“แม้ผลสัมฤทธิ์ตามตัวเลขปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แต่ผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด ผู้เสพที่มีอาการทางจิตเวชคลุ้มคลั่งก่อเหตุรุนแรงในครอบครัว ชุมชน หรือสถานที่สาธารณะ ยังคงสร้างความหวาดกลัวและกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของพี่น้องประชาชน”“การขับเคลื่อนงานในระยะต่อไปจำเป็นต้องมุ่งเน้น “ผลลัพธ์ที่ประชาชนรับรู้ได้จริง” ไม่ใช่เพียงผลเชิงสถิติ แต่ต้องสามารถลดความรุนแรง ลดเหตุซ้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่ ขอบคุณตำรวจทุกหน่วยร่วมกันทำอย่างจริงจัง”พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศอ.ปส.ตร. ย้ำถึงนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.ยุติธรรม และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ลดความรุนแรงในชุมชนพล.ต.อ.สำราญ กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด ยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกเพิ่มความถี่เพื่อตัดวงจรผู้ค้าให้สิ้นซาก พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. ขับเคลื่อนภาพรวมปิดล้อมตรวจค้นขยายผลจับกุมเครือข่ายสำคัญ เน้นผลงานเชิงปริมาณทั้งจำนวนคดี ผู้ต้องหา ของกลางตัดวงจรค้ายาเสพติดพล.ต.อ.สำราญ ลงพื้นที่และร่วมแถลงผลปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.ถึงวันที่ 27 ก.พ. ทลายเครือข่ายยาเสพติด 1,756 เครือข่าย จับกุม 17,355 คดี ผู้ต้องหา 17,419 รายจับผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า 745 หมาย ยึดยาบ้า 129.25 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 3,786 กิโลกรัม คีตามีน 27 กิโลกรัม เฮโรอีน 22 กิโลกรัม ยาอี 1,804 เม็ด อาวุธปืน 382 กระบอก และยึดทรัพย์ 731 ล้านบาทสะท้อนถึงความเข้มแข็ง และความเสียสละของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยให้ห่างไกลจากยาเสพติด.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม