สภาผู้เชี่ยวชาญแห่งชาติอิหร่าน ลงมติแต่งตั้ง “มุจตาบา” ลูกชาย “อาลี คาเมเนอี” ผู้ล่วงลับขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ยั่วโมโหอเมริกา-อิสราเอล ชี้เป็นสายเหยี่ยว แนวคิด แข็งกร้าว แถมสนิทกลุ่มก่อการร้าย “เฮซบอลเลาะห์” ในเลบานอน ปิดประตูเจรจาสันติภาพแน่นสนิท “ทรัมป์” บอกไม่แฮปปี้กับคนนี้ จับตาดูอนาคตได้เลย “รมว.กลาโหมยิว” ประกาศก้องเป็นเป้าหมายสังหารทิ้งแน่นอน ขณะที่การปะทะของทั้งสองฝ่ายเริ่มขยายวงกว้าง อิหร่านส่งโดรนพิฆาตลุยโจมตีโรงกลั่นในบาห์เรน ตอบโต้ยิวทิ้งบอมบ์คลังน้ำมันสำรอง ทำวิกฤติราคาน้ำมันพุ่งทะยาน ขณะที่สหรัฐฯสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ทูตออกจากซาอุฯทั้งหมด เผย “ทัพพญาอินทรี” สังเวยชีวิตทหารไปแล้ว 8 นายภูมิภาคตะวันออกกลางเดือดระอุ หลังปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” ของกองทัพอิสราเอล ร่วมกับปฏิบัติการ “มหากาพย์แห่งความเดือดดาล” ของกองทัพสหรัฐฯ รุมถล่มอิหร่านหลายระลอกมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. หวังเปลี่ยนระบอบการปกครอง และยึดครองน้ำมันดิบสำรองปริมาณมหาศาล ขณะที่อิหร่านไม่ยอมศิโรราบ โต้กลับด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมัน โจมตีฐานทัพสหรัฐฯที่ตั้งอยู่ในประเทศพันธมิตร รอบอ่าวเปอร์เซีย และส่งขีปนาวุธถล่มเมืองสำคัญของอิสราเอล ส่งผลให้ทั่วโลกกังวลเรื่องวิกฤติพลังงาน หวั่นไฟสงครามขยายวงทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นa ตั้ง “มุจตาบา” ผู้นำสูงสุดคนใหม่ศึกถล่มเปอร์เซียเข้าสู่วันที่ 10 เป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 มี.ค. สภาผู้เชี่ยวชาญแห่งชาติอิหร่าน ที่ทำหน้าที่คัดสรรผู้นำสูงสุดคนใหม่มาแทนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอลและสหรัฐฯในกรุงเตหะราน ได้ประกาศผลการลงมติว่าให้อยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ลูกชายวัย 56 ปีของอดีตผู้นำสูงสุด ขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประชุมเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ ได้ดำเนินการประชุมผ่านระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เนื่องจากตลอดช่วงการศึกที่ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ กองทัพอิสราเอลได้พยายามทิ้งระเบิดโจมตีสถานที่จัดการประชุมในเมืองต่างๆ“สภา 88 นักบวช” ลงมติเอกฉันท์มุจตาบา คาเมเนอี ได้รับเลือกอย่างเอกฉันท์โดย “สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน” เป็นองค์กรที่ประกอบด้วย นักบวชระดับสูงจากการเลือกตั้งจำนวน 88 คน ทำหน้าที่รับผิดชอบในการคัดเลือกผู้นำสูงสุด นับตั้งแต่อิหร่านสถาปนาสาธารณรัฐอิสลามใน ปี 2522 สภาแห่งนี้เคยเลือกผู้นำคนใหม่เพียงครั้งเดียวเท่านั้นคือเมื่อครั้ง อาลี คาเมเนอี ได้รับเลือกอย่างเร่งด่วนภายหลังการถึงแก่อสัญกรรมของอายาตอลเลาะห์ รูโฮลลาห์ โคมัยนี เมื่อกว่า 3 ทศวรรษก่อนกองทัพอิหร่านพร้อมสนับสนุนนายมัซอูด เพเชซกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวแสดงความยินดีต่อการประกาศผลครั้งนี้ว่า เป็นการเลือกที่สะท้อนถึงเจตจำนงของชาติอิสลาม และต้องการให้ความเป็นเอกภาพของชาติมีความเป็นปึกแผ่นมากยิ่งขึ้น และความเป็นเอกภาพนี้จะกลายเป็นเกราะที่แข็งแกร่งต่อการรับมือต่อการสมคบคิดของศัตรู เช่นเดียวกับ พล.อ.อาลี ลาริจานี ผู้บัญชาการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) กองทัพอิหร่าน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติอิหร่าน ที่ประกาศ จุดยืนการสนับสนุนผู้นำสูงสุดคนใหม่ในลักษณะเดียวกันเคยรบอิรัก-สนิทเฮซบอลเลาะห์ สำนักข่าวแอกซิออสของสหรัฐฯยังประเมินทิศทางของอิหร่าน โดยดูจากประวัติของอยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ระบุว่า มุจตาบา เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2512 เป็นลูกชายคนที่ 2 ของอยาตอล เลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผ่านการอบรมด้านศาสนาจากกลุ่มเมสบาห์ ยัสดี สายอนุรักษ์นิยมขวาจัด เคยเข้าร่วมสงครามอิรัก-อิหร่าน ตอนอายุ 17 ปี สังกัด กองพันฮาบิบ หน่วยรบเคร่งศาสนาของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) และผู้บัญชาการหน่วยในขณะนั้นคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งกองกำลังติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน“สายเหยี่ยว” แนวคิดแข็งกร้าว“มุจตาบา” ยังถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางแผนปราบปรามการประท้วงอิหร่านในปี 2552 ร่วมกับกองกำลังไออาร์จีซี ไม่รวมถึงประเด็นที่ว่าการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในสงครามครั้งนี้ ได้ส่งผลให้มุจตาบาสูญเสียสมาชิกครอบครัวไปเป็นจำนวนมาก ทั้งบิดา มารดา ภรรยา ลูกชาย น้องสาว น้องเขย และตามรายงานจากแหล่งข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ ยังระบุว่า มุจตาบาตกเป็นเป้าโจมตีของอิสราเอลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เชื่อว่าเขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น จากปัจจัยทั้งหมดมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน จะมีแนวคิดสายเหยี่ยว แข็งกร้าว เอื้อต่อทิศทางของฝ่ายความมั่นคงที่ตั้งใจจะสู้กับกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลจนถึงที่สุด ทำให้การเจรจาใดๆ หลังจากนี้อาจเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้นทรัพย์สิน 2 พันล้านซุกลอนดอนสำนักข่าวต่างประเทศยังระบุว่า มุจตาบายังมีความเกี่ยวข้องกับการสร้างเครือข่ายธุรกิจมูลค่ามหาศาลในต่างแดน โดยเฉพาะด้านการลงทุนและอสังหาริมทรัพย์ แต่ดำเนินการในนามของบุคคลอื่น เนื่องจากถูกคว่ำบาตรโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ส่วนสำนักข่าวบลูมเบิร์กยังอ้างว่า มุจตาบาเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์ หรูอย่างน้อย 2 แห่งในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำกรุงลอนดอน และไม่ไกลจากตำหนักเคนซิงตันของราชวงศ์อังกฤษ และเชื่อว่ามีมูลค่ากว่า 50 ล้านปอนด์ หรือกว่า 2,141 ล้านบาทคาดอยู่ใต้อิทธิพล “ไออาร์จีซี” นักวิเคราะห์บางส่วนยังอ้างว่า มุจตาบา วัย 56 ปี ไม่เคยดำรงตำแหน่งบริหารในรัฐบาลอิหร่านมาก่อน และมีตำแหน่งทางศาสนาคือ “โฮจาโตเลสลาม” เป็นตำแหน่งที่ต่ำกว่า “อยาตอลเลาะห์สูงสุด” ลงมา 2 ขั้น อีกทั้งไม่เคยเขียนหนังสือด้านศาสนา แต่ได้รับการยอมรับนับถือเนื่องจากเป็นบุตรชายของอดีตผู้นำสูงสุด จากทั้งหมดนี้ประเมินได้หรือไม่ว่า มุจตาบา คือผู้นำสูงสุดคนใหม่ที่อาจอยู่ภายใต้อิทธิพลของกองกำลังไออาร์จีซี และจะทำให้รัฐบาลอิหร่านหลังจากนี้ดำเนินไปในทางที่ฝ่ายความมั่นคงต้องการทรัมป์ไม่แฮปปี้-ยิวขู่จัดการแน่สถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์และสำนักข่าวไทม์ส ออฟอิสราเอล ได้สอบถามความคิดเห็นของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเรื่องอยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน นายทรัมป์ตอบว่า “ไม่แฮปปี้กับคนคนนี้ และรอดูกันต่อไปว่าอะไรจะเกิดขึ้น” ส่วนนายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหมอิสราเอล ได้ประกาศจุดยืนก่อนหน้าการประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ไม่ว่าผู้นำคนใหม่จะชื่ออะไรหรือไปหลบซ่อนตัวที่ไหน ก็จะถือเป็นเป้าหมายการสังหาร ส่วนนายอามีร์ โอฮานา ประธานสภาผู้แทนราษฎรของอิสราเอล มองว่า เนื้อแท้ของอิหร่านยังไม่เปลี่ยน และอิสราเอลจะจัดการกับผู้นำใหม่เหมือนที่เคยทำมาส่งโดรนถล่มโรงกลั่นบาห์เรนสำหรับการปะทะระหว่างกองทัพสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีรายงานโดรนพิฆาตของกองทัพอิหร่าน ปฏิบัติการโจมตีต่อโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท BAPCO ในประเทศบาห์เรน ทั้งยังยิงขีปนาวุธโจมตีใส่อิสราเอลอย่างต่อเนื่อง พร้อมมีการผสมโรงจากกองกำลังติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน ที่เปิดฉากยิงจรวดไม่นำวิถี หวังสร้างความเสียหายแก่โรงกลั่นน้ำมันของอิสราเอลในเมืองไฮฟา ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่สำนักข่าวอาร์ทีของรัสเซียระบุว่า มีรายงานเบื้องต้นเรื่องบังเกอร์หลบภัยขนาดใหญ่ในนครเทล อาวีฟ ของอิสราเอลถูกโจมตี แต่ยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงอิสราเอลคุมเข้มเรื่องการเผยแพร่ข่าวสาร และการรายงานความเสียหายอพยพ จนท.ทูตออกจากซาอุฯขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่การทูตและเจ้าหน้าที่สหรัฐฯที่ไม่จำเป็น อพยพออกจากประเทศซาอุดีอาระเบีย เนื่องด้วยสถานการณ์มีความเสี่ยงสูง สำนักข่าวต่างประเทศระบุด้วยว่า สถานทูตและสถานกงสุลของสหรัฐฯ ในชาติพันธมิตรอาหรับ ตกเป็นเป้าการโจมตีจากโดรนพิฆาตของอิหร่านต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 8 มี.ค. มีรายงานการส่งโดรนพิฆาตโจมตีพื้นที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดดของอิรัก ทำให้กองทัพสหรัฐฯ ต้องเปิดใช้งานระบบ C-RAM ปืนกลอัตโนมัติต่อต้านอากาศยานยิงทำลาย ส่วนที่กรุงออสโลของนอร์เวย์ ก็เกิดเหตุระเบิดใกล้สถานทูตสหรัฐฯ ตำรวจชุดสืบสวนของนอร์เวย์ระบุว่า ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นอาจเป็นการก่อการร้ายสังเวยทหารสหรัฐฯแล้ว 8 นายส่วนกองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) ออกแถลงการณ์ ยืนยันการเสียชีวิตของทหารอเมริกันอีก 2 นาย ส่งผลให้ยอดทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในปฏิบัติการ “มหากาพย์แห่งความเดือดดาล” (Epic Fury) เพิ่มเป็น 8 นาย กองบัญชาการเซนต์คอมของสหรัฐฯ ระบุว่า ทหารรายที่ 7 เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ในประเทศซาอุดีอาระเบีย ส่วนรายที่ 8 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 มี.ค. แต่ไม่เปิดเผยสถานที่ที่เสียชีวิต และตัวตนของผู้เสียชีวิตจะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าครอบครัวจะได้รับแจ้งข่าวขีปนาวุธอิหร่านเหลือแค่ 20%ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังมองความคืบหน้าการสู้รบในวันเดียวกันว่า กองทัพสหรัฐฯจมเรือรบอิหร่านไปทั้งหมดแล้ว และยังทำลายฐานปล่อยขีปนาวุธได้เกือบทั้งหมด ตอนนี้อิหร่านมีฐานขีปนาวุธเหลืออยู่ประมาณ 20% รัฐบาลอิหร่านมีแผนการที่จะยึดครองภูมิภาคตะวันออกกลาง และสหรัฐฯกำลังถล่มอิหร่านอย่างหนัก อย่างที่ไม่เคยทำกับประเทศไหนมาก่อนแฉแผน “แบ่งประเทศ–ยึดน้ำมัน”ส่วนโฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ออกแถลงตอบโต้ผู้นำสหรัฐฯว่า สหรัฐฯมีแผนการชัดเจนว่าต้องการจะแบ่งประเทศอิหร่านออกเป็นส่วนๆ และเข้าครอบครองน้ำมันดิบอันมหาศาลของอิหร่าน อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสงคราม แต่เป็นฝ่ายถูกยัดเยียดให้ทำสงคราม ประชาชนอิหร่านจะไม่มีวันลืมความเสียสละของทหารกล้าที่ยังคงยืนหยัดขับไล่ศัตรูผู้รุกราน อิหร่านจะปกป้องตัวเองต่อไป พร้อมยืนยันตามเดิมว่า อิหร่านไม่ได้ปฏิบัติการโจมตีต่อตุรกี เกาะไซปรัส และอาเซอร์ไบจานวิกฤติราคาน้ำมันพุ่งทะยานวันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง และปัญหาการขนน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในอ่าวเปอร์เซีย ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันขึ้นไปอยู่ในระดับเลขสามหลักเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน เมื่อปี 2565 ดัชนีตลาดน้ำมันเบรนท์พุ่งไปอยู่ที่ 101.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับตลาด WTI ของสหรัฐฯ ที่ขยับเป็น 101.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กรณีนี้ไม่ได้มาจากเรื่องช่องแคบฮอร์มุซเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงประเด็นที่อิรักและคูเวตประกาศหยุดการผลิตน้ำมันชั่วคราว เนื่องจากน้ำมันในคลังไม่สามารถส่งออกได้ และไม่มีที่กักเก็บสำหรับน้ำมันชุดใหม่ชาวมะกันกดดัน รบ.วอชิงตันประเด็นที่เกี่ยวกับราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะสร้างผลกระทบต่อชาวอเมริกันที่เผชิญกับราคาน้ำมันสูงขึ้น และเป็นสาเหตุว่ารัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังเร่งแก้ปัญหาเพื่อควบคุมราคา ไม่ว่าจะเป็นการประกาศแนวทางว่าจะให้เรือพิฆาตสหรัฐฯเข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันออกจากช่องแคบฮอร์มุซ การอนุญาตให้โรงกลั่นน้ำมันในอินเดีย ซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้เป็นเวลา 30 วัน หรือเสียงเรียกร้องจากนักการเมืองที่ต้องการให้รัฐบาลนำน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์มาใช้ชั่วคราว นอกจากนี้ สหรัฐฯและกลุ่มชาติการเมือง จี 7 ประกอบด้วยอังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น ยังเริ่มพิจารณาเรื่องการเปิดคลังน้ำมันสำรองด้วยเช่นกันเพื่อแก้สถานการณ์“ทรัมป์” ยัวะ “ยิว” บึมคลังน้ำมันส่วนสำนักข่าวแอกซิออสยังประเมินอ้างนักวิเคราะห์ด้วยว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอีก 2-3 สัปดาห์ มีความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันอาจไปแตะที่ระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมรายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลอิสราเอลและสหรัฐฯด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีความไม่พอใจที่กองทัพอากาศอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีคลังน้ำมันสำรองของอิหร่านในพื้นที่กรุงเตหะราน แม้ทางกองทัพอิสราเอลจะแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบล่วงหน้า แต่ขนาดของการโจมตีได้เหนือกว่าที่ทางสหรัฐฯประเมินไว้ และมองว่าการโจมตีคลังน้ำมันดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลก และจะยิ่งทำให้ชาวอิหร่านสนับสนุนรัฐบาลอิหร่านมากขึ้นกว่าเดิมกังวลอิหร่านแกร่งกว่าประเมินแหล่งข่าวรายหนึ่งที่มีความใกล้ชิดกับผู้นำสหรัฐฯยังอ้างกับสำนักข่าวแอกซิออสว่า นายทรัมป์ไม่พอใจที่อิสราเอลทำเช่นนี้ นายทรัมป์ต้องการให้รักษาน้ำมันไว้ จะเผาทิ้งไปทำไม กรณีนี้เกรงว่าจะยิ่งทำให้ชาวอเมริกันกังวลในเรื่องราคาน้ำมัน ส่วนแหล่งข่าวในรัฐบาลอิสราเอลยังเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯได้ส่งสารมายังรัฐบาลอิสราเอลในเชิงกร่นด่าว่า “พวกมึงทำอะไรลงไป” และเรื่องนี้ต้องเจรจาสร้างความชัดเจนกันอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานเช่นกันว่า ทีมบริหารรัฐบาลสหรัฐฯเริ่มแสดงความกังวลว่า กองทัพอิหร่านต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเกินกว่าที่ประเมินไว้ และยังคงโจมตีฐานที่มั่นของสหรัฐฯในภูมิภาคตะวันออกกลางได้อย่างต่อเนื่องอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่