เสียวกว่ารถไฟเหาะตีลังกา ขึ้น-ลง เร็วกว่าลิฟต์ตึกใบหยก ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนหนัก จากที่ทะลักพรวดขึ้นไปเกือบ 120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่ถึง 24 ชั่วโมงร่วงลงมาอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตั้งหลักกันไม่ทัน จับทาง “คนบ้าคุมขีปนาวุธ” ลำบากตัวเลขบนกระดานตลาดน้ำมันดิบ เวสต์เท็กซัส เบรนท์ ดูไบ สิงคโปร์ เพี้ยนไปเพี้ยนมาตามอาการ “ไบโพลาร์” ของ “คาวบอย” โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำจอมอหังการของสหรัฐอเมริกา ที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยเดี๋ยวก็ประกาศลากยาวสงครามอิหร่าน เดี๋ยวก็บอกฉากบู๊ใกล้จบวิกฤติพลังงานโลกผูกติดอยู่กับ “ผู้นำมหาอำนาจ ไบโพลาร์” ราคาน้ำมันเด้งขึ้นเด้งลง แบบชั่วโมงต่อชั่วโมง มันล้อกันเลยกับโพย “รัฐมนตรีพลังงาน” ของรัฐบาลเซราะกราว ภูมิใจไทยคนที่จะมาแบกความหวังของชาวไทยไม่ต้องผวา “ปันส่วน” น้ำมันโผเปลี่ยน พลิกไปพลิกมา สลับดอกกันรายวัน เช้าชื่อของ “เดอะท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา สายเลือดมังกรสุพรรณฯ ตกเย็นปรับเป็นชื่อของ “เสี่ยขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ลูกเลี้ยง “ลุงกำนัน”เบียดแซง ปาดหน้า ปาดหลัง ผลัดกันนำ ผลัดกันไล่ในจังหวะล่าสุด ณ วันที่ 9 มีนาคม โฟกัสอยู่ที่ชื่อของ “เสี่ยขิง” ขึ้นแท่นนำเต็งหนึ่งเจ้ากระทรวงเชื้อเพลิง ตามโผ “สื่อรวมกันเฉพาะกิจ” รายงานข่าวตรงกันทุกสำนักอ้างอิงแหล่งข่าวที่ถ่ายทอดสารตรงจากเจ้าพ่อเขากระโดง“ปักหมุด” ลูกเลี้ยง “ลุงกำนัน” ย้ำสายสัมพันธ์ทีม “ศอฉ.ราบ 11” ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายโค่นกระดาน “ทักษิณ” ร่วมกันมา “เนวิน ชิดชอบ” ตอบแทนน้ำใจคู่รักคู่แค้น “สุเทพ เทือกสุบรรณ” แบบไม่สนไม่ฟังใครแต่โคตรเซียนการเมืองเขี้ยวทันกันอ่านไต๋ขาด การเมืองไม่นับญาติมิตรเหนือกว่าผลประโยชน์“กว่าจะนิ่ง ต้องกลิ้งอีกหลายตลบ”ตามธรรมชาติเกมอำนาจแบบไทยๆ อาถรรพณ์โพยรัฐมนตรี “เปิดก่อนได้ปูด”ดูยังไงก็ทะแม่งๆกับปรากฏการณ์ชื่อของ “เอกนัฏ” ถูกเชิดขึ้นแท่นเต็งหาม รมว.พลังงาน มาไวเคลมไว ตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ ข้ามขั้นตอนเปิดประชุมเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรตัดหน้าคิวโหวตชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีเส้นทางยังอีกยาวไกลกว่าจะถึงเส้นชัย แต่ “เสี่ยขิง” ถูกแห่ไปยืนบนแท่นรับถ้วยรางวัลก่อนใคร“ลูกเลี้ยงลุงกำนัน” แรงเกินพิกัด เสี่ยงแหกโค้ง “เขากระโดง” สนามช้าง บุรีรัมย์ที่สำคัญเลย โดยจังหวะปล่อยโผ “รัฐมนตรีเซราะกราว พลัส” ปฏิบัติการเขย่าติ้วรอบแรกๆ มันน่าจะไม่ได้อ้างอิงกับข้อมูลที่ร่ำลือกันวงใน ว่าด้วย “วีรกรรมสุดซอย” ของนักการเมืองไทยใช้อำนาจไล่บี้ไล่ต้อนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในภาคตะวันออก ไล่ทุบผู้ประกอบการจีนอย่างไม่เป็นธรรมรหัสสัญญาณร้อนที่รัฐบาลปักกิ่งส่งสารผ่านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงเทพฯ“ยื่นโนติส” ถ้อยคำตำหนิอย่างรุนแรง ผ่านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อีกทางก็ถ่ายทอดผ่านอดีตรองนายกฯมือเศรษฐกิจคนดังของเมืองไทย ให้กระซิบผู้มีอำนาจขาใหญ่ในกรุงเทพฯใส่แฟ้มระบุชื่อชัดๆใครเป็นใคร พฤติการณ์ทะลุซอยไม่ใช่แค่แรงต้านจากผู้ประกอบการในไทย แต่มันลามข้ามโซนไปยั่วแรงเสียดทานข้ามประเทศ“เหตุปัจจัยสำคัญยิ่งยวด” น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนโผ ครม.ต้องปรับกันอีกหลายตลบภายใต้เงื่อนไขไฟต์บังคับของคนเป็นผู้นำต้องเป็น “หนังหน้าไฟ” สถานะผู้เล่นตัวจริงในสนาม “นายกฯอนุทิน” ต้องรับหน้าเสื่อในฐานะผู้นำรัฐบาลไทยในการประสานเวทีนานาชาติหากพ่วงรัฐมนตรีโดนมังกรจีนตั้งแง่ เกมดีลผลประโยชน์ในเวทีการทูตน่าจะสะดุดจังๆทั้งหมดทั้งปวง ในสถานการณ์ผู้นำรัฐบาล “ภูมิใจไทย 2พลัส” พยายามโชว์ภาพใสๆ “นายกฯอนุทิน” ได้ยกระดับมาตรฐาน “จริยธรรม” ในการกรองคนเข้าร่วมฝ่ายบริหารในคณะรัฐมนตรีไม่เสี่ยงติดเงี่ยง ป้องกันพลาดตกม้าตายน้ำตื้นฉวยเหลี่ยมยื่นเงื่อนไขใส่พรรคร่วมรัฐบาล ตั้งแง่ใส่โพยรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย สกัดชื่อ “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ติดเงี่ยงคดีศาลรัฐธรรมนูญ ไล่มาคิวของ 2 ส. “สมศักดิ์ เทพสุทิน-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” มาจนถึงรายของ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ที่มีช็อตเซ็นเอ็มโอยูกับ “เบน สมิธ” ราชาโจรสแกมเมอร์แสดงอาการขึงขัง ไม่เอาพวกที่ภาพมัวหมอง ไล่ให้ทีมเพื่อไทยกลับไปสลัดคราบเทา“ก๊วนเซราะกราว” ก็ต้องอาบน้ำให้สะอาดหมดจดด้วย.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม