากาศยาน เรดาร์ รวมถึงกลุ่มผู้นำระดับสูง สหรัฐฯ กำลังเร่งทำลายโรงงานผลิตโดรนของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งทำลายเรือวางทุ่นระเบิดไปแล้ว 28 ลำ พร้อมย้ำว่าสิ่งที่สหรัฐฯทำอยู่ยังไม่ใช่ระดับที่รุนแรงที่สุด สหรัฐฯยังสามารถทำให้สถานการณ์ในอิหร่านเลวร้ายกว่านี้ได้อีกหากต้องการ หากสหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตีเป้าหมายบางอย่าง เช่น โครงข่ายไฟฟ้า ก็สามารถทำให้พินาศย่อยยับได้ภายใน 1 ชั่วโมง และอิหร่านจะไม่มีวันฟื้นฟูประเทศกลับมาได้อีกเลย แต่ปัจจุบันสหรัฐฯยังเลือกที่จะไม่ทำผลักดันเศรษฐกิจเดินหน้าต่อสำนักข่าวอัลจาซีรารายงานอีกว่า นายทรัมป์พยายามผลักดันให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อ โดยกดดันบริษัทน้ำมัน กระตุ้นให้เหล่าผู้บริหารระดับสูงให้ส่งเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยืนยันว่าสหรัฐฯเคลียร์ทุ่นระเบิดออกหมดแล้ว พยายามวาดภาพว่าสงครามใกล้จะจบลงด้วยชัยชนะเบ็ดเสร็จของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามบรรดานักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นแตกต่างออกไป มองว่ายังอันตรายอยู่ แม้ไม่มีทุ่นระเบิด แต่อิหร่านยังมีศักยภาพในการโจมตีด้วยเรือดำน้ำ และเรือเล็กบรรทุกระเบิด และในขณะที่ทรัมป์บอกว่าอิหร่านกำลังจะใกล้ถึงจุดจบ แต่นักวิเคราะห์มองว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังปักหลักสู้ และเตรียมพร้อมรับมือมากกว่าที่จะยอมจำนนบรรลุข้อตกลงระบายน้ำมันสำรองด้านทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) พร้อมประเทศสมาชิก 32 ประเทศ บรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ในการระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์รวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อสกัดกั้นการพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบโลก หลังเกิดภาวะตึงเครียดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. โดยรัฐบาลสหรัฐฯจะระบายน้ำมันออกมามากที่สุดคือ 172 ล้านบาร์เรล โดยจะใช้เวลาดำเนินการระบายออกประมาณ 120 วัน ขณะที่ญี่ปุ่นประกาศความพร้อมในการระบายน้ำมัน 80 ล้านบาร์เรลทันทีในวันที่ 16 มี.ค. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดพลังงานที่กำลังสั่นคลอนพิกัดยิงถล่มโรงเรียนผิดพลาดส่วนหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์ก ไทม์สของสหรัฐฯรายงานว่า ผลการสอบสวนเบื้องต้นของกองทัพสหรัฐฯ ชี้ชัดว่าสหรัฐฯ คือผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กใส่โรงเรียนประถมชะญะเราะห์ ฏ็อยยีเบะฮ์ ในเมืองมินาป ทางใต้ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา คร่าชีวิตเหยื่ออย่างน้อย 175 ศพ ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน รายงานระบุสาเหตุของความผิดพลาดประการแรกมาจากข้อมูลพิกัดเป้าหมายล้าสมัย หน่วยบัญชาการกลางสหรัฐฯ ใช้ข้อมูลพิกัดจากสำนักงานข่าวกรองกลาโหม (DIA) เป็นข้อมูลเก่าที่ระบุว่าอาคารหลังนี้เป็นส่วนหนึ่งของฐานทัพเรืออิหร่านที่อยู่ติดกัน ประกอบกับไม่มีการตรวจสอบซ้ำ ทั้งๆที่ข้อมูลดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าอาคารนี้แยกออกจากฐานทัพและถูกปรับเปลี่ยนเป็นโรงเรียนมาตั้งแต่ช่วงปี 2556-2559 มีการทาสีอาคารเป็นสีชมพูและฟ้า มีสนามเด็กเล่น และทางเข้าสาธารณะ เจ้าหน้าที่กลับไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดให้ถี่ถ้วนก่อนสั่งโจมตี อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้เอไอช่วยวิเคราะห์เป้าหมาย แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าสาเหตุหลักคือความผิดพลาดของมนุษย์ในการส่งต่อและยืนยันข้อมูลระหว่างหน่วยงานข่าวกรองตัดท่อน้ำเลี้ยงมุ่งถล่มธนาคารต่อมากองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ยังประกาศว่าธนาคารที่มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ-อิสราเอลภายในชาติตะวันออกกลางจะถือเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางทหาร ขอให้ประชาชนในภูมิภาคออกห่างจากที่ตั้งของธนาคารอย่างน้อย 1 กิโลเมตร และการตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นหลังจากกองทัพอากาศสหรัฐฯและอิสราเอลทิ้งระเบิดโจมตีธนาคารเซปาห์ ในพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า ธนาคารเซปาห์เป็นหนึ่งในสถาบันทางการเงินที่มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพไออาร์จีซี และถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯมาเป็นเวลาหลายสิบปีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่