จาก “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” มาถึง “โดนัลด์ ทรัมป์” โลกหมุนรอบ 8 ทศวรรษ กงล้อประวัติศาสตร์ ก็วนมาเจอ “ผู้นำจอมอหังการ” ผู้มีพลังอำนาจเขย่าปฐพี กระตุกแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกทวีป บีบมวลมนุษยชาติผจญ “ชะตากรรมร่วม” ไม่อาจหลีกหนีวิบากได้ คนที่อยู่ในแนวรบก็เสี่ยงตายเพราะขีปนาวุธ คนที่อยู่ไกลแนวปะทะก็ส่อลำบากจากภาวะเศรษฐกิจแร้นแค้น ขาดแคลนในภาวะสงครามตามสภาพใครแข็งแกร่งก็รอด คนอ่อนแอก็แพ้ไปณ จุดที่แนวรบตะวันออกกลางปะทุขีปนาวุธหนัก ปฏิบัติการล่าสังหารผู้นำศาสนาตายคาฐานบัญชาการ ปฏิบัติการ Epic Fury “มหากาพย์แห่งความโกรธเกรี้ยว” ระหว่างสหรัฐอเมริกาแท็กทีมอิสราเอล รุมกินโต๊ะถล่มแหลกอิหร่าน ดีกรีเดือดพล่านสถานการณ์เลยจุดตั้งโต๊ะเจรจาสงบศึก ไกลออกไปทุกทีลุ้นกันว่าจะยกระดับเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่ภายใต้สัญญาณธงแบบที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เป็นของพรรครีพับลิกัน ลงมติ “คัดค้าน” มติร่วมของสมาชิกบางส่วนที่เสนอให้จำกัดอำนาจผู้นำสหรัฐฯในการร่วมมืออิสราเอลลุยบอมบ์ทางอากาศใส่ประเทศอิหร่านนั่นหมายถึง สว.มะกัน เชียร์ “คาวบอยทรัมป์” ลุยปิดจ๊อบให้สิ้นซากล้อกับฉากปฏิบัติการยึดน่านฟ้า กองทัพอิสราเอลส่งฝูงบินถล่มกรุงเตหะรานต่อเนื่องเป็นระลอก สลับดอกกับกองทัพเรือสหรัฐฯส่งฝูงบินรบประสิทธิภาพสูงหย่อนระเบิดใส่ฐานทหาร พร้อมกับยิงจรวดโทมาฮอว์กจากเรือบรรทุกเครื่องบินใส่เป้าหมายในอิหร่านติดต่อกันนานนับสัปดาห์จ่อบุกภาคพื้นดิน ตามยุทธการเผด็จศึกให้ราบเป็นหน้ากลองสภาพที่ผู้นำอำนาจของอิหร่านต้องหลบๆซ่อนๆการล่าสังหาร กำลังหาที่ลับสุดยอดในการประชุมแต่งตั้ง “มุจตาบา คาเมเนอี” ลูกชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ขึ้นแท่นผู้นำคนใหม่ในภาวะฉุกละหุกแต่ก็ปลุกความเชื่อทางศาสนา แฝงแรงแค้นแลก เลือดสู้ตายในจังหวะโต้กลับแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน กองทัพอิหร่านงัดคลังแสงอาวุธที่ยังเต็มไปด้วยพิษสง อาละวาดฟาดหางใส่ชาติมุสลิมในโซนอาหรับที่เปิดให้สหรัฐฯตั้งฐานทัพทหาร ส่งโดรนระเบิดพลีชีพบินไปถล่มแหลก ล็อกเป้า คูเวต การ์ตา ดูไบ เครือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปจนถึงซาอุดีอาระเบียหลุดจอเรดาร์ ฝ่าแนวสกัดเข้าทำลายแท่นขุดเจาะ ท่อส่งน้ำมันไปยันสถานกงสุลอารมณ์ “เลือดเข้าตา” โจมตีดะไม่เลือกหน้า ไม่เว้น แม้แต่การปล่อยจรวดมิสไซส์เข้าใส่ประเทศตุรกี ยักษ์ใหญ่ยุโรป กระตุกหนวดเสือโคร่ง ชาติพันธมิตรนาโตยั่วมหกรรมลงแขก “อิหร่าน” ลุยแลกเลือด ไม่กลัวโดนรุมสกรัมแนวรบขยายวงลุกลามข้ามโซนทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกา สถานการณ์ที่ “มองโลกสวยในทุ่งลาเวนเดอร์” ยังไงก็ไม่อาจเห็นฟ้าใสทะลุควันระเบิดขีปนาวุธจุดที่ตั้งโจทย์ worst—case scenario ไว้รอได้กับวิกฤติระดับโลกที่เหนือการควบคุม มโนฉากทัศน์เลวร้ายสุดไว้ก่อนเลยโดยเฉพาะเมืองไทยในสถานะ ของประเทศที่ขุดเจาะน้ำมันใช้เองไม่ได้ และต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้าในการหมุนฟันเฟืองเศรษฐกิจเป็นหลัก ต้องเจอแรงกระแทกหนักหนาสาหัสจากสงครามตะวันออกกลางระเบิดตกทางโน้น สะดุ้งถึงคนทางนี้ณ จุดที่กองทัพอิหร่านอาละวาดปิดช่องแคบ “ฮอร์มุซ” ตัดเส้นทางเรือบรรทุกน้ำมันไปยันเรือสินค้าไม่กล้าผ่าน อุดเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลกด้วยธรรมชาติ “สังคมตื่นรู้” ที่ตีคู่มากับ “สังคมตื่นตูม”ฟอร์มแบบไทยๆ ตามภาพข่าวที่ประชาชน คนต่างจังหวัดแห่เติมน้ำมันจนแน่นทุกปั๊ม รถติดยาวเหยียด เต็มถังไม่พอยังซื้อตุนเป็นแกลลอนภาวะ “แพนิก” หลอนภาวะน้ำมันขาดแคลนเลยจุดที่จะอินบรรยากาศชาตินิยม “เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย” แม้จะมีเสียงยืนยันหนักแน่นจาก “นายกฯหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ประกาศให้ความมั่นใจไทยมีน้ำมันพอใช้ไม่ต้องกักตุนให้เกิดอันตรายและเสี่ยงผิดกฎหมายแต่เรื่องของเรื่องจุดที่ทำให้แตกตื่นมันก็มาจาก “เสี่ยโด่ง” นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ที่เปิดตัวเลขปริมาณน้ำมันสำรองของไทยมีใช้ได้อีก 60 วัน หรือ 2 เดือน และเพิ่งตื่นหาช่องทางใหม่แทนตะวันออกกลาง สั่งให้ดีลซื้อน้ำมันจากแหล่งแอฟริกาตะวันตกและสหรัฐอเมริกากว่าจะจบกระบวนการส่งมอบได้ก็ปลายเดือนเมษายนนับตามปฏิทินมัน “ฉิวเฉียด” เงื่อนเวลาคาบลูกคาบดอกเป๊ะๆ ถ้าพลาดก็คือ “ขาดแคลน” ไร้หลักประกันเรือบรรทุกน้ำมันอาจฝ่าน้ำแนวรบส่งไม่ทันตามแผน ตามสภาพการณ์ก็ไม่แปลกที่ประชาชนจะแพนิกตื่นผวาต้องปันส่วน แบบเพลงฮิตยุคปู่ทวด “น้ำมันขาดแคลนคุยกับแฟนต้องดับไฟ”แม้ “เสี่ยโด่ง” จะยืนยันอีกรอบ แก้ตัวเลขเป็น 95 วันก็ไม่ทันแล้ว ตามแนวโน้มสถานการณ์ที่ประชาชนคนไทยเชื่อในปรากฏการณ์ตรงหน้า ประกอบฉากสงครามแบบเรียลไทม์มากกว่าฟังรัฐบาลไม่ชัวร์ทีมเซราะกราวจะรับมือลูกบ้ารอบล่าสุดของ “คาวบอยทรัมป์” ได้เพราะเห็นฟอร์มบริหารจัดการกันมาแล้วในยุคมหาวิกฤติโควิด ที่ชาวบ้านต้องตาลีตาเหลือกวิ่งหาซื้อหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ ชุดตรวจเอทีเค กันจ้าละหวั่นสภาวะสินค้าจำเป็นขาดแคลน ราคาพุ่งแพงแข่งกับ ทองคำตามท้องเรื่องจริงไม่อิงดราม่า จะตำหนิคนที่ตื่นตูมไม่ได้ เพราะประสบการณ์สอนให้เอาตัวรอด ส่วนคนที่มีสติตื่นรู้มากกว่าตื่นตูมก็จะเลือกฟังข้อมูลคนกลางๆที่ให้ความรู้บนพื้นฐานเชิงตรรกะไร้วาระแฝงอื่นใด ไม่มีเหลี่ยมกู้หน้าหรือกลัวเสียหน้าทางการเมืองแบบที่ “ดร.กอบ” นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย แนะนำรัฐบาลให้เร่งหาแหล่งน้ำมันใหม่ให้ได้ก่อนประเทศอื่น พร้อมแนะให้ประชาชนคนไทยช่วยกันประหยัดพลังงานตั้งแต่วันนี้เพื่อรับมือสงครามที่ส่อยืดเยื้อเกินกว่า 4 สัปดาห์กระตุ้น “วาระแห่งชาติ” ที่คนไทยต้องช่วยกันประคองวิบากกรรมร่วมภาวะสงครามตามจังหวะโชคร้ายที่แฝงมาพร้อมกับโอกาสทอง แนวรบตะวันออกกลางเป็นช่วงชุลมุนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชิงเล่นเกมเร็วหลบกระแส “โกงเลือกตั้ง” ประกาศรับรองผล สส.บัญชีรายชื่อ ต่อเนื่องจาก สส.เขตเลือกตั้งยอดรวม 499 คน เกินร้อยละ 95 ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญตาม “ไทม์ไลน์” ที่นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรระบุถึงความพร้อมในการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ครั้งแรก คงเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ก่อนดำเนินการเลือกประธานและรองประธานสภาฯในลำดับถัดไปต่อเนื่องกับการโหวต ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามด้วยการฟอร์มคณะรัฐมนตรี ที่ แน่ๆมาถึงตรงนี้เป็นหลักประกันได้ว่า ประเทศไทย จะมี ครม.ชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ก่อนวันสงกรานต์ กลางเดือนเมษายนนี้พอดีกับการประคอง โจทย์วิกฤติสงครามตะวันออกกลางจังหวะเอื้อ “นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล” ในการเดินเกมเร็วตั้ง “รัฐบาลอำนาจเต็ม” มาทดแทนรัฐบาลรักษาการที่อำนาจลักปิดลักเปิด ตามเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจส่วนใหญ่แต่ในจังหวะ “เข้าทาง” มันก็มีสถานการณ์ “ไม่เป็นใจ”ตามสภาพต้นทุนหน้าตักติดลบ ยี่ห้อ “อนุทิน” ในโหมดกลางเก่ากลางใหม่ ต้องเริ่มต้นด้วยปรากฏการณ์ความเชื่อมั่น “บกพร่อง” เป็น “ด่านรับน้อง” รัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส”คนไม่เชื่อมือในการบริหารวิกฤติน้ำมันขาดแคลนภาวะสงครามตามรูปการณ์ต้องพึ่ง “เดอะแบก” ช่วยกระตุกความมั่นใจ โชว์ช็อตเรียกประชุมกันรายวัน เกณฑ์มาครบทั้ง “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกฯควบขุนคลัง “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ “ทูตอ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ว่าที่รองนายกฯ ควบ รมว.ต่างประเทศ“ตัวโชว์” ต้องแบกกันหลังแอ่น โหลดภาระลากเครดิตให้ “นายกฯหนู”และเห็นตรงหน้า จุดสำคัญที่เป็น “รูโหว่” เบ้อเริ่มเทิ่ม ภายใต้การจัดระเบียบโลกใหม่ด้วยระบบ “กำปั้น” สงครามแย่งชิงทรัพยากรในหมู่ชาติมหาอำนาจไม่จบแค่แนวรบตะวันออกกลางแน่เมืองไทยต้องสะดุ้งทุกครั้งที่ถูกปิดช่องแคบฮอร์มุซ อุดเส้นทางน้ำมันตำแหน่ง “รมว.พลังงาน” คือจุดอ่อนไหวที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดต้องได้ “มือดีมากๆ” คุณสมบัติครบเครื่องในเชิงบริหารบนเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อรองรับวิกฤติขาดแคลนยามสู้รบปลอดจากเรื่องเอื้อธุรกิจ ไม่แฝงก๊วนเดินสายสุดซอยแลกหัวคิวกลบปมคอร์รัปชันจิตสำนึกยึดความยากลำบากของชาวบ้านมาก่อนผลประโยชน์กลุ่มทุน“นายกฯอนุทิน” ต้องกล้าจิ้มคนที่ใช่ เพื่อให้คนไทยกล้าฝากความหวัง.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม